🏥KS: BCH หุ้น Recovery Play พร้อม Upside จากประกันสังคม
จำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้นตัวใน 1Q69 และการปรับเพิ่มเงินเหมาจ่ายรายหัวอาจช่วยหนุนกำไร
📌 เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อ BCH โดยคาดว่ารายได้จะฟื้นตัวในอัตราการเติบโตตัวเลขหลักเดียวระดับกลางฯ ในปี 2569 การฟื้นตัวดังกล่าวถูกขับเคลื่อนหลักจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมา โดยเฉพาะที่ World Medical Center (WMC) ซึ่งรายงานการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งประมาณ 80–90% YoY ในเดือน ม.ค. และก.พ. จากการกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ารับการรักษาแผลเบาหวาน แหล่งที่มาหลักของผู้ป่วยกลุ่มนี้คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) นอกจากนี้ BCH ยังสามารถเปิดตลาดตะวันออกกลางใหม่ได้สำเร็จ โดยมีผู้ป่วยจากกาตาร์เริ่มกลับมาใช้บริการที่ WMC ซึ่งถือเป็นการกลับมาครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 7 ปี ในระยะถัดไป เราเชื่อว่าหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในภูมิภาคไม่ยืดเยื้อ แนวโน้มของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และอาจเร่งการกลับมาของผู้ป่วยกลุ่มอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ป่วยจากคูเวต ซึ่งหายไปเกือบทั้งหมดตั้งแต่ปี 2567 ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยจากกัมพูชายังคงได้รับผลกระทบเชิงลบจากการปิดชายแดนไทย-กัมพูชา และความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งยังคงกดดันจำนวนผู้ป่วยจากกัมพูชา โดยรวมแล้ว เราคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 1–2% ในปี 2569 และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นหากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง เร็วกว่าคาด
📌 เราประเมินว่าหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงประมาณ พ.ค.–มิ.ย. มีความเป็นไปได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคม (สปส.) จะได้รับการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว (Basic Capitation) โดยอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จาก 1,808 บาท/คน เป็นประมาณ 2,000 บาท/คน หลังจากมีการปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/คน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 หากมีการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว 10% เราประเมินว่าจะช่วยเพิ่มกำไรของ BCH ประมาณ 165 ลบ./ปี หรือคิดเป็นการเติบโตของกำไรประมาณ 12% ต่อปี หากการปรับขึ้นเริ่มมีผลเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ผลบวกต่อกำไรจะอยู่ที่ประมาณ 6% สำหรับทั้งปี นอกจากนี้ เราเชื่อว่าความเสี่ยงจากการปรับลดอัตราการเบิกจ่ายค่ารักษาโรคค่าใช้จ่ายสูงในปี 2569 ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากอัตราการจ่ายได้รับการการันตีแล้วที่ 12,000 บาทต่อ RW ดังนั้น เราคาดว่ารายได้จาก สปส.ในปี 2569 จะมี downside จำกัด และช่วยเป็นฐานรายได้ที่มีเสถียรภาพให้กับโรงพยาบาล โดยเฉพาะในกรณีที่รายได้จากผู้ป่วยเงินสด โดยเฉพาะผู้ป่วยไทย อ่อนตัวลงระหว่างปี
📌 ปัจจุบัน เรามองว่า BCH ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ -2 SD ของ PE ล่วงหน้าปี 2569 ซึ่งถือเป็นการประเมินมูลค่าในระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี นอกจากนี้ เรายังเห็นโอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งอาจช่วยเพิ่ม upside ให้กับอัตราตอบแทนเงินปันผลปัจจุบันที่ประมาณ 4% ในระยะยาว เราคาดว่า BCH จะสามารถขยายฐานผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเกิน 1 ล้านราย โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งใน จ.ระยองและย่านสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีกำหนดเปิดในช่วงปี 2570–71 โดยโรงพยาบาลใหม่เหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของ BCH ในการรองรับผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มเติม
🎯มุมมอง KS
📌 แนะนำ “ซื้อ” TP ที่ 11.00 บาท หุ้น recovery play พร้อม upside จาก สปส. เราคาดว่ารายได้จะฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง โดยอาจมี upside จากอัตราค่าบริการต่อหัวที่เพิ่มขึ้นของ สปส. ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไร 6-12% การประเมินมูลค่าหุ้นที่ -2SD ช่วยป้องกัน downside risk โดยมีเงินปันผลและการเติบโตในระยะยาวที่ได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลใหม่ๆ ขณะที่เราเลือก BCH เป็นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับไตรมาส 2/2569

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #BCH
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English