☀️KS Daily View 16 เม.ย. 2026>>> ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,485–1,530 จุด ตลาดยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อโอกาสในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในรอบที่สองเร็วๆนี้ ดังนั้นเน้นหุ้นได้โมเมนตัมบวกจากการเจรจา ผสานหุ้นคาดงบ 1Q26 เด่น โดยวันนี้แนะนำ SCC, KTC
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,460 – 1,545 จุด แม้ว่าสัปดาห์นี้จะเหลือวันทำการเพียงแค่ 2 วัน แต่คาดตลาดยังคงแกว่งผันผวนตามประเด็นการเจรจาข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่แม้ยังมีความไม่แน่นอน หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาการเจรจาจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่ตลาดยังคงมีความคาดหวังต่อการจัดเจรจารอบสอง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ (ก่อนครบกำหนดเส้นตายที่เคยมีการขยายเวลาออกไปอีก 2 สัปดาห์จาก 7 เม.ย.) โดยราคาน้ำมันดิบค่อยๆย่อลง สอดคล้องกับค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนค่า อาจเป็นปัจจัยที่เข้ามาเพิ่มจิตวิทยาเชิงบวกต่อ SET ในระยะสั้น แต่อาจมีแรงถ่วงเล็กน้อยจาก DELTA ที่ติด Trading Alert ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องตามเพิ่มเติม คือ การเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 1/69 ของบริษัทจดทะเบียน โดยราคาหุ้นอาจเริ่มผันผวนตามการเก็งผลประกอบการ ดังนั้นกลยุทธ์ระยะสั้น เน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มผลประกอบการ 1/69 แข็งแกร่ง ผสานหุ้นโซนล่างที่เก็งโมเมนตัมเชิงบวกจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านในช่วงถัดไป
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,506.84 จุด เพิ่มขึ้น +2.81% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแรงซื้อในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, วัสดุก่อสร้าง, ค้าปลีก ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,485–1,530 จุด ตลาดยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อโอกาสในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในรอบที่สองในเร็วๆนี้ ดังนั้นเน้นสะสมหุ้นที่ได้โมเมนตัมเชิงบวกจากการเจรจา ผสานหุ้นที่คาดงบ 1Q26 เด่น โดยสำหรับวันนี้แนะนำ SCC, KTC
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- IMF ประเมินผลกระทบสหรัฐ–อิหร่านต่อเศรษฐกิจโลกผ่าน 3 ฉากทัศน์ โดยกรณีฐานหากสงครามสั้น เศรษฐกิจโลกยังโตได้ 3.1% แม้เงินเฟ้อสูงขึ้น แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อการเติบโตอาจลดเหลือ 2.5% ขณะที่กรณีรุนแรงสุดหากลากยาวข้ามปี การเติบโตอาจเหลือเพียง 2% และเงินเฟ้อทะลุ 6% กดดันตลาดการเงิน โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสงคราม รวมถึงความเร็วในการฟื้นตัวของอุปทานพลังงาน คาดกดดันภาคอุตสาหกรรมไทย แต่หนุนหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีในเชิง sentiment ระยะสั้น
- สหรัฐและอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางให้การเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้า แม้สถานการณ์บริเวณ Strait of Hormuz ยังคงตึงเครียดและแทบถูกปิด ส่งผลให้การขนส่งพลังงานหยุดชะงักและกดดันเศรษฐกิจโลก ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างในประเด็นสำคัญ เช่น การเปิดเส้นทางเดินเรือและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินตอบรับเชิงบวก โดย S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ แม้ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงใกล้ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 คาดรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท (+6% YoY) โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 500,000 คน และตลาดในประเทศเกือบ 6 ล้านคน สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่หลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยวหลัก และเมืองชายแดนมีอัตราการเข้าพักสูงและกิจกรรมได้รับความนิยมสูง จากบรรยากาศท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งเป็นโมเมนตัมบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก และขนส่ง เช่น AOT, ERW, CENTEL ในเชิง sentiment และรายได้ระยะสั้น.
- ตลาดคอนโดไทยปี 2568 สะท้อนภาพ “จำนวนเพิ่ม แต่มูลค่าลด” โดยชาวต่างชาติซื้อรวม 14,899 ยูนิต (+2.2%) แต่มูลค่าลดลง -10.7% บ่งชี้ว่าดีมานด์ยังอยู่แต่หันไปซื้อในระดับราคาที่ถูกลง ด้านผู้ซื้อจีนแม้ยังเป็นอันดับ 1 แต่ชะลอตัวชัดเจนทั้งจำนวนและมูลค่า สวนทางกับอินเดียที่กลายเป็นกลุ่มดาวรุ่ง เน้นซื้อยูนิตราคาสูงเพื่ออยู่อาศัยจริง สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างตลาดจากนักลงทุนเก็งกำไรไปสู่ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ภาพเช่นนี้อาจกดดัน margin ผู้พัฒนาอสังหาฯ ไทยได้
- กระทรวงการคลัง เตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในช่วง ก.ย. 2569 โดยใช้ระบบ Data Lake เชื่อมข้อมูลจากกว่า 20 หน่วยงานเพื่อตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตั้งเป้าคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์จาก 13.4 ล้านคน เหลือราว 9 ล้านคน ขณะที่เกณฑ์รายได้ยังคงไม่เกิน 100,000 บาท/ปี พร้อมปรับขั้นตอนสมัครให้ง่ายขึ้น และขยายสิทธิ์การใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนครอบคลุมร้านค้า SMEs ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังปูทางสู่ระบบภาษี Negative Income Tax ในอนาคต
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 SCC: ราคาพื้นฐาน 244.00 บาท
- ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์แข็งแกร่ง (~500 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน) โดยโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC) และ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม มีวัตถุดิบเพียงพอจนถึงกลางเดือน มิ.ย. แต่โรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) หยุดดำเนินการ
- การปรับตัวดีขึ้น้เชิง QoQ ของธุรกิจซีเมนต์ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ตามฤดูกาล และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
- คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 5.2 พันลบ. (เทียบกับขาดทุนใน4/2568) รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น กำไรจากสต๊อกน้ำมัน และการไม่มีรายการพิเศษ โดยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องไปในไตรมาส 2/2569
🎯 KTC: ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท
- คาดกำไร 1/69 จะทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส ที่ 2.1 พันล้านบาท (+1%q-q, +13%y-y) หนุนจากการใช้จ่ายที่เร่งตัวในเดือน มี.ค. จากการกักตุนสินค้าจำเป็นและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
- คาดอัตราหนี้เสีย (NPL ratio) ทรงตัวที่ 1.8% ในไตรมาส 1/69 พร้อมกับ Coverage ratio ที่เพิ่มขึ้นเป็น 433% จาก 425% ในไตรมาส 4/68 โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการชำระหนี้จากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำที่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน
- Valuation ปัจจุบันเทรดเพียง PE 8.5 เท่า และคาดหวังอัตราการจ่ายปันผลที่ระดับ 6% เพิ่มความน่าสนใจในการทยอยสะสม
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ คาดที่ 2.13 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.19 แสนราย ส่วนฝั่งยุโรป ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน เดือน มี.ค. (ครั้งสุดท้าย) คาดที่ +2.5%y-y และ +1.2%m-m ส่วน Core CPI คาดที่ +2.3%y-y ส่วนด้านจีน แนะติดตามตัวเลข GDP จีน 1Q26 คาดที่ +4.8%y-y เพิ่มขึ้นจาก 4Q25 ที่ 4.5%y-y, ยอดค้าปลีกจีน เดือน มี.ค. คาดที่ +2.4%y-y และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน เดือน มี.ค. คาดที่ +5.8%y-y ลดลงจากเดือน ก.พ. ที่ +6.3%y-y
✅วันศุกร์ ติดตามรายงานดุลการค้าของยูโรโซน เดือน ก.พ.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English