KS: Energy & Petrochemical Sector อุปสรรคด้านนโยบาย แต่ยังมี upside อยู่🏭
✍️ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นที่ลดลง2 บาท/ลิตร คิดเป็น GRM ประมาณ 3.6–5.8 ดอลลาร์ฯ/ต่อบาร์เรล โดยมีเป้าเพดาน GRM ที่ 12–16 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
✍️สมมติฐาน GRM ปี FY69 ของเราที่ 6.0–6.7 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ยังคงต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ ทำให้ยังมี upside ทัี้งนี้ การตอบสนองของบริษัทยังไม่ชัดเจน
✍️“ซื้อเมื่ออ่อนตัว” นโยบายนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อประมาณการกำไรหรือราคาเป้าหมายของเรา โดยเราชอบ TOP จากผลกระทบของนโยบายค่อนข้างน้อย
Investment Highlight
📊เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้อนุมัติการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร มาตรการนี้คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1–2 วัน ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาปรับราคาขายปลีกน้ำมัน โดยนโยบายดังกล่าวดำเนินการภายใต้พรก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุ
มุมมองของเรา:
📊ผลกระทบของนโยบาย ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นที่ลดลง 2 บาท/ลิตร เทียบเท่าผลกระทบต่อ GRM ราว 3.6–5.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการผลิตดีเซลของแต่ละโรงกลั่น ทั้งนี้ แม้ Singapore GRM เฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือน มี.ค. แต่จากการตรวจสอบข้อมูล โรงกลั่นที่มีหน่วย hydrocracking มี GRM อยู่ที่ 15–20 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือนดังกล่าว ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังกำหนดกรอบ GRM ที่ประมาณ 12–16 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (เทียบเท่า 3–4 บาท/ลิตร)
📊ผลกระทบต่อกำไรยังบริหารจัดการได้ เราประเมินผลกระทบต่อกำไรรายเดือนอยู่ที่ 466 ลบ.–887 ลบ. สำหรับกลุ่มโรงกลั่นไทย คิดเป็น 5–21% ของประมาณการกำไรสุทธิปี FY2569 ที่คาดว่าจะเป็น โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือ SPRC เนื่องจากมีสัดส่วนการผลิตดีเซลต่ำ ขณะที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ PTTGC จากสัดส่วนการผลิตดีเซลที่สูงถึง 60%
📊มี downside จำกัดต่อประมาณการ แม้จะมีการแทรกแซงราคา เรามองว่าไม่มี downside risk ต่อประมาณการกำไรของเรา โดยสมมติฐาน GRM ปี FY2569 อยู่ที่ 6.0–6.7 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ยังต่ำกว่ากรอบที่รัฐกำหนดเพดานอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ยังมี upside ต่อประมาณการได้ อีกทั้ง นโยบายนี้ยังไม่รวมผลกำไร/ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในการคำนวณ โดยในเดือน มี.ค. ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล (หลังหักค่าขนส่งและค่าพรีเมี่ยมน้ำมันดิบ) อยู่ที่ประมาณ 52 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 130 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือน เม.ย.
📊การตอบสนองของอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจน จากการสอบถามข้อมูลจากโรงกลั่นไทยทั้ง 5 แห่ง ระบุว่ายังไม่มีการตอบสนองต่อนโนบายอย่างเป็นทางการ โดยผู้ประกอบการยังคงย้ำถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย กลไกตลาด และการรักษามูลค่าให้ผู้ถือหุ้น
📊ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ความกังวลของเราอยู่ที่การอุดหนุนมากเกินไป หากอัตรากำไรถูกกดต่อเนื่อง อาจทำให้โรงกลั่นลดกำลังการผลิต และนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศได้ ในทางกลับกัน หากมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันโดยที่โรงกลั่นไม่ปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทค้าปลีกน้ำมันอาจต้องรับภาระต้นทุน ซึ่งคล้ายกับภาวะค่าการตลาดถูกกดดันที่เกิดขึ้นในปี 2565
มุมมอง KS
✍️คงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” นโยบายดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรหรือราคาเป้าหมายของเรา การปรับลดลงของราคาหุ้นหลังการประกาศถูกมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ โดยเราขอบ TOP เนื่องจากได้รับผลกระทบจากนโยบายน้อยกว่าและมีมูลค่าหุ้นที่ถูกที่สุด โดยซื้อขายด้วย PBV ปี 2569 ที่ 0.53 เท่า เทียบกับ 0.65 เท่าของบริษัทคู่แข่งในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันของไทย

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #หุ้นสร้างบ้าน #กลุ่มพลังงาน #TOP
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English