KS Daily View 22 เม.ย. 2026

KS Daily View 22 เม.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Apr 22, 2026
Back

KS Daily View 22.04.2026 >>> สัญญาณบวก ! Moody’s ขยับมุมมองไทย จาก “Negative” เป็น “Stable” สะท้อนเสถียรภาพการเมือง กรอบ SET index วันนี้ที่ 1,470 - 1,500 จุด แนะเก็งกำไร MTC, GPSC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,483.50 เพิ่มขึ้น 1.65 จุด (+0.11%) แรงซื้อมากในกลุ่มไฟแนนซ์ และธนาคาร สลับขายในกลุ่มพลังงาน และสื่อสาร โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ที่ระดับ 2,841 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,470-1,500 จุด คาดได้โมเมนตัมเชิงบวกจากการที่ Moody’s คงอันดับเครดิตของไทยที่ Baa1 และมีการปรับเพิ่ม Outlook มุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศจาก “Negative” เป็น “Stable” สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของการลงทุนเอกชน ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาด โดยหากพิจารณาจากสถิติย้อนหลังจะพบว่า SET Index มักตอบสนองเชิงบวกเฉลี่ย +2.3% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังการปรับเพิ่ม Outlook ผสานกับปัจจัยต่างประเทศ ที่ล่าสุดทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่ แต่ยังคงปิดล้อมการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ท่ามกลางแผนการเจรจารอบใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ล่มลง ดังนั้นสำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นเน้นย่อตั้งรับ เก็งกลุ่มกลุ่มไฟแนนซ์, REIT, โรงไฟฟ้า ที่ได้โมเมนตัมบวกจากการปรับเพิ่ม Outlook ของไทย โดยวันนี้แนะเก็งกำไร MTC, GPSC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด ตามคำร้องขอของผู้นำปากีสถานเพื่อเปิดทางให้อิหร่านจัดทำข้อเสนอในการยุติความขัดแย้ง แต่สหรัฐยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลและคงความพร้อมทางทหารระดับสูง ขณะที่การเจรจายังไม่คืบหน้า โดยรองประธานาธิบดี JD Vance ยกเลิกแผนเดินทางไปปากีสถาน ถือเป็นจิตวิทยาบวก โดยลดความตึงเครียดระยะสั้น หนุน แต่การคงปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังหนุนให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวในระดับสูง
  2. Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ Baa1 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของการลงทุนเอกชน โดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ย้ำเดินหน้านโยบายการคลังแบบมุ่งเป้า ควบคู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ขณะที่ฐานะการคลังและเงินทุนสำรองยังแข็งแกร่งรองรับความผันผวน แม้ระดับหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากนโยบายขาดดุล มองเป็นบวกต่อ SET และ Fund flow ต่างชาติ
  3. ADB แนะการขยายเพดานหนี้สาธารณะของไทยควรมุ่งกับ “การลงทุนที่มีผลกระทบสูง” เพื่อยกระดับการเติบโตระยะยาว โดยชี้ว่าสถานะการคลังไทยยังแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงวิกฤตหนี้ในระดับต่ำ ทั้งนี้ควรเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการลงทุนในทักษะแรงงาน เทคโนโลยี และการศึกษา คู่การสร้างความยืดหยุ่นต่อวิกฤต เช่น ระบบจัดการน้ำ พลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน มองเป็นบวกต่อกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี
  4. สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (ATTA) ระบุว่าวิกฤตราคาน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สายการบินจีนลดเที่ยวบินเข้าไทยกว่า 30% โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ส่งผลให้บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงวันแรงงานไม่คึกคักตามคาด อีกทั้งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากกรุ๊ปทัวร์เป็นเดินทางเอง (FIT) เพื่อลดค่าใช้จ่าย มองเป็นลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว, สายการบิน (AOT, AAV, ERW) จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอ แต่จะจำกัดหากสถานการณ์คลี่คลายในครึ่งปีหลัง
  5. รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพ โดยใช้รูปแบบ “ใครลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์ก่อน” และเตรียมเริ่มจ่ายเงินจริงให้ประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2569 แม้โครงการยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ล่าสุด แต่ยืนยันว่าไม่ได้ติดปัญหางบประมาณ และสามารถใช้งบกลางหรือโอนงบเพื่อดำเนินการได้ โดยต้องรอผ่านประชุม ครม.เศรษฐกิจก่อน ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและการบริโภคภายในประเทศ

Daily pick

MTC: ราคาพื้นฐาน 35.8 บาท
• คาดแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเป็นเกษตรกร
• MTC มีสาขาเยอะสุดในกลุ่มจำนำทะเบียนมากถึง 8600 สาขา และในปี 2026 จะเป็นการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาเพื่อทำให้ยอดสินเชื่อต่อสาขาเติบโตเพิ่มมากขึ้น
• คาด loan growth ในปี 2026 ที่ระดับ 10% ขึ้นไป ขณะที่ในช่วงสั้นราคาหุ้นมีการปรับฐานลงมาจากความเสี่ยงเรื่องราคาต้นทุนพลังงานส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ อาจกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ แต่ถือว่าราคาตอบรับไปในระดับหนึ่งแล้ว มองเป็นระดับที่น่าสะสม

GPSC: ราคาพื้นฐาน 43.0 บาท
• การนำเข้า LNG จากกาตาร์คิดเป็น 21% ของการนำเข้า LNG ทั้งหมดของไทย ขณะที่ PTT ได้จัดหาอุปทานเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ และกำลังการผลิตก๊าซในประเทศสามารถเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นคาดว่าจะมีผลกระทบจำกัดต่ออุปทานก๊าซและการผลิตไฟฟ้า
• โรงไฟฟ้า GHECO-1 จะกลับมาเดินเครื่องในเดือน เม.ย. ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียด้านพลังงาน (energy loss) ได้ 1 พันลบ. YoY
• งบดุลแข็งแกร่ง โดยมี net D/E อยู่ที่ 0.8 เท่า ซึ่งเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนในอนาคต

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามรายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโซน เดือน เม.ย. คาดที่ -17.2 จาก -16.3

วันพฤหัสบดี ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.1 แสนราย เพิ่มขึ้นจาก 2.07 แสนราย, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 52.5 และ 50.1 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 52.3 และ 49.8 ตามลำดับ ส่วนฝั่งยูโรโซนติดตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ คาดที่ 50.9 และ 49.8 ลดจาก 51.6 และ 50.2 ตามลำดับ

วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 48.4 จาก 47.6 ในเดือน มี.ค.

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches