KS : กนง. ลดดอกเบี้ยเหนือคาด จาก 1.25% สู่ 1.00%
📍ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหนือความคาดหมาย
✅คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps จาก 1.25% เป็น 1.00% ซึ่งเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการตัดสินใจครั้งนี้ถือว่าเหนือการคาดการณ์ทั้งของเราและตลาดที่ประเมินว่าน่าจะคงดอกเบี้ยในรอบนี้
📍การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน
✅กนง. ระบุว่า แม้การเติบโตของ GDP ในไตรมาส 4/2568 จะออกมาสูงกว่าคาด แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว เช่น มาตรการกระตุ้นการบริโภค และการฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึง อีกทั้งในระยะข้างหน้า แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวในระดับต่ำกว่าศักยภาพ ท่ามกลางผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณางบประมาณปี FY2570 และความกังวลเรื่องค่าของเงินบาทที่อาจแข็งค่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน
📍ความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อเอียงไปทางด้านต่ำ
✅ขณะที่ความเสี่ยงของเงินเฟ้อเอียงไปทางด้านอาจมี downside โดยแนวโน้มที่อัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่กรอบเป้าหมายอาจช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า เนื่องจากแนวโน้มราคาพลังงานและนโยบายภาครัฐในการช่วยเหลือค่าครองชีพ นอกจากนี้ สินเชื่อในระบบยังคงหดตัวหลังธนาคารยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ จากปัจจัยดังกล่าว กนง. จึงมีมติเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บรรเทาภาระหนี้ของ SMEs และครัวเรือน และช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
📍การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
✅สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ เรามองว่าเป็นปัจจัยบวก เนื่องจากการปรับลดถือว่าเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเกิดในช่วงกลางปี การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วตั้งแต่ต้นปีเชื่อว่าจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 หมดลง นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 อาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้รัฐบาลรักษาการชะลอตัวลง
📍ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยทุกครั้งจะส่งผลลบต่อกลุ่มธนาคาร สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
✅เรามองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มการเงิน (Finance), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Property), กลุ่มโรงไฟฟ้า (Utilities), กลุ่มค้าปลีก (Commerce) และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จากประโยชน์ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หุ้นเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ MTC, TURBO, SC, SIRI, GULF, CPALL, CRC, ADVANC และ TRUE ขณะที่สำหรับกลุ่มธนาคาร โดยทั่วไปการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่ม อย่างไรก็ดี การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ เราเชื่อว่าหุ้นกลุ่มธนาคารอาจไม่ตอบสนองเชิงลบเหมือนในอดีต เนื่องจากการลดดอกเบี้ยครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของปี และอาจเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในรอบวัฏจักรการผ่อนคลายทางนโยบายการเงินในปัจจุบัน บนสมมติฐานว่าหากไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงเพิ่มเติมซึ่งจะนำมาสู่การต้องกลับมาปรับลดดอกเบี้ยลงต่อ นอกจากนี้ ในแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ กลุ่มธนาคารที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงและค่อนข้างมีเสถียรภาพยังมีความน่าสนใจ ทำให้เราเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการลงทุนในกลุ่มธนาคาร ดังนั้นโดยเราแนะนำ KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English