KS: OSP เรื่องราวเดิม ๆ

KS: OSP เรื่องราวเดิม ๆ

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
5 มิ.ย. 2569
ย้อนกลับ

🍷 KS: OSP เรื่องราวเดิม ๆ

📌 OSP รายงานกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่ 1.2 พันลบ. (+19% YoY, +41% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเราและตลาด 13% และ 11% ตามลำดับ โดยการเติบโตมีปัจจัยหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 42.5% (+220bps YoY, +300bps QoQ) และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ที่ลดลง 290bps ซึ่งมากพอชดเชยยอดขายที่ลดลง 7% กำไรปกติไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 33% ของประมาณการปี 2569 ของเรา

📌 คงแนวทางปี 2569 เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ OSP เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 และมีมุมมองเป็นกลาง บริษัทฯ คงเป้าหมายปี 2569 โดยคาดยอดขายเติบโตระดับหลักหน่วยกลาง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ทรงตัว YoY และงบลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ 400-500 ลบ. โดยในจำนวนนี้ราว 100-150 ลบ. จะใช้สำหรับโรงงานบรรจุขวดแก้วในเมียนมา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2570 ส่วนที่เหลือจะใช้กับนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และการกระจายสินค้า โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการกระจายสินค้าไปสู่ตลาด กลยุทธ์ในระยะถัดไปยังคงมุ่งเน้นการยกระดับสินค้าไปสู่ตลาดพรีเมียมและนวัตกรรม โดยมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในทุกกลุ่มหลักในไตรมาส 2/2569 ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง M-150 แบบกระป๋องระดับพรีเมียมราคา 20 บาท เจาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z โดยเป็นสูตรไม่มีน้ำตาลและใช้คาเฟอีนจากธรรมชาติ สอดคล้องกับแนวทางด้านสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีการปรับสูตร Peptein (เครื่องดื่มฟังก์ชัน) และนวัตกรรมใหม่ของ Babi Mild (ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล) ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569 เช่นกัน

📌 ยังคงควบคุมต้นทุน ในการประชุม ผู้บริหารระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าระดับ 40.1% ในปี 2568 และอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะยังแข็งแกร่ง แม้จะต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 42.5% ในไตรมาส 1/2569 เล็กน้อย จากสภาพแวดล้อมภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน ทำให้ช่วงเวลาการล็อกต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้าของ OSP ลดลงอย่างมาก โดยผู้บริหารระบุว่าลดลงจากปกติราว 6 เดือน เหลือเพียงประมาณ 6 สัปดาห์ ส่งผลให้ OSP เริ่มดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนภายในเพื่อจำกัดผลกระทบจากความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ เช่น การเพิ่มขนาดบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มฟังก์ชัน โดยสรุปแล้ว แผนการลดต้นทุนได้ดำเนินมาเกือบครบถ้วนแล้ว ผู้บริหารระบุว่าบริษัทฯ ดำเนินโครงการลดต้นทุนไปแล้วราว 75% และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตดำเนินไปแล้วประมาณ 80-90%

📌 เมียนมาเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย ทั้ง OSP และ CBG เคยเผชิญกับการหยุดชะงักด้านการดำเนินงานในเมียนมา จากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าที่เริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค. 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่าสถานการณ์เริ่มปรับดีขึ้น โดยคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตนำเข้าระยะยาวมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริหารยังระบุว่าระดับสต๊อกสินค้าในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมาก (สินค้าที่ผลิตออกมาสามารถขายได้ทันทีแทบไม่มีสต๊อกคงเหลือในคลังสินค้า) และมีแผนดำเนินการเติมสต๊อกในช่วงโลว์ซีซันของไตรมาส 3 ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายลดลงตามฤดูกาลน้อยลง

มุมมอง KS

🎯 แนะนำ "ถือ" ด้วย TP 16.60 บาท อิงเป้าหมาย PER เดิมที่ 14.2 เท่า แม้มาตรการลดต้นทุนจะช่วยสนับสนุนกำไรบางส่วน แต่เราคาดว่าไตรมาส 1/2569 จะเป็นจุดสูงสุดของกำไรปี 2569 ก่อนที่กำไรปกติจะทยอยลดลงเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันในไตรมาส 3/2569 อัตราตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 5-6% จะช่วยรองรับ downside ได้

OSP20260521_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #OSP

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา