KS: KS FUND TOP PICK 27 เม.ย. - 1 พ.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 27 เม.ย. - 1 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
27 เม.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 27 เม.ย. - 1 พ.ค. 2026

📌Big Week! ตลาดหุ้นระอุ จับตางบ Big Tech Mag7 + ประชุมเฟด วัดใจดอกเบี้ย

💡สัปดาห์แห่งการประชุมธนาคารกลางทั่วโลก

📊ปัจจัยที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ การประชุมธนาคารกลางที่สำคัญทั่วโลกหลายแห่ง โดยแม้เรายังคาดว่าการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินอาจจะยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในรอบนี้ แต่อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามมุมมองของธนาคารกลางต่างๆ ต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเผชิญหลากหลายปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาวิกฤติพลังงาน โดยราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการดำเนินธุรกิจยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งหากยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้คาดจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก และอาจเป็น Downside Risk ต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงถัดไปได้ โดยรายละเอียดของการประชุมแต่ละแห่งในสัปดาห์นี้มีดังนี้

📊การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) 28/4/26 เราคาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ตามเดิม เหตุผลหลักคือ ความไม่แน่นอนสูงจากสงครามตะวันออกกลาง + ราคาน้ำมันผันผวน ทำให้ BOJ เลือกที่จะรอดูสถานการณ์ก่อน แต่อย่างไรก็ดียังประเมินโทน Hawkish ในระยะกลาง โดยยังคาดว่า BOJ มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยแนะติดตามการปรับมุมมองของเงินเฟ้อ และ GDP ในช่วงถัดไป

📊การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) 29/4/26 เราคาดว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกรอบ 3.50-3.75% โดยจุดสำคัญของการประชุมรอบนี้เรามองว่าอาจจะไม่ใช่ดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่จะเป็นการส่งสัญญาณของนายเจอโรม โพเวล ประธาน FED ต่อภาวะเงินเฟ้อในช่วงถัดไปว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด โดยมุมมองของเราในกรณีฐานแม้ว่ายังมองปีนี้มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งแต่หากสงครามลากยาว ก็อาจทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐปีนี้ทรงตัวอยู่ในระดับเช่นนี้ทั้งปีได้เช่นกัน

📊การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) 30/4/26 เราคาดว่า ECB จะคงดอกเบี้ยเงินฝาก, รีไฟแนนซ์, เงินกู้ ที่ระดับ 2.0%, 2.15% และ 2.4% ตามลำดับ โดยภาพเงินเฟ้อยังไม่กระจายเป็นวงกว้าง และอาจยังต้องการข้อมูลที่ชัดเจนเพิ่มเติมจากสถานการณ์พลังงานที่ยังไม่นิ่ง โดยคาดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง 

📊การประชุมธนาคากลางอังกฤษ (BOE) 30/4/26 เราคาดว่า BOE จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75% โดยภาพเศรษฐกิจอังกฤษสะท้อนภาวะ Stagflation ที่ชัดกว่ายูโรโซน ดังนั้นคาด BOE น่าจะคงดอกเบี้ยยาวกว่า ECB จากทิศทางเศรษฐกิจที่ดูเปราะบางกว่า

📊ส่วนทางด้านสถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง โดยล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าด้านการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ซึ่งหากพิจารณาจากข้อตกลงต่างๆที่ทั้งสองฝ่ายต้องการในช่วงที่ผ่านมา ยังถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้การเจรจายังเป็นไปได้ยาก และทำให้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด เป็นปัญหาสำคัญต่อการขนส่งพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานในเอเชีย เนื่องจาก 90% ของพลังงานที่ออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซถูกขนส่งมายังภูมิภาคเอเชีย 

📊นอกจากนี้อีกฝั่งหนึ่งพบว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนมีสัญญาณที่แย่ลง โดย Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้สั่งการให้กองทัพโจมตีเป้าหมายของฮิซบอลเลาะห์ บ่งชี้ความวุ่นวายในตะวันออกกลางยังคงปะทุต่อเนื่อง

📊สะท้อนออกมายังราคาน้ำม้นดิบโลก ซึ่งเป็น Proxy สำคัญของสงคราม โดยพบว่าล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ยังทรงตัวสูงที่ราว 105 เหรียญต่อบาร์เรล กลับมาทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ดังนั้นยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์ความวุ่นวายในช่วงถัดไปอย่างต่อเนื่อง

📊อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเด็นตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน แต่ทางด้านตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นอาจได้แรงพยุงจากการเข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการ ซึ่งช่วงที่ผ่านมากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ราว 80% ก็ถือว่าออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งเข้ามาช่วยสร้างจิตวิทยาเชิงบวกที่ดีขึ้น โดยสำหรับสัปดาห์นี้ก็จะมีการรายงบของบริษัทสำคัญที่ตลาดจับตามอง เช่น หุ้นในกลุ่ม MAG7 ทั้ง Amazon.com Inc., Alphabet Inc., Meta Platforms Inc., Microsoft Corp. และ Apple Inc. ซึ่งโดยรวมยังคาดการเติบโตที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับกับธุรกิจ AI และ Cloud ที่ยังเป็นเมกะเทรนด์ โดยเชื่อว่าบริษัทส่วนใหญ่ก็จะให้ Guidance ในเชิงบวกเช่นกัน ซึ่งจะเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อการเก็งสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์นี้ 

📊ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆที่สำคัญในสัปดาห์นี้ เช่น สหรัฐฯ ติดตามยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1Q69 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนจีนติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1Q69 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน 

💡Semiconductor ยังแข็งแกร่งนำตลาด ขณะที่ Valuation อยู่บริเวณ +0.5SD

📊ดัชนีตลาดโลก MSCI ACWI ปรับตัวขึ้น MTD ในเดือน Apr-26 ที่ผ่ามาราว 8.7% MTD และตลาด US ทั้ง SPX และ NDX ปรับตัวขึ้นที่ 9.5% และ 15% ตามลำดับแม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังไม่คลี่คลาย 100% สะท้อนให้เห็นถึงตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Middle East conflict อีกต่อไป Greed & Fear Index Ratio จากเดิมที่เคยอยู่ใน Zone Extreme Fear ในกลางเดือน มีนาคม ผลิกกลับมาเป็น Extreme Greed ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา และกลุ่มที่นำตลาดหุ้นโลกและหุ้น US ปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้ยังคงเป็นกลุ่ม Semiconductor โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม AI Supply Chain โดย ดัชนี SOX Index (PHLX Semiconductor Sector) ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 38% Outperform ในทุก Index ในขณะที่กลุ่ม Software แม้จะมีการ Rebound ขึ้นมาได้เพียงเล็กน้อยราว 7%MTD 

📊อย่างไรก็ตามคำถามที่สำคัญคือที่ราคาปัจจุบันกลุ่ม Technology แพงไปแล้วหรือยัง? ปัจจุบันราพบว่า Fwd PE band ของ SPX ซื้อขายอยุ่ที่ระดับ +1SD ในขณะที่กลุ่ม Technology ซื้อขายที่ Fwd PE อยู่เพียง +0.5SD เท่านั้น โดยสาเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้แม้ราคาปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาแต่ Valuation ยังต่ำกว่า Main Index คือการปรับขึ้นของ EPS Upgrade ในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ SOX EPS มีการปรับขึ้นมากกว่า 100% จาก 184 ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 412 โดยหุ้นที่นำการปรับ EPS ของอุตสาหกรรมในรอบนี้คือกลุ่ม Memory อย่าง MU ที่ประกาศงบวันที่ 18 มีนาคม โดยให้ Guidance การเติบโตในไตรมาส 3Q26FY ที่ยังจะเติบโตราว 270%YoY และ 44%QoQ และ EPS Growth ที่ 12.7x YoY และ 60%QoQ และงบของ SK Hynix ที่ออกมาก็เป็นภาพเดียวกันที่มีการเติบของรายได้และกำไรใน 1Q26 ราว 200% และ 400%ตามลำดับโดยหลักมาจากการปรับราคาของ Memory ที่เพิ่มสูงขึ้น

💡งบกลุ่ม AI Semiconductor ใน 1Q26 ดีกว่าคาดและ Outlook ที่แข็งแกร่งไปยัง 2027

💡ทุกตัวเลขชี้ไปทิศทางเดียวกัน

📊เมื่อพิจารณาพร้อมกันทั้ง 5 บริษัท จะเห็นภาพที่ Coherent มากว่า Demand Chain ของ AI Infrastructure กำลังดำเนินอยู่ในช่วง Structural Upcycle ไม่ใช่ Cyclical Bounce โดยมีหลักฐานหลัก 4 ประการ

📊ประการแรกคือ Capex Commitment ระดับสูงผิดปกติ โดย TSMC เพิ่ม CAPEX เป็น USD 52-56bn, SK Hynix เพิ่ม CAPEX เข้า Yongin Cluster, Vertiv เร่งขยาย Manufacturing ซึ่งสะท้อนว่า Supply Side ยังคาดว่า Demand จะสูงต่อไปอีกหลายปี

📊ประการที่สองคือ Margin Expansion พร้อมกันในทุก Layer ตั้งแต่ Foundry (TSMC GPM 66.2%), Memory (SK Hynix GPM 79.3%), Equipment (ASML OPM 36%) ไปจนถึง Infrastructure (Vertiv OPM 20.8%) ซึ่งหมายความว่าไม่มีการแข่งขันด้านราคาที่ทำลาย Margin ในห่วงโซ่นี้

📊ประการที่สามคือ Guidance Upgrades พร้อมกัน ทุกบริษัทยกเว้น Vertiv (ซึ่ง Guidance ถูก offset ด้วย tariff ชั่วคราว) ต่างปรับ Guidance ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ASML ที่ปรับ Full-Year Target, TSMC ที่ให้ 2Q26 Guidance สูงกว่า Consensus 4% และ Intel ที่ให้ 2Q26 สูงกว่าคาด 9%

📊ประการที่สี่คือ Demand Shift จาก Training ไปสู่ Agentic Inferencing ซึ่งทั้ง SK Hynix และ Intel ต่างพูดถึงในทิศทางเดียวกันว่า Phase นี้จะ Intensive กว่า Training มากในแง่ Computation และ Memory Bandwidth ซึ่งหมายถึง Demand Wave ใหม่ที่กำลังมาซ้อนบน Wave เดิมสำหรับนักลงทุน ตัวเลขเหล่านี้ยืนยัน Thesis ว่า Semiconductor Cycle นี้ไม่ได้ถูก Drive โดย Inventory Restocking แบบ Cycle ธรรมดา แต่เป็น Structural Demand จาก AI Infrastructure Buildout ที่มี Multi-Year Runway ชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม Advanced Memory (HBM), Advanced Logic Foundry (TSMC 3nm/2nm), EUV lithography (ASML) และ Power/Thermal Infrastructure (Vertiv)

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา