KS: LH คาดจะฟื้นตัวในปี 69 หลังความอ่อนแอในปี 68

KS: LH คาดจะฟื้นตัวในปี 69 หลังความอ่อนแอในปี 68

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
1 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

🏦KS: LH คาดจะฟื้นตัวในปี 69 หลังความอ่อนแอในปี 68

📌 ปรับประมาณการกำไรปี 2568-70 เพื่อสะท้อนแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 เชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น และเรามองว่ากลยุทธ์ลักษณะนี้จะถูกยืดออกไปจนถึงปี 2570 รวมถึงภาวะอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่อ่อนตัว ซึ่งจะนำไปสู่การทำแคมเปญการตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นที่ LH จะนำมาใช้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-70 ของ LH ลง 1%/3%/11% ตามลำดับ นอกจากการปรับลดประมาณการรายได้ลง 4.9%/6.5%/9.5%, แล้ว เรายังปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรจากการดำเนินงานลง 0.4/3.3/3.1ppt ในช่วงเวลาดังกล่าว หากอิงจากประมาณการใหม่ของเรา แม้เราจะคาดว่ากำไรปี 2568 จะลดลงอย่างมากที่ 31% แต่เรายังเชื่อว่า LH จะสามารถเพิ่มกำไรปี 2569 ได้ 9% ก่อนจะเพิ่มขึ้นอีก 36% ในปี 2570

📌 คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 777 ลบ. จะลดลง 70% YoY และ 1.3% QoQ เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 ของ LH จะลดลง 70% YoY และ 1.3% QoQ กำไรที่หดตัวลงแรงเชิง YoY จะไม่เพียงมาจากรายได้ที่เราคาดว่าจะลดลง 13% จากการชะลอตัวของยอดขาย แต่ยังรวมถึงการไม่มีรายการกำไรจากการขายสินทรัพย์ (เทอมินอล 21 พัทยา) จำนวน 1.58 พันลบ. ที่บันทึกไว้ในไตรมาส 4/2567 ขณะที่ในเชิง QoQ แม้เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจหลักจะเพิ่มขึ้น 3% จากการเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรม ขณะที่ยอดขายที่อยู่อาศัยคาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจาก backlog โครงการแนวราบที่ยกมาจากไตรมาส 3/2568 ที่ต่ำ แต่ค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้นจากปัจจัยตามฤดูกาลจะกดดันให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลง 1.1ppt ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตของกำไร แม้เราจะเห็นว่าส่วนแบ่งกำไรจาก HMPRO จะแข็งแกร่งขึ้น QoQ แต่จะถูกหักล้างบางส่วนด้วยผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของ LHFG

📌 คาดกำไรปี 2569 จะฟื้นตัวในระดับปานกลาง แม้เราจะมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยในปี 2569 โดยเฉพาะในด้านอุปสงค์ แต่เรามองว่าการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดขนาดใหญ่ของ LH อย่าง วันเวลา ณ เจ้าพระยา (มูลค่า 1.5 หมื่นลบ ขายแล้ว 57%) ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 จะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัยในปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นกันชนสำคัญต่ออัตรากำไรในช่วงที่กลยุทธ์ด้านราคายังคงถูกนำมาใช้ นอกจากนี้ การรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรม 2 แห่งที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมาในเดือน เม.ย. (แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี) และเดือนธ.ค. (แกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เพรสทีจ) จะช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับรายได้และอัตรากำไร อีกทั้งการเปิดโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา (แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ) ในเดือน ต.ค.2569 จะช่วยสร้างความสนใจเชิงบวกจากนักลงทุนต่อหุ้นเพิ่มเติม ควบคู่กับแผนการขายสินทรัพย์ 3 รายการ (ไทย 1 รายการ และสหรัฐฯ 2 รายการ) ในครึ่งปีหลังปี 2569 ดังนั้น เราจึงมองว่า LH จะสามารถเพิ่มกำไรปี 2569 ได้ 9% หลังจากลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี

มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ถือ” TP ปี 2568 ที่ 4.00 บาท แม้ว่าเราจะปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 อิงด้วยวิธี SOTP เป็น 4.0 บาท จากเดิม 3.85 บาท หลังจากที่นักวิเคราะห์กลุ่มพาณิชย์ของเราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับการลงทุนหลักของ LH (HMPRO) เป็น 7.3 บาท จากเดิม 6.8 บาท แต่ราคาปิดล่าสุดไม่มีความแตกต่างกับราคาเป้าหมายใหม่ของเรา อัตราตอบแทนเงินปันผลจากการถือครอง 1 ปีที่แข็งแกร่งที่ 6.2% จึงถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อคำแนะนำของเรา ในมุมมองของเรา หุ้นจะค่อยๆ ได้รับความสนใจจากตลาดเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทน (ครึ่งหลังของปี 2569-70) เมื่อโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น วันเวลา ณ เจ้าพระยา โรงแรมใหม่ และธุรกรรมการขายสินทรัพย์ สร้างความตื่นเต้นให้กับกำไรของบริษัทฯ มากขึ้น

LH-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #LH

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา