KS: KS FUND TOP PICK 29 มิ.ย. - 3 ก.ค. 2026
📌กระแสเงินทุนไหลจากหุ้นเทคโนโลยี สู่หุ้น Value โซนล่าง
📊ตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะสั้นยังค่อนข้างผันผวนโดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากตลาดยังมีความกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการณ์ในระยะสั้นที่อาจจะไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินลงทุนในระดับสูง ซึ่งทำให้ Valuation ของหุ้นที่เกี่ยวข้องเริ่มมีแรงขายทำกำไร โดย PHLX Semiconductor Index (SOX) -8%WoW ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
📊ผสานกับด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาวุ่นวายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่งในอิหร่านอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ หลังอิหร่านโจมตีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซึ่งเป็นฐานของการเจรจาสันติภาพ แม้การเดินเรือเชิงพาณิชย์ยังดำเนินต่อ แต่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในฮอร์มุซถูกยกระดับขึ้น และอาจกระทบความคืบหน้าการฟื้นฟูเส้นทางขนส่งพลังงาน รวมถึงการเจรจา MoU ยุติสงครามที่มีกำหนดกลับมาหารือในวันจันทร์นี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกในช่วงสั้นอาจมีทิศทางรีบาวน์สั้นได้ หลังปรับลดลงมาแรงในช่วงก่อนหน้า ซึ่งคงต้องดูทิศทางการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงเงินเฟ้อในช่วงถัดไป
📊ในส่วนของประเด็นเงินเฟ้อ นอกจากเรื่องราคาพลังงงานแล้ว ยังคงต้องจับตาเพิ่มเติมในภาพรวมของการขยับขึ้นของราคาสินค้าต่างๆ ด้วย อย่างเช่น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple มีการประกาศปรับขึ้นราคาสินค้า iPad และ MAC เนื่องจากราคา chip และต้นทุนต่างๆมีการปรับตัวขึ้น ซึ่งจุดนี้จะเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าการส่งผ่านต้นทุนสินค้าต่างๆ ไปสู่ผู้บริโภคยังทยอย
📊เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหากทำให้เงินเฟ้อยืนยาวนานมากกว่าคาด อาจส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ จำเป็นจะต้องดำเนินนโยบายทางการเงิน ผ่านการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่มากกว่าที่ตลาดคาดได้ ซึ่งจะเป็นผลเชิงลบต่อภาพรวมตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
📊ส่วนด้านตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ แนะติดตามการรายงานดัชนี PMI และ ISM ทั้งภาคการผลิตและบริการ ของทั่วโลก (โดยเฉพาะ US, Eurozone และจีน) ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมท่ามกลางเงินเฟ้อ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นยังสามารถทำให้ภาพรวมภาคการผลิตและบริการยังคงทรงตัวได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องติดตามภาคแรงงานสหรัฐฯ ผ่านตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน มิ.ย. ตลาดคาดที่ 1.15 แสนตำแหน่ง ลดลงจาก พ.ค. ที่ 1.72 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงาน US คาดทรงตัวที่ 4.3%
📌RAMageddon กำลังส่งผ่านมายัง end consumer เริ่มที่ Apple product
📊สัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานงบของ MU สำหรับงบ 3Q26FY ที่ EPS ออกมาดีกว่าตลาดคาด 23% และเติบโต 1385% YoY จากการเติบโตของรายได้ที่ 346% YoY และ 74% QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาด 17% ในขณะที่ GPM ในไตรมาสนี้ทำได้ 84.6% ดีกว่าตลาดคาดไว้ที่ 81.8% โดยรายได้ DRAM โต 67%QoQ มาจาก Bit Growth 3%QoQ และ ASP Growth 62%QoQ และ รายได้ NAND เติบโต 99% QoQ มาจาก Bit Growth 5% และ ASP Growth ราว 85% QoQ สะท้อนภาพ Shortage Memory ในตลาดอย่างมากในยุค AI ซึ่งคาดว่า Tight ไปเกินกว่าปี 2027 นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้มีการเซ็นสัญญา SCA (Strategic Customer Agreement) เพิ่มเป็น 16 เจ้าจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีเพียง 1 เจ้าประกอบด้วย 4 เจ้าใหญ่ 3 รายกลางเพื่อลดความผันผวนของผลประกอบการโดยมีลักษณะสัญญาส่วนใหญ่มีระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่ 2026-30 และทั้ง 16 Contract ตอนนี้คิดเป็น 20% ของ DRAM Shipment และ 1/3 ของ NAND Shipment รวมกันคิดเป็นประมาณ 25% ของรายได้รวมและ สำหรับราคาขายส่วนใหญ่มีทั้ง Fixed Price และ Price Band และ Ceiling Price ใช้ราคา 4Q26FY (ไตรมาส 2Q26CY) หลังจากเซ็น SCA ทั้งหมดลูกค้าที่มีสัญญาเป็น Fixed Price หรือมี Price Ceiling ใช้ราคาในช่วง 2Q26CY คิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนของ Floor Price บริษัทมองว่าจะมี GPM สูงกว่า Peak Quarterly Margins ในทุกช่วงที่ผ่านมาหรือราว 60%.
📊ภายหลังการรายงานกำไรของ MU ทาง AAPL ได้มีการออกมาประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ว่าจะเป็นทั้ง iPad, Macbook Series, iMac, Mac mini, Mac Studio, และ Apple TV ราว 15-30% หรือขึ้นประมาณ USD100-300/unit โดยในรอบนี้ไม่ได้ขึ้นสินค้า iPhone ที่คิดเป็นยอดขายรวมราว 50% และ AirPod โดยทาง IDC คาดว่าสำหรับ iPhone จะมีการปรับราคาใหม่ในช่วงการเปิดตัวสินค้าตอน Sep-26 นี้ โดยสาเหตุหลักที่ AAPL ปรับขึ้นราคาครั้งนี้มาจาก ต้นทุนของ Memory ที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการประเมินของเราคาดว่าราคา Memory มีการปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 200% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา โดย Apple มี Statement คือ "We have never seen a component price increase this much, this quickly,". "We have shielded our customers from these increases so far, but we have now reached a point where we need to begin raising prices on a number of products, including today's increases for iPad and Mac.“ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา Hyperscaler อย่าง META และ GOOGL เคยมีการปรับขึ้น CAPEX เช่นกันช่วงรายงานงบ 1Q26CY ที่ผ่านมาว่ามาจากการปรับตัวขึ้นของราคา component ส่งผลให้ Investment Cost สูงขึ้นเช่นกัน
📊เรามองว่าราคา Memory ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก Demand AI Data Center จะส่งผลกระทบต่อ End Consumer อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้อาจจะทำให้ยอดขายลดลงอย่างไรก็ตาม หาก CSPs ยังมีการเร่งลงทุน Data Center อย่างต่อเนื่อง และ Memory เป็นส่วนสำคัญเราคาดว่าจะยังคงเห็นราคายืนระดับสูงจนกว่าจะมี Supply ใหม่เข้ามาในตลาดช่วงปี 2027-28 เป็นต้นไป
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า
✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด
✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto
✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI
✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English