KS: KS FUND TOP PICK 23 - 27 มี.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 23 - 27 มี.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
23 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 23 - 27 มี.ค. 2026

📌 Oil Shock หนุนเงินเฟ้อ ดันธนาคารกลาง Hawk🏭

จับตาสงคราม หลังทรัมป์ชี้ใกล้บรรลุภารกิจทางทหาร

📊สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ปรับตัวลดลง -2.15% โดยภาพรวมยังถูกขับเคลื่อนหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและกดดันราคาพลังงานให้ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและมุมมองดอกเบี้ยสูงนานขึ้นอีกครั้ง ภายใต้บริบทนี้ ตลาดพัฒนาแล้วปรับตัวลงพร้อมกันทั้ง Dow Jones -2.11%, S&P 500 -1.90%, Nasdaq Composite -2.07% และ Russell -1.68% ขณะที่ยุโรปอ่อนแอที่สุดจาก Stoxx 600 -3.80%

ส่วนเอเชียภาพรวมค่อนข้างผสม โดยจีนยังอ่อนตัวจาก CSI 300 -2.19% และ HSCEI -1.12% จากแรงกดดันของงบ Tencent และ Alibaba ที่สะท้อนภาพ “เร่งลงทุน AI แต่กำไรระยะสั้นถูกกด” ขณะที่ญี่ปุ่นปรับลงจำกัดจาก Nikkei -0.83% และ Topix -0.54% แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ยแต่ยังส่งสัญญาณขึ้นต่อ ด้านอินเดียทรงตัวที่ Nifty -0.16%

อย่างไรก็ดี เอเชียเหนือบางตลาดกลับโดดเด่นสวนทาง โดย TWSE +0.43% และ Kospi +5.36% จากแรงหนุนของกลุ่ม semiconductor และ memory โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังงาน GTC ของ Nvidia ที่ยกระดับภาพ AI ไปสู่การลงทุนใน infrastructure ทั้ง ecosystem พร้อมตั้งเป้าขนาดตลาด AI computing ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเปิด roadmap ใหม่ทั้ง Groq inference platform, Vera Rubin architecture และรุ่นถัดไปอย่าง Rosa Feynman ซึ่งตอกย้ำว่า AI cycle กำลังขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทำให้เงินทุนยังไหลเข้าสู่หุ้นที่มีบทบาทใน AI value chain ชัดเจนมากขึ้น โดยสรุปสัปดาห์นี้ไม่ใช่เพียงการปรับฐานจาก macro แต่เป็นช่วงที่ตลาดเริ่มแยกผู้ชนะใน AI cycle ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

📊สำหรับตลาดสหรัฐฯ ดัชนีหลักปรับตัวลดลงในลักษณะ broad-based สะท้อนแรงกดดันจากทั้งนโยบายการเงินและ valuation หลัง Fed คงดอกเบี้ยและยังอยู่ในโหมด “wait and see” เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวได้โดยไม่มีสัญญาณวิกฤต ขณะที่ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะสมดุลเปราะบาง และเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้า โดยมีความเสี่ยงเพิ่มจากราคาพลังงานและปัจจัยด้านภาษี ทำให้ Fed ไม่รีบลดดอกเบี้ย และแนวโน้มในคณะกรรมการเริ่มเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ยน้อยลง ส่งผลให้ bond yield กดดัน valuation ของหุ้นในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ในฝั่ง micro ยังมีปัจจัยบวกสำคัญจากงาน GTC ที่ขยายภาพ AI ecosystem ไปสู่ data center, networking, storage และ inference ควบคู่กับผลประกอบการของ Micron ที่แข็งแกร่งจาก demand ของ HBM และ AI memory ซึ่งสะท้อนว่า AI cycle ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเชิงโครงสร้าง แม้ในระยะสั้นแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และราคาพลังงานยังมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ตลาดสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในลักษณะ “โครงสร้างยังดี แต่ถูกกดด้วย macro” อย่างชัดเจน

📊ในสัปดาห์นี้ ตลาดโลกยังคงถูกขับเคลื่อนหลักโดยความขัดแย้ง US–Israel–Iran ที่ยืดเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งส่งผลให้การขนส่งผ่าน Strait of Hormuz ชะงักและผลักดันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อและทำให้ตลาดเริ่มปรับมุมมองไปสู่ภาวะดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจะอยู่ที่ดัชนี PMI ของหลายประเทศหลักเพื่อประเมินโมเมนตัมเศรษฐกิจโลก รวมถึงในสหรัฐฯ ที่จะมีทั้ง PMI, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค Michigan ซึ่งจะสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือความเห็นของกรรมการ Fed ตลอดสัปดาห์ว่าจะสะท้อนความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยอย่างไร ด้านยุโรปโฟกัสที่ PMI ซึ่งมีแนวโน้มชะลอลง และเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรที่คาดว่ายังทรงตัว

ขณะที่ฝั่งเอเชียให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อญี่ปุ่นและผลการเจรจาค่าจ้าง Shunto ซึ่งมีนัยต่อ wage-price cycle รวมถึง PMI ของญี่ปุ่นและอินเดีย ส่วนจีนแม้ข้อมูลเศรษฐกิจไม่มาก แต่มี event สำคัญหลายรายการ อาทิ การเปิดตัวสินค้าของ Huawei ควบคู่กับตัวเลข industrial profits ที่จะช่วยสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ และในช่วงกลางสัปดาห์จะเริ่มมีการรายงานผลประกอบการของบริษัทจีนขนาดใหญ่ เช่น Xiaomi, Meituan, PDD, BYD, Kuaishou และธนาคารใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเพิ่มเติมต่อภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยสรุป ตลาดยังต้องจับตาความเสี่ยงจากสงคราม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แนวโน้มกิจกรรมเศรษฐกิจ และท่าทีของ Fed ซึ่งหากเศรษฐกิจเริ่มชะลอพร้อมแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จะเป็น downside risk ต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

📊แม้ตลาดจะเข้าสู่ภาวะ risk-off จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานสูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีท่าที hawkish มากขึ้นจน Bond Yield ปรับตัวขึ้น แต่เรามองว่าตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว โดยสะท้อนผ่านการปรับมุมมองต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed จากเดิมคาด 2 ครั้งในปีนี้ มาเป็นไม่ลดดอกเบี้ยในกรณีฐาน และมีความเป็นไปได้เล็กน้อยที่จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ซึ่งกดดันให้ S&P 500 ปรับตัวลงมาซื้อขายที่ Forward PER ราว 19.5 เท่า หรือประมาณ -0.29SD ท่ามกลางประมาณการกำไรที่ยังถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแรงหนุนจากนโยบายการคลังอย่าง OBBB ในปีนี้ เรามองว่าหากสถานการณ์สงครามไม่ยกระดับรุนแรงหรือเริ่มคลี่คลายลง และเงินเฟ้อจากราคาพลังงานในช่วงกลางปีไม่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอื่นในวงกว้าง (เป็น one-time ตามที่ Fed ประเมิน) จนทำให้ตลาดกลับมาคาดหวังการลดดอกเบี้ยอีกครั้ง โดย President Trump ก็เริ่มส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ อาจเข้าใกล้เป้าหมายและมีโอกาสลดระดับลงในระยะถัดไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงอยู่จากภาวะตึงตัวของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่เริ่มมีสัญญาณบวกบางส่วนหลังอิหร่านระบุว่าอาจเปิดทางให้เรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นผ่านได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อ supply shock ลงบางส่วน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เกิดการ re-rating ของ PER ได้อีกครั้ง ดังนั้นเรามองว่านี่เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง และหลีกเลี่ยงหุ้น thematic ขนาดกลางและเล็กเพื่อลดความเสี่ยงด้าน drawdown ของพอร์ต

โดยยังคงคำแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBONDUH) เป็น Core Fixed Income Portfolio ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y UST) ยังอยู่เหนือระดับ 4.25% ขณะที่ในส่วนของ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน แนะนำลงทุนในธีม AI ผ่านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) ที่ได้แรงหนุนจาก memory cycle ล่าสุดของ Micron รวมถึงหุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากนโยบายการคลังและแรงหนุนจากการเจรจาค่าจ้าง Shunto หุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่ valuation ปรับลงมาอยู่ในระดับ -1.88SD และเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการกลับมาของการขนส่งบางส่วนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนธีมโครงข่ายไฟฟ้า (A-GRID) สำหรับการลงทุนระยะยาว ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเร่งลงทุนด้าน AI และแนวโน้ม reshoring การย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา