กองทุนรวม

กองทุนรวม (Mutual Fund)

หลากหลายกองทุนรวมจาก 18 บลจ. ให้เลือกลงทุน
ทั้งกองทุนลดหย่อนภาษี กองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนผสม
กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ

เปิดบัญชีออนไลน์

ลงทุนกองทุนรวม ผ่าน KS ONE APPLICATION

ทำไมต้องลงทุนกับ KS

ซื้อ-ขาย-สับเปลี่ยน สะดวก ทันใจ ผ่านแอป KS ONE

ทำธุรกรรมได้ 3 ช่องทางผ่านแอปพลิเคชัน KS ONE, Streaming Fund+ และผู้แนะนำการลงทุน

พอร์ตการลงทุนรวมทุกสินทรัพย์ ในหน้าจอเดียว ผ่านแอป KS ONE

ติดตามรายงานความเคลื่อนไหวผลกำไร รายการเทรด สะดวก รวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชัน

คัดเลือกกองทุน จัดพอร์ต เสิร์ฟบทวิเคราะห์ โดยทีมนักวิเคราะห์มากประสบการณ์

เช็คข้อมูลมูลค่าหน่วยลงทุน, ค่า NAV, ระดับความเสี่ยง หรือข้อมูลอื่นๆ

รวมหลากหลายกองทุนรวมจาก 18 บลจ. ให้เลือกลงทุนในที่เดียว

(One Stop Service) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติ่ม

18 บลจ. ตัวแทนขาย


IMPLICATION คำแนะนำจาก KS

แผนการลงทุน

26 - 30 January 2026

KS ASSET ALLOCATION

📌Rate Check จุดชนวนเงินเยนแข็ง จับตางบ Big tech, FOMC และ Rieder เต็งประธานเฟด

🌍 ตลาดหุ้นโลก (ACWI +0.11%) ผันผวนสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงิน ช่วงต้นสัปดาห์ตลาดถูกกดดันจากสหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ายุโรป หากเจรจากรีนแลนด์ไม่คืบหน้า รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องประธานเฟดคนใหม่ กระทบความเชื่อมั่นและดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี พุ่งแตะ 4.30% กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

กลางสัปดาห์ sentiment ดีขึ้น หลังทรัมป์ส่งสัญญาณเน้นเจรจาที่ Davos และมีความคืบหน้าหารือกับ NATO ทำให้ความตึงเครียดคลี่คลาย ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง (GDP 3Q25, Jobless Claims, Core PCE) หนุนมุมมอง soft landing ส่งผลให้ยีลด์เริ่มอ่อนตัว และเงินไหลกลับเข้าสู่หุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ เกิดแรง rotation จากหุ้นเล็กกลับสู่ Big Tech ขณะเดียวกันค่าเงินเยนผันผวน หลัง BOJ ส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อจากเยนอ่อน

ภาพรวมตลาดส่วนใหญ่ปรับลง โดยอินเดียอ่อนตัวแรงจากประเด็นภาษีและข่าวลบกลุ่ม Adani ยุโรปถูกกดดันจากความเสี่ยงภาษี จีนและญี่ปุ่นเคลื่อนไหวซบเซา ขณะที่เกาหลีใต้และไต้หวันโดดเด่นจากหุ้นชิป AI และยานยนต์ ด้านสหรัฐฯ ตลาดผสมผสาน กลุ่มการเงินเป็นตัวฉุด

💡 เรายังคงมุมมองเชิงบวก มองความผันผวนเป็นโอกาสสะสม แนะนำถือหุ้นโลกเป็น Core และเสริมธีม AI ผ่านหุ้นเทคสหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และจีนเทค ตามจังหวะตลาด 📊✨

สัดส่วนพอร์ตการลงทุน

CONSERVATIVE MODEL

BALANCE MODEL

AGGRESSIVE MODEL

Tax Station

รายการลดหย่อนภาษีปี 2568

ปี 2568 นี้ ใครอยาก “ลดหย่อนภาษี” ห้ามพลาด! เพราะนอกจากจะได้ออมเงินเพื่ออนาคตแล้วยังได้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 1,400,000 บาท
1. RMF
2. Thai ESG
3. Thai ESGX (เงินลงทุนใหม่)
4. Thai ESGX (สับเปลี่ยนจาก LTF เดิม)

 
 

คำถามที่พบบ่อย

กองทุนรวม คือ เครื่องมือในการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ผู้ลงทุนหลายคนนำเงินลงทุนมารวมกันและมอบหมายให้กับคนที่มีความชำนาญในการจัดการลงทุน ซึ่งเรียกว่า “ผู้จัดการกองทุน” ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามนโยบายของแต่ละกองทุน ให้ได้รับผลตอบแทนที่งอกเงย แล้วนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนที่ลงทุน

แบ่งได้ 8 ประเภทหลักๆ  ตามระดับความเสี่ยง (Risk Spectrum) เรียงจากน้อยไปมาก


  • ความเสี่ยงระดับที่ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ
    • เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยง หรือผู้ที่ต้องการพักเงินในช่วงที่ผลตอบแทนไม่ดี

  • ความเสี่ยงระดับที่ 2 กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ
    • เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี เหมือนกลุ่มแรก แต่อาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน จึงทำให้มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมา แต่โดยปกติกองทุนประเภทนี้มักจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้

  • ความเสี่ยงระดับที่ 3 กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จึงมีความผันผวนมากกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน
  • ความเสี่ยงระดับที่ 4 กองทุนรวมตราสารหนี้
เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน ซึ่งมีทั้งกองที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี) และตราสารหนี้ระยะยาว (อายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปี) จึงเหมาะกับผู้ที่ลงทุนได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก คาดหวังผลตอบแทนที่แน่นอน สม่ำเสมอ รวมถึงผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
  • ความเสี่ยงระดับที่ 5 กองทุนรวมผสม
เป็นกองทุนที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น หรืออื่นๆ ซึ่งสัดส่วนการลงทุนจะลงทุนส่วนไหน สามารถตรวจสอบได้ในนโยบายการลงทุนของกองทุน เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง และผู้ที่ไม่มีเวลาในการปรับสัดส่วนกองทุนหรือหุ้น หากตลาดมีความผันผวนมาก
  • ความเสี่ยงระดับที่ 6 กองทุนรวมตราสารทุน
เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งกองทุนประเภทนี้หมายความรวมไปถึงกองทุน SSF และ RMF เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงและรับความเสี่ยงได้สูง หรือผู้ที่ชอบการลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาบริหารการลงทุน
  • ความเสี่ยงระดับที่ 7 กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม
เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น แต่เจาะจงอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น หุ้นธนาคาร หุ้นสื่อสาร หุ้นโรงพยาบาล ฯลฯ แต่กองทุนประเภทนี้จะมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมตราสารทุนทั่วไป เนื่องจากมีการลงทุนแบบกระจุกตัว จึงเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างดี
  • ความเสี่ยงระดับที่ 8 กองทุนรวมทางเลือก
เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินทรัพย์พื้นฐาน เช่น ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม แต่อาจต้องศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทางเลือกนั้นมากยิ่งขึ้น
  • NAV คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในแต่ละวัน ซึ่งคำนวณจาก ทรัพย์สิน (Assets) – หนี้สิน (Liabilities) ซึ่งบ่งบอกถึงมูลค่าที่แท้จริงของกองทุนรวมตามราคาตลาด
สามารถเปิดผ่านช่องทางออนไลน์ได้ดังนี้ และอนุมัติภายในวันทำการ
  • สามารถเปิดผ่านช่องทางออนไลน์ได้ อนุมัติภายในวันทำการ ที่นี่ https://www2.kasikornsecurities.com/ksao/
  • สำหรับลูกค้าเดิม KS สามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมได้จากเมนู "My Service" ใน KS ONE
  • หากท่านประสงค์จะเปิดบัญชีในช่องทางอื่นๆ ท่านสามารถติดต่อ KS Contact Center ได้ที่ 02-7960011

1.ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย คิดจากมูลค่าซื้อขาย และเก็บเมื่อเกิดรายการซื้อขาย ซึ่งประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน เป็นต้น

2.ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม ซึ่งประกอบด้วย
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) เป็นค่าธรรมเนียมบริหารจัดการที่เรียกเก็บจากมูลค่าของหน่วยลงทุน
- ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee fee) ค่าใช้จ่ายแก่ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีการจัดตั้งสำหรับทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วย เช่น ดูแลให้ บลจ. บริหารจัดการตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุนรวมแยกไว้จากทรัพย์สินอื่น เป็นต้น ซึ่งผู้ปฏิบัติหน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
- ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วย (Registrar fee) หรือค่าใช้จ่ายระบบงานทะเบียนผู้ถือหน่วย
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากข้างต้น

All in ONE Investment Application

เชื่อมโลกการลงทุนให้คุณในแอปเดียว ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกการลงทุนครอบคลุมทั้งหุ้นไทย กองทุนรวม หุ้นต่างประเทศ และ หุ้นกู้ เริ่มต้นการลงทุนผ่าน KS One Application

Download

ค้นหา