KS: KS FUND TOP PICK 4 - 8 พ.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 4 - 8 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
5 พ.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 4 - 8 พ.ค. 2026

📌หุ้นกระจุกตัวขึ้นทั่วโลก นำโดยกลุ่ม Tech, Energy, Petro

💡หุ้นโลกทำ New high ท่ามกลาง Geopolitics ที่ต้องติดตาม

📊แรงซื้อในตลาดโลกยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ทำสถิติการปรับขึ้นยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 หนุนจากความหวังต่อการเจรจายุติสงครามอิหร่าน รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด (กว่า 80% ดีกว่าตลาดคาด) ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีนำตลาด โดยเฉพาะหลัง Apple Inc. ให้ guidance เชิงบวก หนุนโมเมนตัมเชิงบวกต่อกลุ่ม growth และ AI theme ในระยะสั้น

📊อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ โดยความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความไม่แน่นอน แม้อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจา แต่ Donald Trump ยังไม่พอใจกับข้อเสนอ ทำให้ตลาดยังคงผันผวน ซึ่งต้องติดตามเพิ่มเติมขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังแข็งแกร่ง แต่ท่าทีของ Federal Reserve เริ่มมีความแตกแยกมากขึ้น และสะท้อนว่าเส้นทางดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนสูง

📊ในฝั่งพลังงาน กลุ่ม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตเล็กน้อยในเดือนมิถุนายน (+188K bpd) สะท้อนแนวทางการบริหาร supply แบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ United Arab Emirates เดินหน้าเร่งลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตและแยกตัวออกจากกลุ่มอย่างเป็นทางการ (1 พ.ค.) ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาพลังงานในระยะกลาง แม้ระยะสั้นราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงจากความหวังด้านการเจรจา แต่ภาพรวมยังมีความเสี่ยง upside หาก geopolitical risk กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดยังอยู่ในภาวะ “risk-on แบบมีเงื่อนไข” ที่ต้องติดตามทั้งสงครามและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด

📊คงต้องติดตามเพิ่มเติมต่อโอกาสในการเจรจาของสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดีทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่าจะเริ่มช่วยนำทางเรือบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอิหร่านให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันจันทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจุดนี้อาจหนุนโมเมนตัมที่ดีขึ้น ท่ามกลาง Geopolitics ที่ยังเปราะบาง ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่น่าจับตาเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ เช่น ดัชนี US ISM ภาคบริการคาดที่ 53.7 จุด ลดลงจากเดือนก่อนที่ 54.0, การรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน เม.ย. คาดเพิ่มขึ้น 6.2 หมื่นตำแหน่ง และอัตราการว่างงาน US เม.ย. คาดทรงตัวที่ระดับ 4.3%

💡สรุปข้อสังเกตงบ Hyperscaler (GOOGL, MSFT, AMZN, META) ใน 1Q26 ที่ผ่านมา

📊ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Cloud services provider รายงานผลประกอบการใน 1Q26 โดยใจความหลักที่ตลาดจับตามองคือตัวเลขการลงทุน CAPEX guidance ในปี 2026 พบว่า CSP ทั้ง 3 ราย MSFT, META, GOOGL ประกาศงบ 1Q26 มีการขยับขึ้นของ CAPEX guidance ใน 2026 ราว 13% จากไตรมาสก่อนหน้าหรือเพิ่มขึ้นราว USD85bn โดยหลักมาจากการให้ Guidance CAPEX ครั้งแรกในปี 2026CY ของ MSFT ที่ปิดงบช่วงเดือน June มาอยู่ที่ USD190bn สำหรับปี 2026 เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ที่ USD118bn เพิ่มขึ้น 61% โดย GOOGL มีการปรับ CAPEX guidance 2026 ขึ้นจาก USD175-185bn เป็น USD180-190bn เพิ่มขึ้น 3% และ META มีการปรับเพิ่ม CAPEX guidance 2026 ขึ้นจากขอบบนที่ USD135bn ในไตรมาสก่อน เป็น USD145bn เพิ่มขึ้น 7% ในขณะที่ AMZN ยังไม่ได้มีการปรับ guidance CAPEX ใหม่ คงเลขการลงทุนเดิมที่ USD200bn ทั้งนี้ META และ MSFT บอกว่าการปรับเพิ่ม guidance ส่วนนึงมาจากราคาต้นทุนของ Component ที่แพงขึ้น.

📊เราพบว่า AI investment ที่ hyperscaler เร่งลงทุนกันนับตั้งแต่ ปี 2022 สร้าง new S curve ใหม่ให้แก่บริษัทและเป็นการเร่งการเติบโตของธุรกิจเดิมอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของ Cloud business ที่ทั้ง MSFT, AMZN และ GOOGLต่างมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 30-60% YoY แม้จะมีรายได้มากกว่าระดับ พันล้านเหรียญแล้วก็ตาม นอกจากนี้ใน Earning call ของทุกบริษัทยังพูดถึงความต้องการของ Compute และการใช้ Token ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในยุคของ Inferencing และ Agentic AI ที่เน้น reinforcement learning เพื่อปรับปรุง model อยู่ตลอดเวลาที่ทำให้การใช้ token มากกว่าในยุค queries อย่างมาก ทำให้ RPO ของทั้ง AMZN และ GOOGL เพิ่มขึ้น 50% และ 90% ตามลำดับ

📊ความเชื่อที่ว่า CAPEX เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ Operating margin ต่ำลงเป็นสิ่งที่ยังเป็นข้อถกเถียงในงบ 1Q26 ที่ผ่านมาแม้ทั้ง AWS และ GOOGL จะมีการลงทุน CAPEX อย่างมหาศาลใน 1Q26 ที่ผ่านมาแต่สิ่งที่เห็นคือ Operating margin ของ AWS ปรับเพิ่มขึ้นจาก 35% ในไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 37.7% ในไตรมาส 1Q26 และขณะที่ GOOGL สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ของ GPM ที่ 62.4% และ Operating margin ที่ระดับ 36% ได้จากรายได้ของ Cloud ที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แต่สำหรับ MSFT เริ่มเห็นผลกระทบของการลงทุนที่เยอะส่งผลทำให้ Operating margin ในกลุ่มธุรกิจ Intelligent cloud ปรับตัวลดลง QoQ มาอยู่ที่ 39.7% จากระดับ 42.2% ในไตรมาสก่อนหน้า และสุดท้าย META ที่ลง CAPEX ในระดับไตรมาสละ USD20bn ยังสามารถ maintain margin ได้อยู่ที่ระดับ 82% แต่ตลาดเริ่มมีความกังวลว่าการลง CAPEX growth จะมากกว่า Revenue growth และกดดัน Margin ในที่สุด  

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

KS-FUND-TOP-PICK_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา