KS: TOP โครงการ CFP ดีขึ้นและวัฏจักรขาขึ้นของโรงกลั่นรออยู่

KS: TOP โครงการ CFP ดีขึ้นและวัฏจักรขาขึ้นของโรงกลั่นรออยู่

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
27 ม.ค. 2569
ย้อนกลับ

🛢️ KS: TOP โครงการ CFP ดีขึ้นและวัฏจักรขาขึ้นของโรงกลั่นรออยู่

📌 ช่วงเวลาทองของธุรกิจโรงกลั่นใกล้จะเริ่มต้น แนวโน้มของอุตสาหกรรมโรงกลั่นมีความตึงตัวมากขึ้น กำลังการผลิตส่วนเกินของโรงกลั่นทั่วโลกมีแนวโน้มทยอยลดลงจาก 6.6 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568 เหลือ 5.6 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2571 จากการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ที่น้อยลง และการปิดโรงกลั่นเพิ่มเติมในประเทศฝั่งตะวันตก นอกจากนี้ ระดับสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกยังอยู่ใกล้หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ดังนั้น เราคาดว่าค่าการกลั่น (GRM) จะทยอยปรับตัวดีขึ้นตามภาวะอุปทานส่วนเกินที่ลดลง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

📌 ข่าวดีต่อโครงการ CFP สำหรับโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ของ TOP มีข่าวดีสำคัญ 2 ประการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการในระยะยาว ประการแรก ผู้บริหารของ TOP ระบุว่ากำหนดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการจะถูกเร่งขึ้นประมาณ 3 เดือน จากเดิมไตรมาส 3/2571 มาเป็นไตรมาส 2/2571 และตั้งเป้าลดเงินลงทุนของโครงการลง 250–300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้มูลค่าโครงการรวมลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประการที่สอง ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบชนืดเบาและหนักมีแนวโน้มกว้างขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ซึ่งจะช่วยหนุน GRM ของ TOP หลังโครงการ CFP เริ่ม COD

📌 สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น ความเสี่ยงในการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับต่ำ จนถึงปัจจุบัน TOP สามารถลดภาระหนี้ลงได้แล้ว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านการซื้อคืนพันธบัตรและการชำระคืนเงินกู้ล่วงหน้า โดยใช้แหล่งเงินจากการขยายระยะเวลาการชำระค่าน้ำมันดิบกับ PTT เงินที่ได้รับจากการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด (asset monetization) 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเคลมเงินค้ำประกัน 438 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากผู้รับเหมาก่อสร้าง EPC เดิมของโครงการ CFP และการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (perpetual bond) จำนวน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลง 1 เท่า จาก 5.8 เท่า เหลือ 4.8 เท่า ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับเกณฑ์ 6 เท่าที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือกำหนดไว้

📌 คาดกำไรไตรมาส 4/2568 ทรงตัวและแนวโน้มไตรมาส 1/2569 จะยิ่งดีขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP ในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 2.2 พันลบ. (กำไรต่อหุ้น (EPS): 0.98 บาท) เพิ่มขึ้น 2% QoQ แต่ลดลง 21% YoY เนื่องจากกำไรปกติที่แข็งแกร่ง 6.2 พันลบ. จะถูกชดเชยด้วยผลขาดทุนจำนวนมากจากสต็อกน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน รวมมูลค่า 3.7 พันลบ. โดยในไตรมาส 1/2569 แม้ว่า QTD Singapore GRM จะปรับตัวลดลง 1.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 7.2 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล แต่เราคาดว่ากำไรของ TOP จะยังคงปรับตัวดีขึ้น QoQ จากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบและอัตราค่าระวางเรือที่ลดลงประมาณ 0.9–1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรลต่อรายการ รวมถึงผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลง

🎯มุมมอง KS

📌 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 47.50 บาท  ด้วย upside 13% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ของเรา เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOP ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการปิดโรงกลั่นครั้งใหญ่เพื่อบำรุงรักษาในปี 2568 ไปแล้ว จึงทำให้บริษัทฯ สามารถรับประโยชน์อย่างเต็๋มที่จากช่วงขาขึ้นของค่าการกลั่นในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่การเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดิบชนิดเบาและหนักทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จะช่วยเพิ่มกำไรจากโครงการ CFP ได้ราว 1.9 พันลบ. ต่อปี นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่ลดลงที่เกี่ยวข้องกับโครงการ CFP คาดว่าจะช่วยลดส่วนลดมูลค่าหุ้นที่เคยมีของ TOP

TOP_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #TOP

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา