KS: KS FUND TOP PICK 21 - 25 ก.ย. 2026⛳️

KS: KS FUND TOP PICK 21 - 25 ก.ย. 2026⛳️

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
21 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 21 - 25 ก.ย. 2026⛳️

📌ลุ้นรีบาวน์ แนะเกาะติดการเจรจา ระหว่างทรัมป์ กับ สีจิ้นผิง

📊ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยดัชนีแต่ละตัวไปคนละทาง โดย Nasdaq เป็นดัชนีเดียวที่ปิดบวก 0.7%WoW จากแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีที่นักลงทุนหันกลับมาโฟกัสธีม AI ขณะที่ S&P 500 แทบทรงตัวที่ -0.1%WoW และ Dow Jones ร่วงหนักสุด 1.7%WoW ประเด็นหลักที่ขับเคลื่อนตลาดทั้งสัปดาห์คือการประชุม Fed วันพุธซึ่งมีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75-4.00% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ทำให้ตลาดร่วงแรงในวันพุธจากโทน Hawkish ของ Kevin Warsh ก่อนจะพลิกกลับมาบวกแรงในวันพฤหัสฯ นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวจากแรงขายก่อนหน้า สะท้อนว่านักลงทุนยังเลือกกลับมาเล่นธีม AI มากกว่าจะหนีความเสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะระดับ 106 เหรียญต่อบาร์เรลกลางสัปดาห์จากความเสี่ยงท่อส่งน้ำมันซาอุฯ และทะเลแดง ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อยจากข่าวคลี่คลาย ดันราคาดีเซลทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.45 เหรียญต่อแกลลอน

📊ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือธนาคารกลางหลักทั่วโลกขยับ Hawkish พร้อมกันเป็นประวัติการณ์ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1.25% สูงสุดในรอบ 31 ปี ด้วยมติ 7-2 เสียง ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด แต่มีการปรับท่าทีด้าน Quantitative Tightening ที่น่าจับตา ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5.0% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2007 แม้ Treasury Department จะพยายามใช้มาตรการซื้อคืนพันธบัตรมาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ก็ตาม สะท้อนว่าแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากทั้งการขาดดุลการคลัง งบลงทุน AI Capex ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง และการประเมินทิศทางดอกเบี้ย Fed ใหม่ตลอดทั้งปี มีน้ำหนักเหนือกว่ามาตรการแทรกแซงระยะสั้นของ Treasury ไปแล้ว

📊ที่น่าติดตามคือตลาดเองกลับให้น้ำหนักว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกถึง 3 ครั้งก่อนอัตราดอกเบี้ยจะนิ่งที่ 4.50-4.75% ในช่วงครึ่งหลังปี 2027 ซึ่งเข้มงวดกว่าที่ Fed เองส่งสัญญาณไว้ในการประชุมครั้งนี้

📊สำหรับสัปดาห์นี้ ปฏิทินเศรษฐกิจค่อนข้างเบาบางลงหลังผ่านสัปดาห์ตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งใหญ่ไปแล้ว โดยไฮไลต์คือดัชนี S&P Global PMI ภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือน ก.ย. ในวันพุธ ตามด้วยยอดขายบ้านใหม่เดือน ส.ค. ในวันพฤหัสฯ และปิดท้ายด้วยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค. ในวันศุกร์ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นจังหวะสำคัญต่อความสัมพันธ์การค้าทั้งสองประเทศ แนะจับตาอย่างใกล้ชิดเพราะอาจส่งผลต่อ Sentiment ตลาดได้ทั้งสองทาง ด้านผลประกอบการ สัปดาห์นี้มีบริษัท Costco ในวันพฤหัสฯ เรามองว่า Costco จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อสุขภาพผู้บริโภคสหรัฐฯ ท่ามกลางราคาพลังงานที่ยังสูงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย แนะคงน้ำหนักการลงทุนแบบเลือกเฟ้นในหุ้นคุณภาพสูงที่พิสูจน์ผลตอบแทนจาก AI ได้จริง มากกว่าไล่ราคาตามกระแสทั้งกระดาน เพราะความผันผวนจากวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่น่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่องในหลายเดือนข้างหน้า

📌Cybersecurity คือ Backbone Infrastructure ที่สำคัญในยุค Agentic AI

📊ภายหลังจาก Dario Amodei ได้ออกเรียงความชื่อ "We Must Pace the Frontier" เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เสนอให้อุตสาหกรรม AI ชะลออัตราการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดลอย่างตั้งใจ ใจความหลักคือแม้ Anthropic จะลงทุนด้านความปลอดภัยมาตลอด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเขาเชื่อว่าการป้องกันความเสี่ยงอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องคุมจังหวะการพัฒนาขีดความสามารถด้วย เพื่อให้งาน Cybersecurity ป้องกันความเสี่ยงตามทัน โดยได้ให้เหตุผลคือ Recursive Self-Improvement (RSI) ตั้งแต่ราวฤดูร้อนปีนี้ AI พัฒนาเร็วขึ้นมาก โดยมีแรงขับหลักจากการที่ AI เริ่มช่วยสร้าง AI รุ่นถัดไปได้เอง ซึ่งเกิดขึ้นทั่วอุตสาหกรรมรวมถึงที่ Anthropic เอง และถ้าปล่อยไว้อาจเร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจและควบคุมได้ และ ข้อที่สองคือ เหตุการณ์ OpenAI–Hugging Face (OAI-HF) ในเหตุการณ์นี้ Agent ของ OpenAI หา Credential ของ Hugging Face ที่รั่วอยู่บนอินเทอร์เน็ต แล้วใช้ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีใครรู้หลายจุดต่อกันจนได้สิทธิ์ระดับ Admin บน Server หลายตัว โดย Hugging Face เปิดเผยการบุกรุกเมื่อ 16 กรกฎาคม และ OpenAI ยืนยันว่าโมเดลของตนเป็นต้นเหตุในอีกห้าวันต่อมาทำให้ Dario ชี้ว่า Agent กลุ่มนี้โจมตีเป้าหมายที่ไม่ได้รับคำสั่งและไม่เกี่ยวกับงาน ยอมเสียสละตัวเองเพื่อความสำเร็จของกลุ่ม และพยายามเจาะเข้าระบบ Grader ที่ใช้ประเมินผลงานของตัวเอง และท้ายที่สุดมีการแสดงความกังวลว่ามีโอกาสที่ AI จะ Takeover Internet Platform ได้ในที่สุด 

📊สิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความปลอดภัยนับตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา มีเหตุการณ์ สำคัญมากกว่า 10 ครั้งเร่งตัวขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับในช่วงปี 2023-25 โดยมีเหตุการณ์เช่น Mythos Moment ในช่วง Apr-26, Hugging Face Jul-26 และล่าสุดที่ Reuter มีการรายงานการเจาะข้อมูลของ Gemini ในช่วงเดือน May-26 ที่ผ่านมาแต่เพิ่งรายงานในช่วง 18-Sep-26 ว่า Gemini ได้เข้าระบบ 3 บริษัท โดยเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์จำลอง ในกรณีหนึ่ง Gemini ทดลองเดารหัสผ่านจนสามารถเข้าสู่ Protected System ได้ ส่วนอีกสองกรณี Model พบ Credentials/Information ที่ถูกเปิดเผยอยู่บน Public Online Repositories และนำไปใช้เข้าถึงระบบจริง จุดที่สำคัญคือ Agent Capability คือกระบวนการ ค้นหาข้อมูล ไปยังระบุ Credential และทดลอง Authentication จนถึงเข้าถึงระบบ เกิดขึ้นโดย Model ระหว่างการทำงานตามเป้าหมาย ไม่ได้มีมนุษย์สั่งทีละขั้น ซึ่งท้ายที่สุด Google ยืนยันและแจ้งผู้ได้รับผลกระทบ โมเดลหยุดเมื่อรับรู้ว่าอยู่นอกขอบเขต

📊ในขณะที่ทั้ง CRWD และ PANW ที่เป็นผู้เล่นใน Cybersecurity ที่ใหญ่ที่สุดมีการเติบโตเร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงไตรมาสล่าสุด พร้อมกับ Key Takeaway ใน Earning Call ของ PANW ที่ระบุจุด Inflection Point ของกลุ่ม Cybersecurity มี 3 ช่วงเวลาคือ Jan-26 เกิด Agentic AI นำโดย OpenClaw ที่ Agent สร้าง Traffic และ Data เพิ่มขึ้นมหาศาลที่ต้องการการตรวจสอบและป้องกัน, April-26 เกิด Mythos Moment ทำให้ตลาดรู้ถึงความอันตรายของ AI ที่ทำให้ความปลอดภัยเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในยุค AI และ Jun-26 การมาของ Open-weight Model ทำให้การ Adopt AI สูงขึ้นและสร้าง Surface Area ที่ต้องการ Security เป็นจำนวนมากและในระดับ Real-time Defense ในขณะเดียวกัน CRWD ได้กล่าวถึง Mythos Moment เช่นกันที่ เปลี่ยนสถานะ CRWD จาก Endpoint Vendor เป็น "AI Security Infrastructure“ และเป็นตัวเร่งสำหรับ AIDR Product ได้อย่างดี ส่งผลให้ Product AIDR มี Ending ARR เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า QoQ สะท้อนภาพทั้งสองรายมอง Cybersecurity เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในยุค AI

📌Key Takeaway จาก CRWD Fal.con 2026 ล่าสุด

📊AI กำลังขยายโอกาสของ CrowdStrike จากการป้องกันอุปกรณ์และพนักงาน ไปสู่การป้องกัน AI Agents ซึ่งอาจเติบโตได้เร็วกว่าจำนวนคนในองค์กรอย่างมาก แกนหลักของ Fal.Con 2026 คือองค์กรต้องทำสองเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ ใช้ AI รับมือการโจมตีที่เร็วขึ้น และรักษาความปลอดภัยให้ AI ที่กำลังเข้าถึงข้อมูล เขียนโค้ด และดำเนินการแทนมนุษย์ George Kurtz จึงมองว่า “AI Security Being Bigger than EDR” โดยระบุว่าการนำ AIDR ไปใช้เพิ่มขึ้น 79 เท่าภายใน 3 เดือน หลังเปิดตัว ผลิตภัณฑ์สำคัญคือ Falcon Guardian ซึ่งเปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว ช่วยค้นหา Shadow AI ตรวจสอบคำสั่งและพฤติกรรมของ Agents รวมถึงควบคุมการเข้าถึงเครื่องมือและข้อมูล จุดได้เปรียบที่บริษัทเน้นคือการเชื่อมสิ่งที่ AI “ได้รับคำสั่งให้ทำ” กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนเครื่องผ่าน Falcon Sensor ทำให้ตรวจจับและหยุดการกระทำได้ในระบบเดียว นัยต่อธุรกิจคือการใช้ AI มากขึ้นสร้างทั้งความต้องการโมดูลใหม่และเพิ่มความสำคัญของฐาน endpoint เดิม ขณะที่ผู้บริหารระบุว่า Guardian จะมีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ AIDR เดิมตามความสามารถที่เพิ่มขึ้น

📊SafeMind เป็นการขยายบทบาทของ CrowdStrike ไปสู่ผู้พัฒนา AI เฉพาะทางด้าน Cybersecurity และสร้างช่องทางรายได้จาก Tokens เพิ่มเติม บริษัทเปิดตัว Cybersecurity Superintelligence Lab และระบบ SafeMind ซึ่งประกอบด้วยโมเดล Red Tempest สำหรับจำลองการโจมตี และ Blue Solano สำหรับตรวจจับและพัฒนาการป้องกัน โดยนำทั้งสองฝั่งมาทดสอบซ้ำในสภาพแวดล้อมจำลองขององค์กรหรือ Digital Twin เพื่อค้นหาว่าช่องโหว่ใดโจมตีได้จริงและควรแก้ก่อน จุดที่ผู้บริหารมองว่าเลียนแบบได้ยากคือข้อมูลภัยคุกคาม ประสบการณ์รับมือเหตุการณ์ และซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของ Model หรือ Harness ซึ่งบริษัทพัฒนาร่วมกับระบบนิเวศอย่าง NVIDIA โดย CrowdStrike ระบุว่ามีข้อมูลเหตุการณ์ความปลอดภัย 7 ล้านล้านรายการต่อวัน สำหรับด้านประสิทธิภาพ บริษัทนำเสนอผลทดสอบภายในว่า Blue Solano มีอัตราการตรวจจับดีกว่าโมเดลอ้างอิงสองราย 37% และ 29% และ SafeMind ตรวจจับได้เร็วขึ้น 6 เท่า ซึ่ง CRWD เตรียมขาย Token Packs ผ่าน Falcon Flex และเปิดให้เข้าถึง Model ภายนอกแพลตฟอร์มผ่าน QuiltWorks โดยทยอยเปิด Preview ในช่วงครึ่งหลังของปี

📊ภาพการเติบโตเริ่มกระจายออกจาก Endpoint อย่างมีนัยสำคัญ โดย Next-Gen SIEM และ Identity เป็นฐานรายได้ที่รองรับ Vision ของ Agentic Security อยู่แล้ว บริษัทระบุว่า Next-Gen SIEM มี ARR เกือบ USD700mn เติบโต 60% และ Next-Gen Identity มี ARR เกือบ USD585mn เติบโต 33% สำหรับ SIEM ทิศทางใหม่คือ Agentic SOC และ Agentic SOAR ที่ให้ Agents ด้าน Endpoint, Identity และ Cloud สืบสวนเหตุการณ์ร่วมกัน เชื่อมข้อมูลจากระบบอย่าง Workday และ ServiceNow และแสดงหลักฐานประกอบข้อสรุป โดยยังให้มนุษย์อนุมัติการดำเนินการสำคัญหรือย้อนกลับไม่ได้ ส่วน Agentic Identity Provider เน้นให้สิทธิ์เฉพาะงาน เฉพาะเวลาที่จำเป็น และถอนสิทธิ์เมื่องานสิ้นสุด เพื่อลดความเสี่ยงจาก Agents ที่รับสิทธิ์กว้างเกินไปจากผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมี AI Gateway ที่บริษัทกำหนดเริ่มส่งมอบแบบ SaaS ในเดือนกันยายน และการป้องกัน Software Supply Chain ที่รวมไว้ในแพลตฟอร์ม ประเด็นเชิงธุรกิจคือ CrowdStrike ต้องการให้ลูกค้าจัดการความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันผ่านข้อมูลและระบบควบคุมชุดเดียว ซึ่งเพิ่มโอกาสขายหลายโมดูลและทดแทนเครื่องมือเดิมของลูกค้า

📊Falcon Flex เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เป็นยอดขายได้เร็วขึ้น และรองรับการเก็บเงินจาก AI ในอนาคต ลูกค้าสามารถเพิ่มโมดูลภายใต้วงเงินที่ตกลงไว้ ลดขั้นตอนเจรจาสัญญาใหม่ทุกครั้ง โดยลูกค้าที่เปลี่ยนจากสัญญาแบบเดิมมาเป็น Flex มี Ending ARR เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40% เทียบกับ 34% ที่รายงานปีก่อน สะท้อนการขยายการซื้อในกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนสัญญา ไม่ใช่อัตราเติบโตของลูกค้าทั้งหมด CFO ย้ำว่า Flex เป็น “A Commitment Model, not A Consumption Model” และวิธีรับรู้รายได้ยังเป็นแบบทยอยรับรู้ตามระยะเวลา สำหรับ SafeMind บริษัทเสนอการซื้อ Tokens เป็นกองกลางระดับองค์กร และซื้อเพิ่มเมื่อใช้งานเกินวงเงิน เพื่อให้ลูกค้าคาดการณ์งบประมาณได้ อีกด้านหนึ่ง บริษัทประเมินโอกาสขายโมดูลที่มีอยู่ให้ฐานลูกค้าปัจจุบันเพิ่มเติมไว้ที่ USD29bn ณ 2Q27FY เพิ่มจาก USD21bn ปีก่อน 

📊ผู้บริหารมั่นใจว่าจะขยาย ARR ได้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มความสามารถสร้างกระแสเงินสด แม้ต้องลงทุนรองรับ AI บริษัทมี Ending ARR USD5.8bn ณ 2Q27FY และขยับเป้าหมาย USD10bn ARR มาเป็นภายใน 2030FY จากเดิมสิ้น 2031FY รวมถึง USD20bn ARR ภายใน 2035FY จากเดิมสิ้น 2036FY จาก ที่ CRWD ประเมิน TAM รวม USD565bn ในปี 2034 ซึ่งคาดว่าจะมี Market share ราว 3.5% คิดเป็น USD20bn และหากนับเฉพาะโอกาส AI Security คาดว่าจะอยู่ที่ USD215bn หากครองส่วนแบ่ง AI Security ได้ 3.5% จะเทียบเท่า ARR ราว USD7.5bn จากทั้ง Agentic Security, Agentic SOC และ Agentic Identity สำหรับระยะใกล้ ผู้บริหารให้มุมมองเบื้องต้นว่า net new ARR ใน 2028FY จะเติบโตอย่างน้อย 20% เป็นอย่างน้อย USD1,626mn เทียบกับค่ากลางแนวทาง 2027FY ที่ USD1,355mn ขณะที่คาด FCF Margin อย่างน้อย 32.5% ใน 2028FY เพิ่มจากอย่างน้อย 30% ใน 2027FY ทั้งนี้ SafeMind ยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการปีปัจจุบันตามคำตอบผู้บริหาร แต่เริ่มถูกพิจารณาในมุมมองปีถัดไป

💡 กองทุนแนะนำ

ES-GCORE

กองทุนหุ้นทั่วโลก ลงทุนผ่าน Goldman Sachs Global CORE Equity Portfolio 

📌จุดเด่นกองทุน

✅ขนาดกองทุนระดับโลก: บริหารโดย Goldman Sachs Asset Management ด้วยสินทรัพย์สุทธิกว่า 9.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้การกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างครอบคลุม

✅กลยุทธ์ CORE เฉพาะของ Goldman Sachs: ใช้แบบจำลองเชิงปริมาณ (Quant) แบบ Multi-Factor ที่พัฒนาขึ้นเองของ Goldman Sachs เพื่อคาดการณ์ผลตอบแทน และปรับน้ำหนักพอร์ตอย่างเป็นระบบไปยังหุ้นที่น่าสนใจทั่วโลก

✅เน้นหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่: จัดสรร 77.8% ในอเมริกาเหนือ (เทียบกับ 75.4% ของดัชนี MSCI World) นำโดย Apple, NVIDIA และ Alphabet เป็นหลักทรัพย์ลงทุนหลัก

✅อ้างอิงดัชนีชี้วัดชัดเจน เน้นการเติบโตระยะยาว: เทียบเคียงผลการดำเนินงานกับดัชนี MSCI World Index มุ่งเน้นการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว

🎖️AI Data Center คือแรงขับเคลื่อนใหม่ของดีมานด์ทองแดง — S&P Global ระบุ Hyperscaler ใช้เงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และวางแผนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ดีมานด์ทองแดงจาก Data Center จะเพิ่มจาก 1.1 ล้านตัน (2025) เป็น 2.5 ล้านตัน (2040) โดย AI Training Data Center ในจีนมีความเข้มข้นการใช้ทองแดงสูงสุด 47 ตันต่อเมกะวัตต์ ขณะกำลังผลิตใหม่จะเพิ่มราว 30 กิกะวัตต์ต่อปีถึงปี 2030 หนุนดีมานด์ทองแดงระยะยาว

🎖️ผลตอบแทนรายปีของกองทุนใกล้เคียงและส่วนใหญ่ชนะ MSCI World Index โดยเฉพาะการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2566 (+24.7%) หลังจากตลาดปรับฐานในวงกว้างช่วงปี 2565 ขณะที่การปรับตัวลงในปี 2565 (-20.5%) เป็นไปในทิศทางเดียวกับ Benchmark สะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงแบบ Style-Pure (ควบคุมโครงสร้างพอร์ตให้ใกล้เคียง Benchmark เน้นสร้าง Alpha จากการเลือกหุ้นรายตัว) มากกว่าการเดิมพันทิศทางแบบ Concentrated Bet

Source: KS Research, KS Mutual Fund as of 21/09/2026

KS-FUND-TOP-PICK_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน: กองทุนที่แนะนำเป็นความเห็นส่วนบุคคลของนักวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา Factsheet และหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับได้จากผู้แนะนำการลงทุน หรือดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)

ค้นหา