KS: KCE หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

KS: KCE หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
19 ก.ค. 2569
ย้อนกลับ

💰 KS: KCE หุ้นเด่นไตรมาส 3 กำไรมีแนวโน้มเข้าสู่ จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69

อัตรากำไรมีแนวโน้มเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงบวกใน 3Q69 จากการกำหนดราคา PCB ที่สูงขึ้น และควบคุมต้นทุนเริ่มเห็นผล

📌 แนวโน้มไตรมาส 3/2569 ของ KCE ดูเป็นบวก เนื่องจาก KCE มีโอกาสได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การฟื้นตัวของวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยผลักดันความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะขาดแคลนในหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน ปัจจุบันเราเริ่มเห็นสัญญาณของอุปทาน PCB ที่ตึงตัว ซึ่งจะสนับสนุนให้ราคา PCB ปรับเพิ่มขึ้นจากทั้งปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยราคาตลาดของ PCB อาจปรับเพิ่มขึ้นได้ 15-40% นับตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า KCE จะปรับขึ้นราคาเพียง 10-15% ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากบริษัทอาจให้ความสำคัญกับการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด คล้ายกับที่เกิดขึ้นในช่วงวัฏจักรขาขึ้นปี 2564 นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคา PCB ยังได้รับแรงหนุนจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน โดยการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน PCB ทั่วโลก เนื่องจากการผลิตอีพ็อกซีเรซิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิต prepreg และคิดเป็นประมาณ 10% ของต้นทุน PCB ทั้งหมด ได้หยุดชะงักลง ส่งผลให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของ KCE จะได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาสินค้ามากกว่าการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากความต้องการในภาคยานยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากเผชิญวัฏจักรขาลงยาวนานกว่า 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2565 โดย ณ ปัจจุบัน เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่ผู้ผลิตรถยนต์ใกล้จะสิ้นสุดกระบวนการระบายสต็อกและกลับเข้าสู่ระดับสต็อกสินค้าที่มีความสมดุลมากขึ้น

📌 เราคาดว่า KCE จะรายงานยอดขายเติบโต 5% QoQ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากปริมาณการขายมากกว่าการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ย (ASP) ขณะที่ยังสามารถรักษา GPM ไว้ที่ระดับ 17-18% แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนมาตั้งแต่ต้นปีก็ตาม อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของ KCE เนื่องจากผลบวกจากการปรับขึ้นราคาล่าสุดจะเริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน โดยเรามองว่าตลาดยังประเมิน upside ที่อาจเกิดขึ้นของ GPM ในไตรมาส 3/2569 ต่ำเกินไป เราเชื่อว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตของ KCE ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำราว 50% ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับขึ้นของราคา PCB ที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มาตรการลดต้นทุนที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาสารเคมี การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการลดจำนวนพนักงานในระดับโรงงาน จะช่วยผลักดันให้ GPM กลับไปอยู่ในระดับ 26-28% ในกรณีบวกมากที่สุด หากอัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าคาด และวัฏจักรขาขึ้นของ PCB แข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้ เราเชื่อว่า GPM จะฟื้นตัวสู่ช่วง 20% กลางๆ ถึงสูง ซึ่งใกล้เคียงกับวัฏจักรปี 2564 ที่ภาวะขาดแคลนชิปและการเติมสต็อกสินค้า ช่วยเสริมอำนาจการกำหนดราคาและผลักดันอัตรากำไรให้แข็งแกร่ง

📌 Prismark คาดว่าตลาด PCB โลกจะเติบโต 12.5% ในปี 2569 โดยเราเชื่อว่าการเติบโตดังกล่าวจะได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่กลุ่มยานยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากยอดขาย PCB รายเดือนของไต้หวัน ซึ่งเติบโต 4-37% ในเดือน พ.ค.2569 รวมถึงยอดขายรถยนต์ในยุโรปที่เพิ่มขึ้น 4-7% YoY โดยในไตรมาส 1/2569 และเดือน เม.ย.2569 อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ในจีนยังคงเผชิญกับแรงกดดันหลังจากมีการลดมาตรการสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกและในสหรัฐฯ ยังลดลงประมาณ 5% YoY ในไตรมาส 1/2569 แม้ยอดส่งออก PCB รายเดือนของไทยจะยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และจีนที่แข็งแกร่ง ซึ่งมูลค่าการส่งออกในเดือน เม.ย.2569 เติบโต 43% YoY โดยทั้ง 2 ตลาดดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนรวม 32% ของยอดขายทั้งหมดของ KCE โดย ณ ปัจจุบัน KCE มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 20% ของยอดส่งออก PCB ของไทย ลดลงจากที่ประมาณ 30%ก่อนหน้านี้

📌 ปัจจัยหนุนต่ออัตรากำไรจากต้นทุนสารเคมีที่อิงกับราคาน้ำมันที่ลดลง ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงประมาณ 25% จากระดับ 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เหลือ 75 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ส่งผลให้แรงกดดันจากต้นทุนสารเคมีที่อิงกับราคาน้ำมันลดลง โดยต้นทุนดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 33% ของต้นทุนขาย (COGS) ทั้งหมดของ KCE เราคาดว่าผลประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงดังกล่าวจะเริ่มสะท้อนเข้าสู่ผลประกอบการตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนให้อัตรากำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้น.

มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายย 45.00 บาท
วัฏจักรการลงทุน AI ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่างบลงทุนของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) ในปี 2569 จะพุ่งสูงถึง +74% จากความต้องการใช้งานจริงและยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่หนาแน่น แม้ตลาดจะกังวลเรื่องกระแสเงินสด แต่ความเสี่ยงจำกัดอยู่แค่กลุ่ม Oracle และ Neo Cloud เท่านั้น ส่วนรายใหญ่อื่นๆ ยังมั่นคงดี KCE ได้รับอานิสงส์ จากรอบขาขึ้นของชิ้นส่วน PCB ใน 3Q69

KCE_Strategy_1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #KCE

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา