KS: ERW หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

KS: ERW หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
19 ก.ค. 2569
ย้อนกลับ

🏢 KS: ERW หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

📌 ERW อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดในการรับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและความต้องการเดินทางเพื่อการประชุม สัมมนา และจัดแสดงสินค้า (MICE) ในปี 2569 โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการโรงแรมไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยในไตรมาส 1/2569 นักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วน 14% ของรายได้ห้องพักในกลุ่มโรงแรมตั้งแต่ระดับลักซัวรี่ ถึงราคาประหยัดของ ERW ซึ่งเป็นตลาดต้นทางอันดับหนึ่งของบริษัท เพิ่มขึ้นจาก 10% ในไตรมาส 4/2568 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้ห้องพักจากนักท่องเที่ยวจีนเติบโต 13% YoY ในไตรมาส 1/2569 ประเด็นสำคัญคือ นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ จึงมีความอ่อนไหวต่อค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน และเงินเฟ้อของค่าโดยสารเครื่องบินที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ต่ำกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง เราได้ปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าปี 2569 ลงเหลือ 31-32 ล้านคน จาก 33 ล้านคนในปี 2568 หรือหดตัวประมาณ 4.5% YoY จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่หน่วยงานอื่น เช่น ธปท. ททท. และ สศช. ยังคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าปีนี้ไว้ที่ 30-33 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนกำลังฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 18% YTD เทียบกับตลาดโดยรวมที่ลดลง 2.2% จากฐานที่ต่ำในปีก่อน และข้อมูลล่าสุดในเดือน พ.ค.2569 ยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ 33% YoY ขณะที่ผู้บริหารยืนยันว่าความต้องการเดินทางจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจจากสหรัฐฯ สามารถชดเชยความอ่อนแอของตลาดยุโรปและตะวันออกกลางได้มากกว่าในไตรมาส 2/2569 นอกจากนี้ ERW ยังให้เป้าธุรกิจเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 6% จากการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับลักซัวรี่ถึงราคาประหยัดที่ 5% YoY และการเติบโตของกลุ่มโรงแรม Budget ที่ประมาณ 10% YoY ขณะที่ตัวชี้วัด Same Hotel ของ HOP INN แสดงการเติบโตของรายได้ห้องพักที่ 3% ข้อมูลจาก ธปท. ยังยืนยันถึงความแข็งแกร่งของตลาดโรงแรมภายในประเทศ โดย RevPAR (รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก) ของโรงแรมในประเทศในเดือน เม.ย. 2569 อยู่ที่ 1,411 บาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนดังกล่าวจะลดลง 7.0% YoY ก็ตาม

📌 เราคาดว่า ERW จะได้รับประโยชน์จากงานอีเวนต์ระดับนานาชาติขนาดใหญ่หลายรายการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทั้งรายได้จากกลุ่ม MICE และรายได้ห้องพัก โดยงานสำคัญประกอบด้วย Gastech 2026 (14-17 ก.ย.) การประชุมประจำปี IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ (12-18 ต.ค.) งาน Wonderfruit (3-7 ธ.ค.) และ Tomorrowland Thailand (11-13 ธ.ค.) เราประเมินว่าโรงแรมที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี มีสัดส่วนประมาณ 67% ของรายได้ธุรกิจโรงแรมของ ERW ในไตรมาส 1/2569 เทียบกับประมาณ 29% ของ CENTEL ดังนั้น เราเชื่อว่า ERW และ AWC จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงานดังที่กล่าวข้างต้นในปีนี้

📌 ERW ยังคงมีความมั่นใจต่อเป้าหมายปี 2569 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโต 9% YoY จากการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับลักซัวรี่ถึงราคาประหยัดที่ 7% และการเติบโตของกลุ่มโรงแรม Budget ที่ประมาณ 14% นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้ง CAPEX ที่ประมาณ 4 พันลบ. ประกอบด้วยการขยายโรงแรมใหม่จำนวน 9 แห่ง (HOP INN ในไทย 8 แห่ง และ HOP INN ในเกาหลีใต้ 1 แห่ง) และงบปรับปรุงโรงแรมประมาณ 100-400 ลบ. โดยโครงการหลักคือการปรับปรุงโรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 ถึงไตรมาส 4/2570 ด้วยงบประมาณประมาณ 500-600 ลบ.

📌 ERW มี downside risk ต่ำกว่าคู่แข่ง เนื่องจากต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก โดยประมาณ 15% ของรายได้รวมของ ERW มาจาก HOP INN Thailand ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ค่อนข้างจำกัด เพราะ 95% ของลูกค้าเป็นคนไทย และในจำนวนนี้ 70% เป็นนักเดินทางเพื่อธุรกิจ ธุรกิจดังกล่าวจึงมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่าการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และยังคงสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2569 HOP INN Thailand มีรายได้รวมจากโรงแรมจำนวน 328 ลบ. เพิ่มขึ้น 20% YoY (โรงแรมเดิม +6% YoY) และมี EBITDA 162 ลบ. เพิ่มขึ้น 24% YoY คิดเป็นประมาณ 18% ของ EBITDA รวม ในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจโรงแรม Budget เป็น 150 โรงแรม หรือ 14,000 ห้อง ภายในปี 2573 ครอบคลุมไทย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดย ERW คาดว่าสัดส่วน EBITDA จากกลุ่ม HOP INN จะเพิ่มขึ้นจาก 32% ในปี 2568 เป็นประมาณ 41% ภายในปี 2573

📌 นอกจากนี้ เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะปรับลดลงอีก 0.1-0.2ppts ในไตรมาส 2/2569 จากกลยุทธ์การรีไฟแนนซ์หนี้ ภายหลังบริษัทดำเนินการรีไฟแนนซ์เงินกู้เสร็จสิ้นในไตรมาส 1/2569 ทั้งนี้ หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยของ ERW ส่วนใหญ่เป็นหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวจึงได้ประโยชน์โดยตรงจากการลดต้นทุนทางการเงินดังกล่าว

🎯มุมมอง KS

📌 แนะนำ “ซื้อ” TP ที่ 3.02 บาท เราคาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและธุรกิจ MICE คาดว่าจะฟื้นตัว นอกจากนี้ เหตุการณ์สำคัญในครึ่งหลังของปี 2569 จะช่วยกระตุ้นความต้องการด้านการบริการในกรุงเทพฯ และชลบุรี

ERW20260716_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #ERW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา