KS: KS FUND TOP PICK 9 - 13 ก.พ. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 9 - 13 ก.พ. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
9 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 9 - 13 ก.พ. 2026

📌LDP ชนะถล่มทลาย เกิน 2/3 หนุนสินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง / ติดตาม dual mandate Nonfarm + CPI กำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟด

🌎ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้นเล็กน้อย (ACWI +0.54%) ท่ามกลางความผันผวนที่สูงมากตลอดทั้งสัปดาห์ โดยแรงกดดันหลักในช่วงต้นสัปดาห์มาจากการที่ Kevin Warsh ได้รับเลือกเป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งตลาดมองว่าเป็นสัญญาณของนโยบายการเงินที่ทั้ง hawkish และมีมิติทางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะท่าทีต่อการลดงบดุล (balance sheet) ของธนาคารกลาง ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y UST) ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า จนเกิดแรงขายทำกำไรในวงกว้าง โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์

ขณะเดียวกันข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแอชัดเจน โดยตำแหน่งงานที่นายจ้างเปิดรับ (JOLTs) ลดลงมาอยู่ที่ 6.542 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 7.2 ล้านตำแหน่ง และทำระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี การจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP เพิ่มขึ้นเพียง 2.2 หมื่นตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 4.8 หมื่นตำแหน่ง

ขณะที่รายงาน Challenger Job Cut ชี้ว่าการประกาศเลิกจ้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรายงานตัวเลข Nonfarm Payrolls ที่ถูกเลื่อนออกไปจากกรณี partial government shutdown ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและทำให้ตลาดเลือกปรับลดความเสี่ยง

ด้านตลาดหุ้น กลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายนำตลาด โดยเฉพาะกลุ่ม software จากความกังวลว่าเทคโนโลยีของ Anthropic ซึ่งมุ่งพัฒนา AI assistant ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้งานได้แบบ end-to-end มากขึ้น ทั้งการเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล และเชื่อมต่อกับ workflow ขององค์กร อาจเร่งการแทนที่การใช้งานซอฟต์แวร์แบบเดิมและกดดันโมเดลรายได้ของ SaaS ในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดฟื้นตัวจากแรงกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยเซมิคอนดักเตอร์หลังตัวเลขเงินลงทุน (CAPEX) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ hyperscaler ในปี 2026 อาจสูงถึง 7 แสนล้านดอลลาร์

📊การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ค่อนข้างผสมผสานและขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเฉพาะตัวเป็นหลัก โดยฝั่งเอเชียเหนือปรับตัวลง เกาหลีใต้ (Kospi -2.59%) และไต้หวัน (TWSE -0.88%) เผชิญแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ฮ่องกง (HSCEI -3.07%) ถูกกดดันจากหุ้นแพลตฟอร์ม จากทั้งการแข่งขันด้านการอัดฉีดโปรโมชั่นและความกังวลต่อนโยบายภาครัฐที่อาจเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่ยังไม่คลี่คลาย

ด้านสหรัฐฯ ให้ภาพแตกต่างชัดเจนระหว่างดัชนี โดย Dow Jones ปรับตัวขึ้น +2.50% ทำ all-time high สวนทางกับ Nasdaq Composite ที่ปรับตัวลง -1.84% จากแรงกดดันในกลุ่ม software จากความกังวลว่า Agentic AI อาจ disrupt โมเดลธุรกิจเดิมเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ขณะที่ S&P 500 ลดลงเล็กน้อย -0.10%

สำหรับญี่ปุ่น ตลาดได้รับแรงหนุนเชิงการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ หลังผลสำรวจจาก Asahi Shimbun ชี้ว่าพรรค LDP ภายใต้การนำของ Sanae Takaichi มีโอกาสชนะการเลือกตั้งแบบ landslide ซึ่งหนุน Topix ปรับขึ้น +3.72% ทำ all-time high จากความคาดหวังนโยบายการคลังเชิงรุกและธีม reflation อย่างไรก็ดี Nikkei 225 ปรับขึ้นเพียง +1.75% เนื่องจากยังถูกกดดันจากหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์บางส่วน

ด้านยุโรป Stoxx 600 ปรับขึ้น +1.00% จากเงินเฟ้อที่ชะลอลง และการปรับตัวขึ้นของกลุ่ม defensive อย่าง consumer staples สุดท้ายตลาดหุ้นอินเดีย (Nifty 50 +1.47%) หลังทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียจากราว 50% เหลือ 18% แลกกับการที่อินเดียลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียและเปิดตลาดให้สหรัฐมากขึ้น

📊ในสัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาข้อมูล Fed dual mandate เป็นหลัก โดยเฉพาะตัวเลข Nonfarm Payrolls และ CPI เดือนมกราคม ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางกรอบนโยบายของเฟดในระยะถัดไป ขณะเดียวกันข้อมูล Retail Sales และถ้อยแถลงของกรรมการเฟดหลายคน จะถูกใช้ calibrate ความคาดหวังต่อจังหวะการลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี (June–July) อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่น รวมถึงทิศทางการเติบโตของค่าจ้างซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของ BOJ ควบคู่ไปกับตัวเลขเงินเฟ้อของจีน ด้านกลุ่มเทคโนโลยี ให้ติดตามการส่งออกของไต้หวัน ราคาส่งออก memory ของเกาหลีใต้ และรายได้เดือนมกราคมของ TSMC ซึ่งจะสะท้อนภาพอุปสงค์ในห่วงโซ่ AI และ data center ได้โดยตรง

ขณะที่ฝั่งผลประกอบการ สัปดาห์นี้จะอยู่ในโฟกัสของกลุ่ม AI และ AI infrastructure นำโดย Applied Materials, Amkor, Hanmi Semiconductors, ON Semiconductor, Arista Networks, Astera Labs, Cisco, Vertiv, Kioxia, Nebius, Siemens Energy และ AEP รวมถึงหุ้นซอฟต์แวร์อย่าง Cloudflare และ AppLovin ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ กลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ Spotify, Shopify, Coca-Cola, McDonald's, Grab, CVS Health, Marriott, Hilton, Airbnb, Crocs, Zoetis และ Moderna ฝั่งยุโรปมี Hermès, Ferrari, Mercedes-Benz, L'Oréal, Barclays และ Safran ขณะที่ญี่ปุ่นมี Honda Motor, Penta-Ocean, SoftBank Group, Sanrio และ Asics ส่วนจีน ได้แก่ SMIC, Hua Hong Semiconductor, NetEase และ Lenovo

📊เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนและยึดแนวทางจาก playbook เดิม โดยเน้นการลงทุนเชิง bottom-up บนพื้นฐานของผลประกอบการเป็นหลัก พร้อมอาศัยจังหวะที่ตลาดเผชิญความกังวลด้านปัจจัยมหภาคเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน โดยจากผลประกอบการหุ้นเทคฯ ใหญ่ล่าสุดยังคงออกมาอย่างแข็งแกร่ง และมีสัญญาณของการ monetize ได้แล้วจากการลงทุนใน AI ทำให้ CAPEX ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบแตะ 700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ราว 30% ทำให้ AI cycle นี้ยังถูกยืดขยายออกไปไกลกว่าที่เราประเมินไว้เดิม แม้หุ้นขนาดใหญ่จะค่อนข้าง underperform แต่เรายังคงชื่นชอบหุ้นในกลุ่มนี้และหลีกเลี่ยงหุ้นขนาดกลางและเล็กในช่วงที่ดัชนีอยู่ในโซนสูง เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้าน drawdown ของพอร์ต

และคงคำแนะนำทยอยสะสมหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBONDUH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y UST) ยังอยู่เหนือระดับ 4.00% ขณะที่ในส่วนของ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน แนะนำลงทุนในธีม AI ผ่านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่ผลการเลือกตั้งน่าจะออกมาหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อ และหุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ จะช่วยหนุน sentiment

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

1️⃣𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -2.51% จากหุ้นในกลุ่มซอฟต์แวร์ software จากความกังวลที่ Agentic AI ของ Anthropic “Claude CoWork” จะเข้ามา disrupt ขณะที่ได้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่มีปัจจัยหนุนจาก CAPEX ที่เพิ่มขึ้นแรงของ hyperscaler

✅คงคำแนะนำซื้อ IGM (ETF) สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลประกอบการของ Applied Materials, Amkor, Hanmi Semiconductors, ON Semiconductor, Arista Networks, Astera Labs, Cisco, Vertiv, ส่งออกไต้หวัน และรายได้เดือน ม.ค. ของ TSMC

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix +3.72% ขึ้นทำ all-time high หลังพรรค LDP ภายใต้การนำของ Sanae Takaichi มีโอกาสชนะเลือกตั้งแบบ landslide รวมถึงผลประกอบการของแบงค์ใหญ่ Mizuho, SMFG และ MUFG ออกมาดีกว่าคาด

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลขค่าจ้าง, การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง และผลประกอบการของ Honda Motor, Penta-Ocean, SoftBank Group, Sanrio และ Asics

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 +1.47% หลังทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียจากราว 50% เหลือ 18% แลกกับการที่อินเดียลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียและเปิดตลาดให้สหรัฐฯ มากขึ้น

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. รวมถึงการปรับการคำนวณตัวเลข CPI และ GDP

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.88% แม้จะปรับตัวลงระหว่างสัปดาห์ แต่ได้แรงซื้อกลับกลุ่มเทคฯ ในวันศุกร์ตามหุ้นสหรัฐฯ

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามผลประกอบการของ Hanmi Semiconductors, ส่งออกไต้หวัน, รายได้เดือน ม.ค. ของ TSMC และราคาส่งออก memory

2️⃣ 𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 3-6 เดือน)

✅𝐃𝐀𝐎𝐋-𝐂𝐇𝐈𝐍𝐀𝐓𝐄𝐂𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน ลงทุนผ่าน HSBC Hang Seng Tech ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -6.51% จากหุ้นในกลุ่ม platforms จากการแข่งขันด้านการอัดฉีดโปรโมชั่นและความกังวลต่อนโยบายภาครัฐที่อาจเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

✅คงคำแนะนำซื้อ เมื่อ Hang Seng Tech (HSTECH) ซื้อขายในกรอบ 5,400 – 6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด และติดตามผลประกอบการของ SMIC, Hua Hong Semiconductor, NetEase และ Lenovo

3️⃣ 𝐇𝐨𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐓𝐔𝐒𝐅𝐈𝐍-𝐀: กองทุนหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน XLF (ETF) ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +1.53% หลังตัวเลข ISM Manufacturing ทำระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2022 ส่งสัญญาณภาคการผลิตกลับมาฟื้นตัว รวมถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่สูงสุดในรอบ 6 เดือน

✅คงคำแนะนำ Let profits run และติดตามตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา