KS: KS FUND TOP PICK 6-10 ก.ค. 2026
📌โมเมนตัมดี แต่ Valuation เริ่มตึงตัว เน้นกลยุทธ์ Selective Buy
📊ตลาดหุ้นโลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวแบบ "สองทิศทาง" โดย ดัชนี Nasdaq Composite และหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ถูกขายทำกำไรต่อเนื่องหลายวันทำการ ขณะที่ดัชนี Dow Jones กลับปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนว่าเม็ดเงินไม่ได้ไหลออกจากตลาด แต่ได้เกิด Sector Rotation จากหุ้นเติบโตไปสู่กลุ่ม Cyclical เช่น Sector Industrials Financial และ Healthcare แรงขายในฝั่งหุ้นเทคโนโลยีส่วนหนึ่งมาจากรายงานว่า Meta เตรียมจัดตั้งหน่วยธุรกิจ Meta Compute เพื่อจำหน่ายกำลังการประมวลผล AI และบริการคลาวด์ให้ลูกค้าองค์กรโดยตรง ซึ่งแม้จะเป็นบวกต่อหุ้น Meta เอง แต่ได้พลิกความคาดหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่า กำลังประมวลผล AI จะยังคงขาดแคลนอยู่ในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้า สร้างความกังวลต่อแนวโน้ม Margin และอำนาจต่อรองด้านราคาของผู้ให้บริการ GPU Cloud และ Data Center ประกอบกับการเปิดเผยสถานะ Short ของนักลงทุนสถาบันชื่อดัง Michael Burry ที่มุ่งเป้าหุ้นกลุ่มหน่วยความจำ HBM รวมถึง Nvidia, Applied Materials และ ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมมุมมองว่าหุ้นชิป AI มีโอกาสปรับฐานราว 30%
📊ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ยังคงเปราะบาง ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยกดดันให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยง Stagflation ลดระดับลงเร็ว หลังสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงยุติการโจมตีตอบโต้กัน และเดินหน้าเจรจาต่อที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อผลักดันการบังคับใช้ MOU หยุดยิงที่ลงนามไว้ก่อนหน้า ทั้งนี้ กระบวนการทางการทูตยังมีอุปสรรค เนื่องจากฝ่ายอิหร่านยืนยันจะไม่เข้าสู่การเจรจารอบใหม่จนกว่าเงื่อนไขใน MOU เช่น การปลดล็อกทรัพย์สิน
📊ที่ถูกอายัด จะถูกนำไปปฏิบัติจริง อย่างไรก็ตามปริมาณเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฟื้นตัวชัดเจน โดยแตะ 70 ลำต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าทรุดตัวแรง โดย Brent ปิดที่ราว 72 ดอลลาร์ และ WTI หลุดระดับจิตวิทยา 70 ดอลลาร์ ลงมาที่ราว 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันกำลังปิดไตรมาสด้วยการปรับลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤต COVID-19 การอ่อนตัวของราคาพลังงานรอบนี้ช่วยคลายความกังวลต่อ Supply-side Inflation และเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นของภาคการผลิตและการขนส่งทั่วโลกในระยะถัดไป
📊ปัจจัยชี้นำตลาดพันธบัตรและสินทรัพย์เสี่ยงล่าสุด คือตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนมิถุนายนที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ขยายตัวเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 115,000 ตำแหน่ง และตัวเลขเดือนพฤษภาคมถูกปรับลดลงเหลือ 129,000 ขณะที่ตัวเลขเดือนเมษายนและพฤษภาคมรวมกันถูกปรับลดลงถึง 74,000 ตำแหน่งจากที่รายงานไว้เดิม แม้อัตราค่าจ้างเฉลี่ยยังขยายตัว 3.5% YoY และอัตราว่างงานขยับลงสู่ 4.2% แต่สาเหตุหลักมาจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ลดลงสู่ 61.5% ซึ่งสะท้อนภาพตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง การชะลอตัวชัดเจนครั้งนี้อาจทำให้แรงกดดันที่ Fed ภายใต้ประธานคนใหม่ คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนลดลงเหลือราว 50% จากราว 64% ก่อนประกาศตัวเลข ขณะที่นาย Kevin Warsh เองก็ได้ส่งสัญญาณว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อผ่อนคลายลงและไม่มีความเร่งด่วนต้องขึ้นดอกเบี้ย สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ย่อลงมาแถว 4.46% เข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน
📊สำหรับสัปดาห์นี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh โดยตลาดจะจับตาน้ำเสียงและมุมมองของกรรมการต่อแนวโน้มดอกเบี้ยช่วงครึ่งปีหลัง ว่าจะสอดคล้องกับตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอลงล่าสุดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและ Dollar Index ในระยะสั้น ด้านฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2026 จะเริ่มขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์หน้า นำโดย PepsiCo และ Delta Air Lines ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อนภาพกำลังซื้อผู้บริโภคและต้นทุนการเดินทาง/พลังงานในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่สัปดาห์ถัดไป จะเข้าสู่ช่วงสำคัญของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ได้แก่ JPMorgan Chase, Citigroup, Wells Fargo และ Goldman Sachs ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งพอที่จะรองรับ Valuation ตลาดหุ้นในปัจจุบันหรือไม่
📌META cloud business ไม่ใช่จุดจบของ AI theme ที่สะท้อนภาวะ Oversupply
📊มีรายงานว่า Meta จะเริ่มขาย Excess Computing Capacity ให้ลูกค้าภายนอกส่งผลให้ตลาดมีความกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนของ Meta ที่ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ USD125-145bn และคาดว่า CSPs ทั้งหมดจะลงทุนในปี 2026 ที่ระดับ USD815bn จะเป็นภาวะ Oversupply ของ Data Center ที่เร่งสร้างกันในช่วงที่ผ่านมา และจะส่งผลกระทบต่อ Demand กลุ่ม AI Infrastructure หากกลุ่ม CSPs มีการชะลอการลงทุน ส่งผลให้ตลาดเทขายหุ้นกลุ่ม Semiconductor ปรับตัวลงแรง SOX Index ปรับตัวลดลง -11% ในสองวันที่ผ่านมา และจากการประชุม Townhall เมื่อวันที่ 2 Jul ที่ผ่านมา Mark Zuckerberg ยอมรับว่าการพัฒนา AI Agent ของ Meta เองยังมี Progress ที่ช้ากว่าที่หวังไว้จากเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา และการ Reorganization ที่ผ่านมายังไม่เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแม้จะมีการลด Headcount ราว 10% และมีการ Reassigned พนักงานกว่า 7,000 คน ให้ไป Focus กับการพัฒนา AI ในช่วงเดือน May ที่ผ่านมา แม้จะยอมรับว่า AI Agent พัฒนาไม่เร็วเท่าคาด แต่ Zuckerberg ยังไม่ได้ถอยจาก AI Strategy เขาบอกว่า Meta น่าจะเริ่มเห็น Benefits จาก AI Investment ชัดขึ้นในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า
📊อย่างไรก็ตามเรามองว่าการที่ Meta เริ่มขาย Excess Compute Capacity ให้ลูกค้าภายนอกเป็นเรื่องของการ Monetization Data Center Capacity ของตัวเองมากกว่าจะเป็นสัญญาณของการ Oversupply AI Data Center ทั้งอุตสาหกรรมเนื่องจากข่าว Townhall ที่ระบุว่า Progress Agentic AI ของ Meta เองพัฒนาได้ช้ากว่าที่คาดดังนั้นเองเรามองว่า Internal Usage ของ Meta อาจจะยังไม่สามารถ Fully Utilized Capacity ของตัวเองได้เต็มที่ และจากเดิม Data Center จะเป็น Cost Center สำหรับบริษัทจะเปลี่ยนไปเป็น Revenue Driver ได้ในอนาคต จากการประเมินของเราพบว่าเมื่อเทียบกับการทำสัญญาของ SPCX ที่ทำการปล่อยเช่า Cloud ใน Project Colossus I&II กับทั้ง Anthropic และ Google ในช่วงก่อน IPO ที่ผ่านมาเราพบว่าหาก META สามารถหาลูกค้ารายใหญ่และทำสัญญาได้ใกล้เคียงกับ SPCX จะมี Upside ของรายได้ที่ระดับ USD34-51bn/GW/yr เมื่อเทียบกับรายได้ของ Meta ปัจจุบันที่ระดับ USD200bn/yr หรือเพิ่มขึ้นราว 17-25% และหากทำสัญญาได้คล้าย Neocloud อย่าง CRWV และ NBIS ที่มีรายได้ราว USD5-8bn/GW/yr ก็จะเพิ่ม Upside Revenue Growth ที่ระดับ 3-4% ต่อ GW ที่ Meta ปล่อยเช่าให้คนภายนอก ดังนั้นเองเรามองว่าเป็นการ Monetization ของ Meta ที่ดีในแง่การเงิน
📊นอกจากนี้เรายังมองว่า Demand สำหรับ AI Computing ยังแข็งแกร่งมากวัดจาก RPO ของกลุ่ม CSPs ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจาก USD1.1tn เป็น USD2.1tn ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมานอกจากนี้ในภาพใหญ่ที่โลกกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากยุค AI Query ไปสู่ยุค Agentic AI เร่ง Token Consumption มหาศาลอ้างอิงจากการศึกษาของ GS Research พบว่า Monthly Token Consumption จะเพิ่มขึ้นจาก 1.7 Quadrillion Tokens ในปี 2025 ยุค Non-Agentic ไปยัง 120 Quadrillion Tokens ในปี 2030 ซึ่งจะมาจากทั้ง Consumer และ Enterprise
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า
✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด
✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto
✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI
✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English