KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและโครงการภาครัฐ

KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและโครงการภาครัฐ

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
21 เม.ย. 2569
ย้อนกลับ

🏗️ 👷 KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและโครงการภาครัฐ

📌 มีอะไรใหม่?
1) เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า กรมทางหลวงได้เปิดประมูลโครงการ PPP งานดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82) โดยมีผู้ยื่นประมูลเพียง 2 ราย คือ BEM และ STECON+DMT
2) ตามเว็บไซต์ Royal Thai Government เมื่อวันที่ 11 เม.ย. รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้รับเหมาจากต้นทุนพลังงานและวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้น

📌 Upside จากโครงการ M82 ตาม TOR ของกรมทางหลวง โครงการ M82 มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.1 พันลบ. และมูลค่าปัจจุบัน (PV) ของงาน O&M อยู่ที่ 1.6 หมื่นลบ. โดยอิงอัตราคิดลด 3% สำหรับค่าความพร้อมจ่าย (availability payment) โครงการมีอายุสัมปทาน 32 ปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2571 ซึ่งอาจทำให้เกิด upside ต่อกำไรปกติปี 2571 ที่ 3% 6% และ 6% และ upside ต่อมูลค่าที่ 1% 1% และ 2% สำหรับ BEM STECON และ DMT ตามลำดับ เรามองว่า BEM มีความได้เปรียบเล็กน้อยจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่า และมีความยืดหยุ่นในการยื่นประมูลเชิงรุก ขณะที่ DMT มีแรงจูงใจในการต่อยอดความมั่นคงของกำไรระยะยาว ก่อนสัมปทานปัจจุบันจะสิ้นสุดในปี 2577

📌 นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมาตรการสำคัญ ได้แก่
1) อนุญาตให้พิจารณาผ่อนผันสัญญาเป็นรายกรณี เช่น การยกเว้นสถานะผิดนัด การหยุดงานชั่วคราว การยกเลิกสัญญาพร้อมคืนหลักประกัน และการปรับแก้สัญญาที่ไม่ใช่งานก่อสร้างในกรณีที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2) ขยายช่วงราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิงสำหรับการประเมินต้นทุนก่อสร้างภาครัฐเป็น 51.00–69.99 บาท/ลิตร สำหรับโครงการใหม่ เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น
3) เร่งการเบิกจ่ายค่าชดเชย K-factor ที่ได้รับอนุมัติ พร้อมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณสำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมากขึ้น
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากการปรับค่า K-factor จะช่วยสะท้อนเงินเฟ้อต้นทุนได้ดีขึ้น โดย CK STECON SEAFCO และ PYLON มีสัดส่วนงานภาครัฐใน backlog ในอดีตประมาณ 70% 50% 50% และ 30% ตามลำดับ

📌 แนวโน้มกำไร เราคาดว่ากำไรปกติของกลุ่มผู้รับเหมาไตรมาส 1/2569 จะเพิ่มขึ้น YoY จากความคืบหน้าการก่อสร้างที่เร็วขึ้นของโครงการที่มีอยู่ สำหรับ STECON กำไรน่าจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสีเหลืองอีกต่อไป หลังการปรับประเภทการลงทุน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกบางส่วนจะถูกหักล้างจากการไม่มีรายได้เงินปันผลจาก GULF ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากเงินปันผลคาดว่าจะเลื่อนไปยังไตรมาส 2/2569 จากไตรมาส 1/2568

มุมมอง KS
📌 มุมมองบวก เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มบริการก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจนมากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ พฤติกรรมการประมูลมีความสมเหตุสมผลมากขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลง และโอกาสที่ผู้รับเหมาจะฟื้นฟู backlog หลังจากผ่านช่วงวัฏจักรขาลงเป็นเวลานาน นอกจากนี้ เรามองเห็น downside ที่จำกัดจากต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นจากมาตรการล่าสุดของรัฐบาล

📌 หุ้นเด่นของเรายังคงเป็น
STECON (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 15.28 บาท)
PYLON (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 4.32 บาท)
จากการกระจายโครงการที่ดีกว่าในทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

Construction-Services-Sector_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #รับเหมาก่อสร้าง #PYLON #SEAFCO #CK #STEC #TEAMG #MRT #BTS #รฟม #รถไฟฟ้าสายสีส้ม #M28

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา