KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี ความเสี่ยงด้านนโยบายโรงกลั่นกลับมาอีกครั้ง

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี ความเสี่ยงด้านนโยบายโรงกลั่นกลับมาอีกครั้ง

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
3 เม.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี ความเสี่ยงด้านนโยบายโรงกลั่นกลับมาอีกครั้ง

📍นโยบายล่าสุดของรัฐบาลใหม่

✅จากรายงานของสำนักข่าวหลายแห่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กำลังพิจารณาทบทวนโครงสร้างราคาของโรงกลั่น โดยมีการพูดถึงการกำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ประมาณ 3–4 บาทต่อลิตร เพื่อให้โรงกลั่นมีกำไรในระดับ “เหมาะสม” โดยตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์

📍ความเสี่ยงด้านนโยบายเริ่มเกิดขึ้น

✅ประเด็นดังกล่าวสร้างความเสี่ยงเชิงนโยบายในระยะสั้น ซึ่งกดดันบรรยากาศการซื้อขายของหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2569 ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (Singapore GRM) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 30% QoQ แม้รวมเหตุการณ์สงครามแล่้ว 1 เดือน แต่ในสัปดาห์แรกของไตรมาส 2/2569 ค่าการกลั่นพุ่งขึ้นเป็น 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลอย่างมาก

📍โอกาสในการนำไปใช้จริงอยู่ในระดับต่ำ

✅ในอดีต ข้อเสนอเช่นการกำหนดเพดานค่าการกลั่น การเก็บภาษีลาภลอย และการปรับโครงสร้างหน้าโรงกลั่น (ex-refinery) มักถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงผิดปกติ แต่ไม่เคยถูกนำมาใช้จริง เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยประเด็นเหล่านี้เคยถูกพูดถึงในช่วงราคาน้ำมันพุ่งสูงสองครั้งใหญ่ ได้แก่ ปี 2551 (จากอุปสงค์น้ำมันโลกที่พุ่งแรงและกำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC ที่จำกัด) และปี 2565 (จากความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน) ซึ่งสุดท้ายแล้วนำไปสู่มาตรการแทรกแซงในลักษณะจำกัดและทางอ้อมเท่านั้น

📍ผลกระทบในอดีตมีจำกัด

✅ในปี 2551 การสนับสนุนจากโรงกลั่นเป็นไปในลักษณะสมัครใจและมุ่งเป้าเฉพาะบางกลุ่ม โดยมีโรงกลั่นไทยเพียง 4 แห่งที่ให้คำมั่นว่าจะให้เงินอุดหนุน 2.2 พันลบ. ซึ่งมีการใช้จริงเพียงประมาณ 10–15% ขณะที่ในปี 2565 แม้จะมีข้อเสนอการอุดหนุนในวงกว้าง (ผลกระทบราว 6–7 พันลบ./เดือน) แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง โดยมีเพียง PTT ที่สนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 3 พันลบ. ในช่วง 3 เดือน

📍การปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน

✅แม้ในช่วงที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะมีความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างดังกล่าว แต่กระบวนการร่างกฎหมายใช้เวลานานกว่า 1 ปี และไม่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เรามองว่าโอกาสในการปรับสูตรที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งหากออกแบบสูตรไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศ เนื่องจากโรงกลั่นอาจเปลี่ยนการผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซลไปเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปหรือไม่ได้มาตรฐานเพื่อส่งออกแทน ดังนั้น เราคาดว่าการช่วยเหลือกองทุนน้ำมันในลักษณะสมัครใจจะถูกนำมาใช้ในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงครั้งนี้เช่นกัน

📍“ซื้อเมื่อราคาตก”

✅แม้ข่าวเชิงนโยบายอาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่เราคาดว่าผลกระทบต่อกำไรจริงจะยังจำกัด และอยู่ในรูปแบบของการช่วยเหลือโดยสมัครใจ (คาดกระทบประมาณ -2% ถึง -14% โดย IRPC และ PTTGC ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ TOP, BCP และ PTT คาดได้รับผลกระทบในช่วง 1–5%) เรามองว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นจากประเด็นดังกล่าวเป็นโอกาส “ซื้อเพื่อเก็งกำไร” เนื่องจากในอดีตมาตรการลักษณะนี้มักไม่เกิดขึ้นได้จริง

Energy-&-Petro-1200x1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา