☀️KS Daily View 20.04.2026 >>> ไทยเข้าสู่ช่วงงบออก เน้นย่อตั้งรับหุ้น Big Cap กรอบ SET วันนี้ 1,470–1,490 จุด แนะนำ SCC, WHA
📊Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,450 – 1,500 จุด ความผันผวนจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางคาดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าทางด้านอิหร่านจะตัดสินใจเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงคืนวันศุกร์ แต่ในระยะเวลาต่อมา ทางอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯไม่ได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือและท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้น อิหร่านจึงตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ทางฝั่งอิสราเอล-เลบานอน ก็กลับมาโจมตีกันอีกครั้ง ดังนั้นภาพรวมยังสะท้อนความวุ่นวายซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลกยังมีแรงกดดันเป็นประเด็นที่ยังต้องตามอย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยในประเทศ แนะเกาะติดการรายงานงบ 1/69 และตัวเลขการส่งออกไทยเดือน มีนาคม โดยกลยุทธ์แนะย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มผลประกอบการ 1/69 แข็งแกร่ง และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,482.45 จุด -0.49% แรงขายมากในกลุ่มสื่อสาร, ท่องเที่ยว และค้าปลีก ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,470–1,490 จุด จากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังผันผวน ขณะที่ในประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงรายงานงบ 1/69 ดังนั้นกลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับ หุ้น Big Cap ที่คาดผลประกอบการยังอยู่ในระดับที่ดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำทยอยสะสม SCC, WHA
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- อิหร่านตัดสินใจกลับมาปิด ช่องแคบฮอร์มุซ อีกครั้ง หลังจากเพิ่งเปิดได้ไม่ถึงวัน เนื่องจากสหรัฐยังคงเดินหน้าปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน สะท้อนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อและไร้ทางออก ทำให้การปิดครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมความผันผวนของตลาดพลังงาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อวิกฤติอุปทานน้ำมันในระยะสั้นถึงกลาง ดังนั้นคงต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด ซึ่งระยะสั้นอาจส่งผลให้ตลาดยังมีความผันผวน
- อิหร่านยืนยันยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบสองกับสหรัฐ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของ Donald Trump ที่ระบุว่าจะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฝั่งอิหร่านให้ความสำคัญกับการจัดทำกรอบความเข้าใจร่วมกันก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในการเจรจา ท่ามกลางเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่ใกล้หมดอายุ คาดตลาดยังผันผวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กดดัน SET ในระยะสั้น
- โรงพยาบาลในไทยเริ่มเฝ้าระวังความเสี่ยงขาดแคลนก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบทำความเย็นของเครื่อง MRI โดยBDMS ระบุว่าได้ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ พร้อมเพิ่มสต็อกยาและเวชภัณฑ์จาก 1 เดือนเป็น 3 เดือนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสงคราม ขณะที่ การ์ตาเป็นผู้ผลิตฮีเลียมถึง 40% ของโลก หากได้รับผลกระทบอาจกระทบกระบวนการวินิจฉัยผู้ป่วยในระยะถัดไป อาจเป็นลบเล็กน้อยต่อกลุ่มโรงพยาบาลจากความเสี่ยงต้นทุนเพิ่ม แต่ยังจำกัดจากการบริหารสต็อกและ Demand ที่ยังแข็งแกร่ง
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หารือกับ IMF และ World Bank ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อยืนยันความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Annual Meetings ในเดือนต.ค. 2569 พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน โดยไทยเน้นนโยบายเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและมีเสถียรภาพ อีกทั้งยังผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวผ่านโครงการ Low Carbon City รวมถึงการพัฒนา digital finance และ AI ถือป็นจิตวิทยาบวกในระยะกลางต่อตลาดและกลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม-ค้าปลีก (เช่น CENTEL, ERW, CRC) จากเม็ดเงินและนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะไหลเข้าในช่วงจัดงานใหญ่ระดับโลก
- ภาครัฐเตรียมผลักดันมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ปี 2569 เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์และลดมลพิษ ผ่านการสนับสนุนรถประหยัดพลังงาน เช่น EV และ Hybrid แม้มาตรการดังกล่าวมีจุดเริ่มจากค่ายรถญี่ปุ่นที่ต้องการหนุนยอดขายรถปิกอัพและไฮบริดที่ชะลอตัว แต่ปัจจุบันเงื่อนไขยังไม่ชัดเจน ทั้งอายุรถเก่า วงเงินสนับสนุน และรูปแบบการจัดการรถเก่า ขณะเดียวกันผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุกตลาด EV อย่างหนักมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้ มองเป็นบวกต่อกลุ่ม EV ecosystem
Daily pick
SCC: ราคาพื้นฐาน 244.00 บาท
🎯ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์แข็งแกร่ง (~500 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน) โดยโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC) และ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม ล่าสุดมีวัตถุดิบเพียงพอจนถึงกลางเดือน ก.ค.
🎯การปรับตัวดีขึ้นเชิง QoQ ของธุรกิจซีเมนต์ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ตามฤดูกาล และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
🎯คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 5.2 พันลบ. (เทียบกับขาดทุนใน4/2568) รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น กำไรจากสต๊อกน้ำมัน และการไม่มีรายการพิเศษ โดยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องไปในไตรมาส 2/2569
WHA: ราคาพื้นฐาน 4.80 บาท
🎯ปีนี้คาดการณ์ลงทุนในไทยยังน่าสนใจสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมของภาครัฐฯ โดย WHA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินนิคมฯ ปีนี้ ที่ 2,500 ไร่ (+87% YoY) จากอุปสงค์ FDI ที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม data center, ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
🎯ผสานคาดการณ์ปรับราคาที่ดินราว 5-10% และคาดยอดขายสินทรัพย์ปี 2569 ที่ 4.7 พันล้านบาท และคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากการใช้น้ำประปาจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย
🎯ด้าน Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันเทรดบริเวณ PBV 1.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีในอดีตที่ระดับ 1.86 เท่า ยังเป็นระดับที่น่าทยอยสะสม
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันจันทร์ ติดตามการรายงาน Loan Prime Rate ของจีน อายุ 5 ปี และ 1 ปี คาดทรงตัวที่ 3.5% และ 3.0% ตามลำดับ
✅วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. ของไทย (คาดพิจารณาโครงการคนละครึ่งพลัส), ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เดือนมี.ค. คาดที่ +1.4%m-m เร่งขึ้นจากเดือน ก.พ. ที่ +0.6%m-m ส่วนฝั่งยุโรปติดตาม Zew survey expectation ของยูโรโซน เดือนเม.ย.
✅วันพุธ ติดตามรายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโซน เดือน เม.ย. คาดที่ -17.2 จาก -16.3
✅วันพฤหัสบดี ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.1 แสนราย เพิ่มขึ้นจาก 2.07 แสนราย, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 52.5 และ 50.1 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 52.3 และ 49.8 ตามลำดับ ส่วนฝั่งยูโรโซนติดตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ คาดที่ 50.9 และ 49.8 ลดจาก 51.6 และ 50.2 ตามลำดับ
✅วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 48.4 จาก 47.6 ในเดือน มี.ค.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English