KS: Finance Sector ผลกระทบของราคาน้ำมันดีเซลต่อกลุ่มการเงิน

KS: Finance Sector ผลกระทบของราคาน้ำมันดีเซลต่อกลุ่มการเงิน

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
24 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

💸 KS: Finance Sector ผลกระทบของราคาน้ำมันดีเซลต่อกลุ่มการเงิน

📌ปรับขึ้นเพดานราคาน้ำมันดีเซลเป็น 33 บาท/ลิตร เว็ปไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานว่ากระทรวงพลังงานได้ประกาศปรับขึ้นเพดานราคาน้ำมันดีเซลเป็น 33 บาท/ลิตร จากเดิม 30 บาท/ลิตร เมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยราคาจะทยอยปรับขึ้นครั้งละ 0.5 บาท

📌คาดผลกระทบต่อผู้ประกอบการกลุ่มการเงินจาก credit cost ที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงของภาวะขาดแคลนอุปทาน อาจส่งผลลบต่อคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มการเงิน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีพอร์ตสินเชื่อในภาคเกษตรกรรมและกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก ซึ่งพึ่งพาการใช้น้ำมันดีเซลสูง ดังนั้น เราคาดว่าผู้ประกอบการกลุ่มการเงินจะมีท่าทีเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้นต่อการเติบโตของสินเชื่อในช่วงปลายไตรมาส 1/2569 ถึงไตรมาส 2/2569 ภายใต้ความไม่แน่นอนดังกล่าว

📌การทดสอบ regression และ correlation แสดงผลกระทบต่อ MTC และ SAK เราได้ทำการทดสอบ regression และ correlation ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) และราคาน้ำมันดีเซลสำหรับหุ้นกลุ่มการเงิน (แผนภาพ 1-2) โดยผลลัพธ์แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะใน MTC และ SAK ซึ่งมีค่า R-square สูงที่ 50-75% และระดับสหสัมพันธ์ที่ 70-90% เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าในภาคเกษตรมากกว่า 50% อย่างไรก็ตาม เราพบว่ากลุ่มผู้ให้สินเชื่อรถบรรทุกมีสหสัมพันธ์ที่อ่อนกว่าที่คาด ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่า และความสามารถของผู้ประกอบการรถบรรทุกในการผลักภาระต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า

📌ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าราคาน้ำมันดีเซลที่อยู่ในระดับสูงส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดีเซลและ credit cost มีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อพิจารณาปัจจัยหน่วงเวลา (time lag) ซึ่งสะท้อนว่าผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏเมื่อภาระต้นทุนที่สูงขึ้นเริ่มกดดันกระแสเงินสดของผู้กู้ โดยกลไกการส่งผ่านคือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานและค่าครองชีพ ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของหนี้ค้างชำระและ credit cost ในที่สุด

📌ผลกระทบต่อกำไร จากผลการวิเคราะห์ regression และ correlation test ที่มีค่าอธิบาย (R-squared) สูงและมีสหสัมพันธ์ที่ชัดเจน เราประเมินว่าการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลทุก 1 บาท จะทำให้ credit cost ของ TIDLOR เพิ่มขึ้น 17.5 bps (-2.8% ต่อประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของเรา) SAK เพิ่มขึ้น 15.2 bps (-1.9%) SAWAD เพิ่มขึ้น 13.9 bps (-2.0%) MTC เพิ่มขึ้น 13.2 bps (-2.6%) และ ASK เพิ่มขึ้น 9.9 bps (-8.1%) ขณะที่เราไม่พบสหสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญสำหรับ THANI MICRO TURBO และ HENG

🎯มุมมอง KS

📌มุมมองเป็นกลาง เราคงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มการเงิน แม้ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจนี้ แต่ราคาหุ้นทำผลงานแย่กว่าตลาดโดยรวม หากเทียบวันที่ 26 ก.พ. (ก่อนภาวะสงคราม) ถึงปัจจุบัน กลุ่มการเงินลดลงถึง 13.7% (เทียบกับเฉลี่ยกลุ่มอื่นที่ลดลงเพียง 6.0%) ซึ่งบ่งชี้ว่าความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนั้นได้ถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นแล้ว เรายังไม่ได้รวมผลกระทบดังกล่าวไว้ในการคาดการณ์ของเรา เนื่องจากกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติม

📌Downside risk ของ MTC สำหรับหุ้นเด่นของเราอย่าง MTC หากอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 33 บาท/ลิตร เราคาดการณ์ว่ากำไรปี 2569 อาจลดลง 7.3% ซึ่งจะทำให้ราคาเป้าหมายลดลงจาก 43.1 บาท เป็น 38.9 บาท อย่างไรก็ตาม หุ้นยังมี upside 30% จากราคาตลาดล่าสุดที่ 29.75 บาท

Finance-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #Finance #AutoLoan #SAWAD #MTC #SAK #TIDLOR #HENG  #THANI #TURBO  #HENG #กลุ่มการเงิน #สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ #สินเชื่อรถบรรทุก

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา