KS: KS FUND TOP PICK 18 - 22 พ.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 18 - 22 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
18 พ.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 18 - 22 พ.ค. 2026

📌จับตา Bond Yield เร่งขึ้นทั่วโลก อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

📊แรงกดดันจากตลาดพันธบัตรโลกกำลังกลับมาเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นพร้อมกันทั่วโลกจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดทำให้ตลาดเริ่มกลับมาประเมินว่า “ดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกนาน” (Higher for Longer) ส่งผลให้เริ่มมีแรงขาย (take profit) ในหุ้นกลุ่ม Growth และ AI ซึ่งเป็นผู้นำขับเคลื่อนตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ 

📊โดยตัวเลขล่าสุดพบว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือ 4.5% ต่อเนื่อง ขณะที่พันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี กลับมาทะลุระดับ 5% ได้อีกครั้ง ส่วนญี่ปุ่น Bond Yield อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 4% สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มออกพันธบัตรในปี 1999 และ Bond Yield อังกฤษอายุ 10 ปี ขึ้นสู่ 5.10% หลังเผชิญแรงขายจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดยืนเหนือ 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนการเงินทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้น Growth และกลุ่มเทคโนโลยี เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

📊พฤติกรรมของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกในระยะสั้น สะท้อนว่าตลาดกำลังกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อเชิงโครงสร้างมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบทั้งต้นทุนการผลิต กำลังซื้อผู้บริโภค และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อภาคค้าส่งของญี่ปุ่นที่สูงกว่าคาด ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาเงินเฟ้อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสหรัฐเท่านั้น แต่กำลังกระจายเป็นวงกว้างในระบบเศรษฐกิจทั่วโลก

📊เรามองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “Risk Repricing” หลังสินทรัพย์เสี่ยงปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและ AI ที่มี valuation สูง ทำให้เมื่อ Bond Yield ปรับขึ้น ตลาดจึงเริ่มลดน้ำหนักหุ้นที่อิงการเติบโตระยะยาวและหันกลับมาสู่หุ้น Defensive หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ ดังนั้นในช่วงนี้คงต้องติดตามการแกว่งตัวของ Bond Yield, สถานการณ์เงินเฟ้อ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กำหนดกลยุทธ์การลงทุน จึงควรเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในระยะสั้น

💡สิ่งที่ต้องติดตามสำหรับงบ NVIDIA ที่จะรายงานเช้าวันพฤหัสที่ 21 พ.ค. นี้

📊สัปดาห์นี้เรามองตลาดจะเน้นโฟกัสไปยังการรายงานผลประกอบการของ NVDA ในงวด 1Q27FY ราคา NVDA ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 13%MTD  โดยในไตรมาสก่อนหน้าบริษัทให้ guidance ว่ารายได้จะเติบโตที่ระดับ 77% YoY รายได้อยู่ที่ USD78bn และ target GPM อยู่ที่ระดับ 75% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 60.5% ต่ำเป็นพิเศษเกิดจากในช่วง 1Q26FY บริษัทต้องมีการบันทึกการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือ (Inventory write-off & Purchase commitments) สำหรับ GPU รุ่น H20 จำนวน USD4.5bn ขณะที่ตลาดใน Bloomberg consensus ประเมินรายได้อยู่ที่ระดับ USD78.755bn มากกว่าที่บริษัทประเมินไว้ 1% โดยจะมาจากการเติบโตของกลุ่ม Data center ในไตรมาสนี้ที่เน้นการส่งมอบ GB300 (Grace Blackwell Ultra) เพิ่มขึ้น 87%YoY ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยในส่วนของ GPU (Compute) คาดการเติบโตที่ระดับ 78% และส่วนที่เป็นสินค้า Networking จะสามารถเติบโตได้โดดเด่นที่ระดับ 157% เราประเมินว่างบที่ออกมาจะ beat consensus ตามปกติ แต่สิ่งที่ตลาดจับตามองคือ

1) การปรับ TAM (ขนาดตลาด) เพิ่มขึ้นหรือไม่ทั้งสินค้า GPU และ CPU และ outlook ของ Demand ที่ NVDA เห็น จะสอดคล้องกับสิ่งที่ AMD และ ARM ชี้แจงถึง demand ของ CPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยหรือไม่ 

2) การส่งมอบ Architecture ใหม่อย่าง Vera Rubin และตัว CPU เดี่ยวคือ Vera และ Rack solution ว่าจะส่งมอบได้ตามกำหนดหรือไม่ในช่วง 2H26 นี้

3) Margin ที่มีโอกาสปรับตัวลดลงในช่วงแรก ที่เริ่มส่งมอบ VR200 ในช่วง 2H26CY นี้

4) พัฒนาการของการนำ CPO (Co-packaged Optics) เพื่อทลายกำแพงการส่งข้อมูลอย่าง Copper Wall และจะเป็นเทคโนโลยี optical networking ในรุ่นถัดไป เป็นต้น นอกจากนี้เราประเมินว่า guidance ที่ NVDA จะให้ใน 2Q27FY จะมีความสำคัญมากกว่าผลการดำเนินงานใน 1Q27FY นี้ โดยตลาดคาดการการเติบโตของ 2Q27 ที่ระดับ 84%YoY รายได้ราว 86bn และ GPM ที่ระดับ 74.8% 

📊สิ่งที่ตลาดจับตามองมากที่สุดราคาดว่าจะเป็นการปรับเพิ่ม TAM ซึ่งจากงาน GTC 2026 ล่าสุด ที่จัดขึ้นในเดือน March 26 ที่ผ่านมา Jensen ให้ guidance ในงานว่า NVIDIA มี "strong confidence and visibility" ของ demand/purchase orders/forecast สำหรับ Blackwell + Rubin รวมกันที่มากกว่า USD1trillion ผ่านสิ้นปี 2027 เพิ่มขึ้นจากที่เคยพูดไว้ครั้งก่อนที่ USD500 bn ใน GTC 2025 (ประมาณเดือนตุลาคม 2025) นอกจากนี้ตัวเลขนี้ Rubin Ultra, Feynman, Groq standalone, Vera CPU standalone หรือ storage products ทั้งหมดนั้นเป็น upside เพิ่มเติม

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

KS-FUND-TOP-PICK_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา