KS: KS FUND TOP PICK 2 - 6 ก.พ. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 2 - 6 ก.พ. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
2 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 2 - 6 ก.พ. 2026

📌ดอลลาร์รีบาวด์ หลัง Kevin Warsh เข้าวินประธานเฟด

ตัวเลขแรงงาน ชี้ทิศทาง Macro ขณะที่งบ Google และ Amazon ชี้ชะตา Micro

🌍ตลาดหุ้นโลก (ACWI +1.06%) ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์ โดยยังถูกขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นต่อการเติบโตเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะธีม AI และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของตลาดเริ่มมีลักษณะเลือกข้างชัดเจนมากขึ้น โดยตลาดให้รางวัลกับบริษัทและกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถยืนยันการเติบโตผ่านผลประกอบการ คำสั่งซื้อ และ guidance ที่แข็งแรง ขณะที่หุ้นที่ valuation อยู่ในระดับสูงแต่สัญญาณการเติบโตเริ่มชะลอถูกกดดัน สะท้อนการเปลี่ยนจาก thematic rally ไปสู่การคัดเลือกหุ้นรายตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านค่าเงินมีบทบาทต่อการกระจายผลตอบแทนระหว่างภูมิภาค โดยการแข็งค่าของเงินเยนและความกังวลต่อการแทรกแซงค่าเงินกดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเอเชียเหนือในบางช่วง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังตลาดตีความถ้อยแถลงของทรัมป์ในเชิงสนับสนุนดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับลงของดัชนี DXY 

อย่างไรก็ดี บรรยากาศตลาดกลับมาอยู่ในโหมดระมัดระวังมากขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ หลังการประชุม FOMC ที่คงอัตราดอกเบี้ยตามคาดแต่ไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอย่างชัดเจน ประกอบกับการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าอาจทำให้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไปเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ โดยราคาทองคำปรับตัวลงแรงจากการปรับสถานะของนักลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจาก geopolitical risk premium หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศหนาวจัดที่เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน

📊ภาพรวมตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ภาพการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างผสมผสาน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ สะท้อนความแตกต่างชัดเจนระหว่างกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก S&P 500 (+0.77%) ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่และทดสอบระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ Nasdaq Composite (+0.78%) ปรับขึ้นตามแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ Meta (+8.76%) หลังรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งและให้ guidance รายได้สูงกว่าคาด ช่วยลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายจากการลงทุน AI

อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของดัชนีถูกจำกัดจากแรงขาย Microsoft (-7.65%) ในช่วงปลายสัปดาห์ หลังตลาดผิดหวังต่อสัญญาณการเติบโตของธุรกิจ Cloud จากข้อจำกัดด้าน supply ที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ความผันผวนของตลาดโดยรวมเพิ่มขึ้น ขณะที่ Dow Jones (-0.06%) และ Russell 2000 (-0.54%) underperform จากแรงกดดันของ UnitedHealth (-19.46%) ที่ร่วงแรง รวมถึงการหมุนเงินออกจากหุ้นขนาดเล็กเข้าสู่กลุ่ม large cap growth

ด้านตลาดเอเชียเหนือให้ภาพ outperform เด่นชัด นำโดยเกาหลีใต้ (Kospi +4.63%) และไต้หวัน (TWSE +1.80%) จากธีม AI และ memory-led cycle โดยเกาหลีใต้ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มหน่วยความจำอย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาก รวมถึงการเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ Maia 200 ของ Microsoft ซึ่งใช้หน่วยความจำในระดับสูงขึ้น 3.4 เท่า (64GB > 216GB) ตอกย้ำดีมานด์ HBM และ server memory ในระยะถัดไป

ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น underperform โดย Nikkei (-0.88%) และ Topix (-2.33%) ถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินเยน แม้ Nikkei ยังได้แรงพยุงจากหุ้นเฉพาะตัวอย่าง Advantest (+8.39%) ที่รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ฝั่งจีน HSCEI ปรับตัวขึ้นแรง (+4.28%) นำโดยกลุ่มธนาคารและพลังงาน ท่ามกลางความคาดหวังเชิงนโยบาย

ขณะที่ยุโรปยังอ่อนแอกว่าภูมิภาคอื่น โดย Stoxx 600 (-0.20%) ถูกกดดันจากผลประกอบการรายบริษัท CAC 40 (-0.88%) เผชิญแรงขายจาก LVMH (-7.52%) หลังผู้บริหารส่งสัญญาณว่าปี 2026 ยังเผชิญความท้าทาย ส่วน DAX (-2.37%) ปรับลงแรงจากความผิดหวังต่อผลประกอบการและ guidance ของ SAP (-13.82%) ขณะที่ตลาดอินเดียยังคงเคลื่อนไหวเชิงบวก (Nifty 50 +1.48%) จากความคืบหน้าด้านข้อตกลงการค้า แนวโน้มงบประมาณภาครัฐที่ยังเน้นการลงทุน และภาพการเติบโตภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น

🎯ในสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงเผชิญทั้งปัจจัยมหภาคและจุลภาคที่เข้มข้น โดยนักลงทุนจะจับตาท่าทีของ Kevin Warsh ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed คนใหม่ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินว่าจะมีความ hawkish มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน ได้แก่ JOLTs, ADP payrolls, Nonfarm payrolls และ Unemployment rate รวมถึงดัชนี ISM Manufacturing และ Services ควบคู่กับถ้อยแถลงของกรรมการ Fed ซึ่งอาจกำหนดทิศทางความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ด้านปัจจัยนอกสหรัฐฯ ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสำคัญ ได้แก่ ECB, BOE และ RBI รวมถึงเงินเฟ้อยุโรป และการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงินและตลาดหุ้นในภูมิภาค ด้านผลประกอบการยังคงอัดแน่นด้วยบริษัทขนาดใหญ่จากหลายอุตสาหกรรม โดยกลุ่มเทคโนโลยีประกอบด้วย Google, Amazon, AMD, Palantir, Qualcomm, ARM, Teradyne, Lumentum, Coherent, SMCI, IREN, Hanmi Semiconductor, ASE Technology, Fabrinet, Tokyo Electron, Ibiden และ Wistron ขณะที่กลุ่มยามี Eli Lilly, Novo Nordisk, Pfizer, Moderna, Merck, Amgen และ AbbVie

ด้านญี่ปุ่นจะมีรายงานจาก Mizuho Financial, MUFG, Toyota Motor, Sony, Nintendo, Food & Life, Panasonic, Ajinomoto และ Renesas รวมถึงกลุ่ม Sogo Shosha ได้แก่ Mitsui Corp, Marubeni, Sumitomo Corp, Itochu และ Mitsubishi Corp นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เช่น Eaton, Fluence Energy และ Bloom Energy กลุ่มกลาโหมอย่าง Mitsubishi Heavy, Hanwha Ocean และ Saab และกลุ่มการเงินยุโรป ได้แก่ UBS, BNP Paribas, Intesa Sanpaolo, Banco Santander และ Societe Generale ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

🟢เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนและยึดแนวทางจาก playbook เดิม โดยเน้นการลงทุนเชิง bottom-up บนพื้นฐานของผลประกอบการเป็นหลัก พร้อมอาศัยจังหวะที่ตลาดเผชิญความกังวลด้านปัจจัยมหภาคเป็นโอกาสในการทยอยสะสม จากผลประกอบการล่าสุด โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เรายังเห็นความแข็งแกร่งที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor equipment ซึ่งผู้บริหารหลายบริษัทสะท้อนตรงกันว่าความต้องการจากฝั่งต้นน้ำเร่งตัวขึ้นชัดเจนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนต้องปรับเพิ่มมุมมองต่อแนวโน้มในอนาคต ขณะที่กลุ่ม Cloud แม้ให้ภาพผสมผสานทั้งบวกและลบ เรายังมองเป็นปัจจัยเฉพาะตัวตามจังหวะการลงทุนและการรับรู้รายได้ มากกว่าจะเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของธุรกิจ ด้านนโยบายการเงิน แม้ตลาดกังวลต่อการที่ Kevin Warsh ได้รับเลือกเป็นประธาน Fed คนใหม่และมองว่าอาจมีท่าที hawkish แต่จากบทบาทในอดีตที่สนับสนุนการลดดอกเบี้ยและ QE ในช่วงวิกฤต รวมถึงมุมมองว่า productivity จาก AI สามารถหนุนการเติบโตโดยไม่เร่งเงินเฟ้อ เรามองว่าความเสี่ยงด้านนโยบายอาจไม่ตึงตัวอย่างที่ตลาดกังวล ประกอบกับ หุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ยังซื้อขายที่ระดับ valuation ซึ่งเรามองว่าน่าสนใจและ “ถูก” เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต สวนทางกับมุมมองตลาดส่วนใหญ่ที่มักมองว่ากลุ่มนี้มีราคาสูง เราจึงยังแนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นเทคฯ ใหญ่ และหลีกเลี่ยงหุ้นขนาดกลางและเล็กในช่วงที่ดัชนีอยู่ในโซนสูง เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้าน drawdown ของพอร์ต

สำหรับการจัดพอร์ต เรายังคงคำแนะนำทยอยสะสมหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBONDUH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y UST) ยังอยู่เหนือระดับ 4.00% ขณะที่ในส่วนของ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน แนะนำลงทุนในธีม AI ผ่านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่ระยะสั้นอาจผันผวนจากปัจจัยการเลือกตั้งแต่ระยะยาวยังได้แรงหนุนจากธีม Reflation และหุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่แม้ยัง underperform แต่ซื้อขายใกล้ค่าเฉลี่ย Forward PER โดยหากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ มีความคืบหน้า จะช่วยหนุน sentiment ในระยะถัดไป

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

1️⃣𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

📌𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -0.49% จากการปรับตัวลงของ Microsoft ที่ฉุดให้กลุ่ม software ลงแรงตามไปด้วย ขณะที่ได้แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductors และ Meta Platforms ที่ผลประกอบการดีกว่าคาด

✅คงคำแนะนำซื้อ IGM (ETF) สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลประกอบการของ Google, Amazon, AMD, Palantir, Qualcomm, ARM 

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -2.33% จากค่าเงินเยนที่แข็งค่า หลังผู้ว่า Ueda กล่าวว่าเงินเยนที่อ่อนค่าเริ่มกระทบอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดคาดว่าอาจมีการเข้าแทรกแซง รวมถึงการลดความเสี่ยงของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. และผลประกอบการของ Mizuho Financial, MUFG, Toyota Motor, Sony, Nintendo, Food & Life, Panasonic, Ajinomoto และ Renesas รวมถึงกลุ่ม Sogo Shosha ได้แก่ Mitsui Corp, Marubeni, Sumitomo Corp, Itochu และ Mitsubishi Corp

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 +1.48% หลังบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับ EU และความคาดหวังว่าสหรัฐฯ อาจยกเลิกภาษีเพิ่มเติมจากการที่อินเดียลดการนำเข้าน้ำมันรัสเซีย

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามประกาศงบประมาณว่านโยบายการคลังจะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นหรือเร่งการลงทุนระยะยาว และการประชุมธนาคารกลางอินเดีย (RBI)

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +3.76% จากผลประกอบการของทั้ง Samsung และ SK Hynix ที่ดีกว่าคาดอย่างมาก แม้ภาพรวมจะมีแรงกดดันจากการที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจาก 15% เป็น 25% ในสินค้ากลุ่ม รถยนต์ ไม้ และเวชภัณฑ์

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามผลประกอบการหุ้นเทคฯ ใหญ่ ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อมโยงกับ supply chain ของเกาหลีใต้

2️⃣ 𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

📌𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 3-6 เดือน)

✅𝐃𝐀𝐎𝐋-𝐂𝐇𝐈𝐍𝐀𝐓𝐄𝐂𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน ลงทุนผ่าน HSBC Hang Seng Tech ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.38% หลังมีข่าว กองทุนทีมชาติจีน (Central Huijin) เทขาย ETF ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่ปรับขึ้นแรง

✅คงคำแนะนำซื้อ เมื่อ Hang Seng Tech (HSTECH) ซื้อขายในกรอบ 5,400 – 6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด

3️⃣ 𝐇𝐨𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐓𝐔𝐒𝐅𝐈𝐍-𝐀: กองทุนหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน XLF (ETF) ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +0.70% จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% และ Mastercard ที่งบดีกว่าคาด

✅คงคำแนะนำ Let profits run และติดตามตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงท่าทีของ Kevin Warsh ต่อนโยบายการเงิน

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา