☀️KS Daily View 27.04.2026 >>> แนะเกาะติดงบ 1Q69 กลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับ หุ้น Big Cap ที่งบดี กรอบ SET วันนี้ 1,440–1,470 จุด แนะนำ IRPC, ADVANC
📊Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมินSET Index แกว่งในกรอบ 1,410 – 1,480 จุด ยังมีปัจจัยกดดันในระยะสั้นจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ผสานกับความเสี่ยงของกำไรตลาดที่มีโอกาสถูกปรับลดลงในช่วงถัดไปหลังผ่านช่วงการรายงานผลประกอบการ โดยสำหรับหุ้นในกลุ่ม Domestic play คาดมีแรงกดดันจากราคาต้นทุนพลังงานที่สูง, ต้นทุนปุ๋ยที่อยู่ในระดับสูงกระทบภาคเกษตร รวมถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่ำกว่าคาด ส่วนในกลุ่ม Global Play แม้ราคาพลังงานและส่วนต่างปิโตรเคมีจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังมีแรงกดดันจากนโยบายภาครัฐฯ (Policy risk) และความเสี่ยงการจัดหาวัตถุดิบ ดังนั้นยังต้องระมัดระวัง ส่วนปัจจัยในประเทศอื่นๆ ที่น่าติดตาม เช่น วันที่ 29 เม.ย. จะมีการประชุม กนง. โดยรอบนี้เราคาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ตามเดิม แต่ให้จับตามุมมองของ กนง. ต่อความเสี่ยงต่างๆ โดยกลยุทธ์เน้นซื้อเมื่ออ่อนตัว แนะธีมหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ, หุ้นปันผลสูง และ หุ้นธีม Global Play ที่ได้อานิสงส์จากส่วนต่างราคาที่อยู่ในระดับสูง
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,456.10 จุด -0.36% แรงขายมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ท่องเที่ยว และธนาคาร ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,440–1,470 จุด สถานการณ์ตะวันออกกลางยังผันผวน ขณะที่ในประเทศแนะเกาะติดงบ 1/69 ดังนั้นกลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับ หุ้น Big Cap ที่คาดผลประกอบการยังอยู่ในระดับที่ดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำทยอยสะสม IRPC, ADVANC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
✍️อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันเดินหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีในช่วง มิ.ย.–ก.ค.นี้ พร้อมกันนี้ยังเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิม โดยเพิ่มระยะเวลาเป็น 4 เดือน วงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (เช่น STECON, CK)
✍️ตลาดคอนโดไทยใน 1Q69 ชะลอตัวชัดเจน โดยจำนวนเปิดตัวใหม่ลดลงเหลือเพียง ~7,000 ยูนิต จากอดีตที่เคยเกิน 20,000 ยูนิต/ไตรมาส ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยโครงการใหม่ปรับลดแรงถึง 56.8% มาอยู่ราว 84,000–85,000 บาท/ตร.ม. จากการยอมลดมาร์จิ้นเพื่อเร่งระบายสต็อกและเพิ่มสภาพคล่อง กลยุทธ์หลักเปลี่ยนไปเน้นตลาด Mass และทำเลรอบนอกเมืองมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่สต็อกพร้อมโอนและภาวะสินเชื่อตึงตัว ประเมินเป็นลบต่อกลุ่มอสังหาฯ จาก marginและยอดโอนที่ฟื้นจำกัดในระยะสั้นถึงกลาง
✍️ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยอ่อนแอลงและเริ่มชะลอการใช้จ่าย แม้ยอดขายค้าปลีกเดือนมี.ค.ฟื้นตัว MoM จากพฤติกรรม “panic buy” มากกว่าดีมานด์จริง ขณะที่ผู้ประกอบการเผชิญภาวะต้นทุนพุ่งจากราคาพลังงานและโลจิสติกส์ แต่ไม่สามารถขึ้นราคาขายได้ทัน ส่งผลให้ margin ถูกบีบ และกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบางจากหนี้ครัวเรือนสูง โดยภาพรวมมีโอกาสเข้าสู่ภาวะ stagflation ทำให้ผู้บริโภคไปเน้นสินค้า “คุ้มค่า” และจำเป็นมากขึ้น ประเมินเป็นลบต่อหุ้นค้าปลีก (เช่น CRC) จากกำลังซื้ออ่อนและ margin ถูกลง
✍️โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนในเดือนพ.ค. 2569 และเริ่มใช้สิทธิในเดือนมิ.ย. 2569 โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ขณะที่ประชาชนจ่าย 40% ผ่านแอป เป๋าตัง วงเงินรวม 4,000 บาท แบ่งใช้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ครอบคลุมประชาชนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ (เช่น CP All, Berli Jucker, Central Retail Corporation) จากแรงหนุนกำลังซื้อระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น
✍️ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ที่อนุญาตให้สถาบันการเงินให้กู้ยืมได้ 100% ของราคาประเมินในทุกสัญญาของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ออกไปอีก 1 ปี จนถึง 30 มิ.ย.2570โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยและการปล่อยสินเชื่อในระบบ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ในระยะฟื้นตัว เรามีมุมมมองบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีการผ่อนคลาย แต่อุปสงค์ที่อยู่อาศัยก็ยังคงลดลงต่อเนื่อง
Daily pick
IRPC: ราคาพื้นฐาน 2.00 บาท
🎯คาดกำไรสุทธิ 1Q26 พลิกเป็นบวกที่ 7.6 พันลบ. จากขาดทุนใน 4Q25 และ 1Q25 หนุนจาก market GIM เพิ่มขึ้นแรง (QoQ +8%, YoY +91%) ตามGRM ฟื้นตัว และมีกำไรสต็อกน้ำมันสุทธิราว 7.4 พันลบ. ขณะที่ต้นทุนการผลิตและอัตราการกลั่นทรงตัว
🎯คาดกำไรหลัก 2Q26 ฟื้นต่อ QoQ จากสเปรดปิโตรเคมีและ GRM ที่ดีขึ้น แต่กำไรสุทธิอาจอ่อนตัวแรงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันปรับลง และยังมีขาดทุน hedging เล็กน้อย
🎯คงคำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 2.0 บาท จาก valuation ถูก (PBV 0.46x) และแนวโน้มอุตสาหกรรมโอเลฟินส์ฟื้นตัว โดยคาด PP spread ดีขึ้นจาก supply ตึงตัวในเอเชียและการผลิต PDH ในจีนที่ยังต่ำ
ADVANC: ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท
🎯คาดกำไรสุทธิ 1/69 ที่ 1.26 หมื่นลบ. โดยเมื่อหักรายการพิเศษ คาดกำไรปกติที่ 1.25 หมื่นลบ. +18.2% YoY จากการเติบโตของรายได้ปกติและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง และ +0.5% QoQ จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจาก 3BBIF และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
🎯คาดแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก TRUE ได้ต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ โดยคาดว่ารายได้ปกติและ EBITDA จะเติบโต 5.8% YoY และ 3.7%YoY
🎯การปลดล็อกมูลค่าจากบริษัทร่วมในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (DC) และ Virtual Bank เป็น upside ในระยะกลาง-ยาว ผสานคาดอัตราจ่ายปันผลปีนี้ที่ระดับใกล้ 5% เป็นแรงหนุน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันจันทร์ ติดตาม Leading Index ของญี่ปุ่น
✅วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม.ของไทย ส่วนฝั่งสหรัฐฯติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯจาก ADP รายสัปดาห์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก Conf. Board สหรัฐฯเดือน เม.ย. คาดที่ 89.0 ลดลงจากเดือนก่อนที่ 91.8 จุด ส่วนฝั่งญี่ปุ่นติดตามประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยที่ 0.75%
✅วันพุธ ติดตามการประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.0%, ส่วนสหรัฐฯจับตาตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือน มี.ค. คาดที่ +0.5%, ยอดเริ่มสร้างบ้าน (Housing Starts) เดือน มี.ค. คาดที่ 1.4 ล้านยูนิต และการประชุมFED โดยคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่กรอบ 3.50- 3.75%, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
✅วันพฤหัส ติดตามดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย เดือน มี.ค. คาดที่ -1.2%y-y, ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนของไทย ส่วนสหรัฐฯ รายงานดัชนี US PCE คาดที่ +3.5%y-y และ US Core PCE เดือน มี.ค. คาดที่ +3.2%y-y, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คาดที่ 2.12 แสนราย, 1Q26 US GDP คาดที่ +2.2%q-q ส่วนทางฝั่งยุโรป เกาะติดตัวเลข 1Q26 GDP ของยูโรโซน คาด +0.9%y-y, ดัชนีเงินเฟ้อของยูโรโซน เม.ย. คาดที่ +3.0%y-y และ Core CPI ยูโรโซน คาดที่ +2.2%y-y,รวมทั้งจับตาการประชุม ECB คาดคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก, รีไฟแนนซ์, เงินกู้ ที่ระดับ 2.0%, 2.15% และ 2.4% ตามลำดับ ส่วนด้านจีน แนะติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดที่ 50.1 จุด และภาคบริการ คาดที่ 49.9 จุด ส่วนด้านอังกฤษ จะมีการประชุม BOE คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%
✅วันศุกร์ ติดตามดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 53.1 เร่งขึ้นจาก 52.7 ส่วนดัชนี US PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดทรงตัวที่ 54.0 จุด

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English