KS: KS FUND TOP PICK 25 - 29 พ.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 25 - 29 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
25 พ.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 25 - 29 พ.ค. 2026

📌ใกล้ปลดล็อคตะวันออกกลาง เพิ่มแรงกระตุ้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

📊แม้ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย แต่พัฒนาการล่าสุดถือเป็น “โมเมนตัมเชิงบวก” ต่อภาพรวมสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ หลังประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าการเจรจา “มีความคืบหน้าไปมากแล้ว” และอาจมีการประกาศข้อตกลงกับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งน่าจะรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดจะทำให้ตลาดเริ่มตีความว่า ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันเศรษฐกิจโลกมาตลอดหลายเดือน อาจเริ่มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว 

📊โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดตอบรับเชิงบวก คือการที่หลายประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย UAE กาตาร์ รวมถึงปากีสถานและตุรกี เริ่มเข้ามามีบทบาทผลักดันการเจรจาอย่างจริงจัง สะท้อนว่าประเทศในภูมิภาคเองไม่ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ เนื่องจากต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงเกินรับไหว โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพการลงทุนในภูมิภาค ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เองก็เผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน จึงมีแรงจูงใจมากขึ้นในการผลักดันทางออกผ่านการทูตแทนการยกระดับสงคราม

📊หากสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ตามแผน จะช่วยลดความกังวลด้าน Supply Shock ของตลาดน้ำมันโลกทันที ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันเริ่มคลายตัวจากระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (โดยปัจจุบัน Brent แกว่งบริเวณ 103.54 เหรียญต่อบาร์เรล) ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง ทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และค่าเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานสูงมาตลอดช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ การลดแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ยังช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเริ่มผ่อนคลายลง

📊สอดคล้องกับข้อมูลจาก Polymarket ซึ่งบ่งชี้ว่าโอกาสของการที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้เป็นปกติในช่วงเดือน มิ.ย. ด้วยความน่าจะเป็นล่าสุดที่ 52% ซึ่งเร่งขึ้นจากช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ตลาดให้น้ำหนักเพียงแค่ 30% 

📊ขณะที่ sentiment การลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มกลับเข้าสู่โหมด Risk-on มากขึ้น หากการเจรจามีความชัดเจนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามรายละเอียดสำคัญของข้อตกลง โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รวมไปถึงการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังเป็นจุดเปราะบางที่อาจทำให้การเจรจายังมีความไม่แน่นอนอีกเล็กน้อย

💡NVDA 1Q27FY มอง AI ยังแข็งแกร่งและเพิ่งเริ่มต้นสำหรับ Non-Hyperscalers

📊การรายงานงบของ NVDA ใน 1Q27FY ที่ยังมีรายได้เติบโตในระดับ 85% สำหรับรายได้รวม และเติบโตที่ระดับ 92% สำหรับรายได้จาก Data center และยังให้ guidance ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปที่ USD91bn เติบโต 84% นอกจากนี้การรายงาน segmentation ใหม่โดยแยกกลุ่มลูกค้าให้เห็นพบว่ารายได้จากลูกค้าจากกลุ่ม AI Cloud, Industrial and Enterprise (Non-Hypersacler) ปัจจุบันมีรายได้ใกล้เคียงกับ Hyperscaler ลดความกังวลเรื่องของ revenue concentration ได้เป็นอย่างมากพร้อมกับ โอกาสในการเติบโตของกลุ่ม Non-Hyperscaler ที่มี TAM ใหญ่กว่า hyperscaler หลายเท่าตัวซึ่งจะเป็น phase ถัดไปในการเติบโตโดย Jensen ประเมินว่าในอนาคตกลุ่ม AIC,IE จะเติบโตเร็วกว่ากลุ่ม Cloud titan โดยคาด TAM ใหญ่ถึง USD50-80tn ในระยะยาวนอกจากนี้ Jensen ยังประเมิณว่า TAM ของ Hyperscaler CAPEX ในปี 2027 จะสูงถึง USD1tn bullish กว่า CAPEX plan ของ Hyperscaler ทั้ง 4 เจ้าที่ระดับ USD725bn และคาดว่าจะเพิ่มเป็น USD3-4tn ในอนาคต ย้ำถึง Upcycle ของ AI investment ที่ยังอยู่ในช่วง early cycle และมี runway ของการเติบโตอีกยาวได้อย่างดี

📊Jensen ย้ำถึงการเติบโตของ AI ว่า "Compute is revenues Compute is profit“ โดย Jensen ได้ให้ guidance สำหรับ TAM ของสินค้า Vera CPU ซึ่งไม่รวม Vera Rubin Architecture ที่ระดับ 200bn ซึ่งจะรับรู้รายได้ในระยะสั้นได้ราว 20bn โดย Vera CPU ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ agentic AI โดย Vera จะ deliver ประสิทธิภาพสูงกว่า x86 alternatives ถึง 1.5x per core และการเข้าสู่ยุค Agentic AI และ Physical จะตามมาด้วย workload มหาศาลและมองว่า CPU (Orchestration) และ GPU (Compute) จะเป็นการทำงานร่วมกันไม่ได้ replace กัน ยืนยันความต้องการ AI CPU อย่างมหาศาลในอนาคต ต่อเนื่องจากสิ่งที่ทั้ง AMD, INTEL, ARM และ Qualcomm รายงานในการประกาศงบไตรมาสที่ผ่านมา โดยสัดส่วน CPU:GPU จะเปลี่ยนจาก 1:4 เป็น 1:1 และมีโอกาสที่ CPU จะมากกว่า GPU ในอนาคต โดยให้ TAM CPU ไว้ที่ระดับ USD100-120bn เช่นกัน

📊อีกทั้ง NVDA มองว่าการเติบโตของ inferencing จะเพิ่มอย่างรวดเร็วจากทั้ง frontier model companies เพิ่มขึ้นในปีนี้ ทั้ง Cursor, Perplexity, Codex etc. โดย NVDA มีการขยาย Frontier AI Coverage โดยเพิ่ม Anthropic เป็น strategic partner รายใหม่ ซึ่ง NVIDIA จะช่วย expand compute capacity ของ Anthropic ผ่าน AWS, Azure, CoreWeave และอื่นๆ ในปีนี้และปีหน้า Jensen ระบุว่า prior coverage ของ Anthropic "was largely zero until just recently" การขยาย partnership นี้จึงเป็น incremental growth ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา