🏗️KS : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โครงการภาครัฐเริ่มเร่งตัว
📍ประเด็นใหม่
1.เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า ครม. อนุมัติการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ครบทั้ง 3 เส้นทาง ได้แก่ ชุมพร–สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ด้วยงบประมาณรวม 1.07 แสนลบ. ในช่วงปี FY2569-76 (ระยะเวลาก่อสร้าง 6-8 ปี) โดยมีการปรับเพิ่มงบประมาณ 1.8 หมื่นลบ. จากข้อเสนอเดิมที่ยื่นต่อ ครม. ในปี 2568
กรมบัญชีกลางรายงานว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 ถึง ส.ค.2569 อยู่ที่ 5.17 แสนลบ. (65% ของงบลงทุนทั้งหมด, +11% YoY) และมีแผนเร่งการเบิกจ่ายเพิ่มเติมในเดือน ก.ย.
📍มุมมองของเรา
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าของโครงการเมกะโปรเจกต์ และคาดว่าจะมีการอนุมัติโครงการเพิ่มเติมในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หลังจากได้รับอนุมัติจาก ครม. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะจัดทำ TOR โดยคาดว่าจะเปิดประมูลในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 และเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ค.2570 การอนุมัติโครงการดังกล่าวเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ และช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อแนวโน้ม backlog ในปี 2570 โดย CK จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก เนื่องจากมีอัตราการชนะประมูลในอดีตอยู่ในระดับสูง และคาดว่าจะคว้างานใหม่ได้อย่างน้อย 2.5 หมื่นลบ. (เทียบกับ STECON ที่ 2.1 หมื่นลบ.) ขณะที่การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในเดือน ก.ย. น่าจะช่วยผลักดันโครงการอื่นๆ ในแผนการให้เดินหน้าต่อ ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (3.6 หมื่นลบ.) และโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (1.3 หมื่นลบ.)
📍สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/2569
บริษัทรับเหมาก่อสร้าง 4 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของเรา ได้แก่ CK, STECON, SEAFCO และ PYLON รายงานกำไรปกติรวมไตรมาส 2/2569 ที่ 1.88 พันลบ. (+84% YoY, +182% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเรา 6% การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งทั้งเชิง YoY และ QoQ มีปัจจัยหลักจากการเลื่อนช่วงเวลารับรู้รายได้เงินปันผลจาก GULF ของ STECON (จากไตรมาส 1/2568 มาเป็นไตรมาส 2/2569) และความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้นในบริษัทรับเหมาก่อสร้างทุกรายภายใต้การวิเคราะห์ของเรา ส่วนผลประกอบการที่สูงกว่าประมาณการของเรามีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของทุกบริษัทที่สูงกว่าคาด
📍แนวโน้มกำไร
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เราคาดว่ากำไรปกติของ STECON และ PYLON จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY หนุนโดยการรับรู้ backlog ที่เร่งตัวขึ้นพร้อมกับ GPM ที่อยู่ในระดับดี ขณะที่กำไรของ CK และ SEAFCO คาดว่าจะลดลง YoY โดยกำไรของ CK อ่อนตัวลงจากส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่ลดลงเนื่องจากสภาวะแห้งแล้ง ส่วนกำไรปกติของ SEAFCO ลดลงจากกิจกรรมการก่อสร้างที่ชะลอตัว เนื่องจาก backlog โครงการเมกะโปรเจกต์สำคัญๆ เข้าสู่ช่วงท้ายของการก่อสร้าง
📍มุมมอง KS
เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (data center) ซึ่งน่าจะช่วยเติม backlog ของภาคเอกชนที่มีอัตรากำไรสูง โดยเฉพาะ STECON และ PYLON เรายังคงเลือก STECON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.28 บาท) และ PYLON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธุรกิจนี้ เนื่องจากมีการกระจายงานที่แข็งแกร่งทั้งในโครงการภาครัฐและเอกชน

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #หุ้นรับเหมาก่อสร้าง
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English