KS Daily View 23 เม.ย. 2026

KS Daily View 23 เม.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Apr 23, 2026
Back

☀️KS Daily View 23 เม.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,465-1,490 จุด กลยุทธ์ยังเน้นย่อตั้งรับ หุ้นที่แนวโน้มกำไร 1/69 ขยายตัวดี และคาดดีต่อในช่วงที่เหลือของปี ผสาน Valuation น่าสนใจ โดยวันนี้แนะนำ KKP, PTTGC

📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,479.74 ลดลง 3.76 จุด (-0.25%) แรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, รับเหมา, สื่อสาร สลับแรงซื้อกลุ่มปิโตรเคมี โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อหุ้นไทยสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ ที่ระดับ 1,836 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,465-1,490 จุด โดยตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลกได้แรงหนุนระยะสั้นจากการรายงานผลประกอบการ 1/69 ที่ยังเด่น โดยเฉพาะธีมที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังค่อนข้างวุ่นวาย โดยสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเผชิญหน้ากันเพื่อแย่งชิงอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากไม่สามารถจัดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ได้ โดยทั้งสองฝ่ายใช้การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง สะท้อนสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังทวีความตึงเครียด หนุนความเสี่ยงด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งกลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง ดังนั้นยังคงต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

โดยสำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้นรอย่อตั้งรับ หุ้นที่แนวโน้มกำไร 1/69 ขยายตัวดี และคาดดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ผสาน Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ สำหรับวันนี้แนะนำ KKP, PTTGC

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประกาศความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเตรียมเปิดลงทะเบียนในเดือนพฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลยังเตรียมเม็ดเงินรองรับผ่านหลายช่องทาง ทั้งงบกลาง 2.5 หมื่นล้านบาท การโอนงบปี 2569 วงเงินราว 8–10 หมื่นล้านบาท เงินสำรองฉุกเฉิน 5 หมื่นล้านบาท และมีแผนออก พ.ร.ก.กู้เงินสูงสุด 5 แสนล้านบาทภายในช่วงเม.ย.–ก.ย. เพื่อใช้ทั้งมาตรการเยียวยาและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยืนยันคง VAT ที่ 7% ถึงก.ย. 2570 และยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากยังมีช่องว่างเพียงพอรองรับการกู้เงิน ประเมินเป็นบวกต่อหุ้น Domestic play โดยเฉพาะค้าปลีกและบริการ จากกำลังซื้อที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะสั้น
  • รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” โดยกรมสรรพสามิตเตรียมเสนอรายละเอียดให้กระทรวงการคลังภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อกระตุ้นยอดขายอุตสาหกรรมยานยนต์และลดมลพิษ เบื้องต้นมีแนวคิดให้รถอายุราว 10 ปีขึ้นไปเข้าร่วมโครงการ โดยประเภทของรถใหม่ที่เข้าร่วม อาจครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า (EV) และรถไฮบริด มองเป็นบวกต่อกลุ่มยานยนต์ ดีลเลอร์ และชิ้นส่วน (เช่น SAT, AH, STANLY) จากโอกาสเร่งยอดขาย แต่ผลกระทบจริงขึ้นอยู่กับความชัดเจนของเงื่อนไขและขนาดมาตรการ.
  • ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ กำลังเผชิญความเสี่ยง “อุปทานล้นตลาด” ในช่วง 5–6 ปีข้างหน้า โดยจะมีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดราว 710,000 ตร.ม. ดันอัตราพื้นที่ว่างจากปัจจุบัน 23.3% ขึ้นแตะระดับ 30% สูงสุดในรอบหลายสิบปี สะท้อนการเปลี่ยนสมดุลจาก “ตลาดผู้ให้เช่า” ไปสู่ “ตลาดผู้เช่า” ที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้น มองเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มอสังหาฯ เชิงพาณิชย์/REITs สำนักงานให้เช่า จากแรงกดดัน occupancy และค่าเช่า
  • การประชุมบอร์ด กสทช. ล่าสุดยังคงเลื่อนการพิจารณาวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตทีวีดิจิทัลออกไปอีกครั้ง ได้แก่ แผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ฉบับใหม่, Roadmap ปี 2569–2573 และโครงการ National Streaming Platform ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจและการลงทุนล่วงหน้าได้ ทั้งที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572 ประเมินเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มสื่อทีวีดิจิทัล (เช่น BEC, WORK) จากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่กดดันการลงทุน

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 KKP: ราคาพื้นฐาน 100.0 บาท

  • รายได้ค่าธรรมเนียม (Wealth Management) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เติบโตชัดเจนจากเงินไหลเข้าใหม่ 1.6 หมื่นลบ. พร้อม AUA/AUM เพิ่มขึ้น และมีความผันผวนตามตลาดต่ำ
  • แพลตฟอร์ม WM แข็งแกร่ง (ร่วมมือ Goldman Sachs AM) และ Dime! โตเด่น (AUA +21% YTD) หนุนการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ไปสู่ non-NII มากขึ้น (คาดแตะ 39% ในปี 2571)
  • คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นและ credit cost มีแนวโน้มลดลง แม้ NIM ถูกกดดัน แต่ถูกชดเชยด้วย fee income ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไร และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (เป้า 100 บาท)

🎯 PTTGC: ราคาพื้นฐาน 38.3 บาท

  • อุปทานปิโตรเคมีโลกตึงตัวจากสงครามสหรัฐ–อิหร่าน ทำให้กำลังการผลิตหายไปราว 40 ล้านตัน ลบล้างภาวะ oversupply และหนุนส่วนต่างราคากลับมาแข็งแกร่ง มีโอกาสเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น
  • ปรับประมาณการกำไรปี 2569–70 จาก “ขาดทุน” เป็น “กำไร” ราว 1.15 หมื่นลบ./ปี หนุนจาก spread ปิโตรเคมีและ GRM ที่ดีขึ้น แม้มีแรงหักล้างจาก hedging loss น้ำมัน
  • กำไรเริ่มฟื้นตั้งแต่ 1Q26 (~2.2 พันลบ.) และมีโมเมนตัมต่อใน 2Q26 จาก GRM และ spread ที่เพิ่มขึ้น แม้ยังถูกกดดันบางส่วนจากขาดทุนสต็อกและ hedge

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.1 แสนราย เพิ่มขึ้นจาก 2.07 แสนราย, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 52.5 และ 50.1 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 52.3 และ 49.8 ตามลำดับ ส่วนฝั่งยูโรโซนติดตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ คาดที่ 50.9 และ 49.8 ลดจาก 51.6 และ 50.2 ตามลำดับ

วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 48.4 จาก 47.6 ในเดือน มี.ค.

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

DAILY_VIEW_23_04_2026_1040.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches