KS 1Q26 OUTLOOK : ข้ามผ่านภาวะเศรษฐกิจ 3 ต่ำ เติบโตต่ำ เงินเฟ้อต่ำและดอกเบี้ยต่ำ📊
📍ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2026 เราคาดว่าจะเผชิญภาวะ 3 ต่ำ คือเติบโตต่ำ เงินเฟ้อต่ำและดอกเบี้ยต่ำ โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงในกรอบ 1.5-1.8% จากฐานสูงหลังการเร่งส่งออกก่อนที่จะเผชิญอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในปีก่อนหน้า รวมถึงมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแบบเต็มปีในปี 2026
📍ขณะที่ด้านนโยบายสนับสนุนจากทางภาคการคลังมีข้อจำกัดด้วยหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง และช่องว่างเชิงนโยบายการเงินเหลือน้อยหลังอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวในระดับ 0-1% โดยเราคาด ธปท. อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.25% ในสิ้นปี 2025 แต่อาจปรับลดลงได้อีกเพียง 1 ครั้ง 25bps สู่ระดับ 1.00% ในปี 2026
📍มุมมอง KS
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเราประเมินแวดล้อมการลงทุนอาจมีความผันผวนมากขึ้น แม้ประเด็นลบที่กดดันในช่วงที่ผ่านมาทั้งเรื่องการเมืองในประเทศ ความเสี่ยงเชิงนโยบาย และสงครามการค้าเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ดี เรามองว่าโอกาสการปรับตัวขึ้นหรือผลตอบแทนจากหุ้นไทยอาจไม่ได้สูง โดยเราประเมินเป้าหมายดัชนี SET Index ที่ระดับ 1,375 สำหรับสิ้นปี 2026 บนคาดการณ์กำไรต่อหุ้นรวมของตลาด (SET EPS) ปี 2026 ที่ 90.5 บาท บนการประเมินมูลค่าเป้าหมายด้วยวิธี PE multiple ที่ระดับ 15.2x เทียบส่วนลดราว -0.25SD จากค่าเฉลี่ยระยะยาว
📍หุ้นเด่นสำหรับปี 2026
✅หุ้นแนะนำสำหรับพอร์ตการลงทุน ได้แก่ KCE, ERW, KTB, CPN และ AMATA
✅KCE : KCE อยู่ในจุดที่พร้อมสำหรับการฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ที่ดีขึ้น ระดับสต็อกสินค้าของลูกค้าที่อยู่ในระดับต่ำ และการฟื้นตัวของตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่คล่องตัว ทำให้เมื่อความต้องการรถยนต์ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย ก็สามารถกระตุ้นคำสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อกได้อย่างรวดเร็ว อัตรากำไรคาดว่าจะฟื้นตัว 3–4% ในปี 2026 ตามการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตและมาตรการลดต้นทุน นอกจากนี้ การที่ CEO เข้าซื้อหุ้นจำนวนมากยังช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของบริษัท
✅ERW : ERW เป็นหุ้นที่สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปี 2026 มากที่สุด โดยได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนธุรกิจในประเทศที่สูง และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) มีแนวโน้มเติบโตเชิงบวกเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นจากการจองที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Hop Inn ยังคงเติบโตดีจากดีมานด์ที่ไม่พึ่งนักท่องเที่ยว โครงสร้างหนี้แบบดอกเบี้ยลอยตัว 100% ยังช่วยขยายประโยชน์จากรอบการลดดอกเบี้ยล่าสุดอย่างเต็มที่
✅KTB : KTB โดดเด่นในฐานะธนาคารเชิงป้องกันความเสี่ยง ด้วยอัตราส่วน CET1 สูงที่สุดในกลุ่ม ทำให้มีศักยภาพในการเพิ่มเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนได้มากขึ้น การจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งแรกสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โครงสร้างสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นพิเศษจากระบบการชำระคืนแบบ MOU และสัดส่วนลูกค้าภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจจำนวนมาก ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตแข็งแรง โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจต่างประเทศ ส่งผลให้ ROE มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2026
✅CPN : CPN กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่แข็งแกร่ง และแผนการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่ง พื้นที่เช่า (NLA) มีแนวโน้มเติบโตในปี 2026–2027 หนุนให้รายได้กลับมาเติบโตสองหลัก ขณะที่อัตราค่าเช่ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง วินัยในการใช้ CAPEX และโครงการซื้อหุ้นคืน 5 พันลบ.ที่กำลังดำเนินอยู่ ทำให้ CPN มีความแข็งแรงทางการเงินและพร้อมเติบโตต่อผ่านเงินสดภายในและการนำทรัพย์สินเข้า REIT อย่างต่อเนื่อง
✅AMATA : เป็นหุ้นเด่นสำหรับปี 2026 ด้วยมูลค่าหุ้น PBV 0.7 เท่า อัตราตอบแทนเงินปันผล 6.6% และมี backlog มูลค่า 2.5 หมื่นลบ. การโอนที่ดินจะเร่งตัวตั้งแต่ 4Q25 ต่อเนื่องถึงปี 2026 อุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตแบบ China-plus-one และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
ภาษาไทย
English