KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี สงครามสั้น ส่วนต่างราคาผวนหนัก

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี สงครามสั้น ส่วนต่างราคาผวนหนัก

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
20 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี สงครามสั้น ส่วนต่างราคาผวนหนัก

📍คาดสงครามดำเนินในระยะสั้นและผลกระทบสามารถบริหารจัดการได้

✅ผู้บริหารคาดว่าภาวะสงครามจะดำเนินประมาณ 1 เดือน และต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีก 4–6 สัปดาห์เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์กลับสู่ภาวะปกติหากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง การหยุดชะงักหลักเกิดกับ LPG แนฟทา และผลิตภัณฑ์น้ำมันกลุ่มดีเซล โดยเอเชียได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งนี้ ความผันผวนของราคายังคงสูง แต่ไม่มีบริษัทใดเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ระยะยาว

📍ผลกระทบจำกัดต่อโรงกลั่น; การจัดหาน้ำมันดิบมีความหลากหลายขึ้น

✅โรงกลั่นไทยได้ปรับเปลี่ยนแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังแหล่งอื่นอย่างรวดเร็ว เช่น แอฟริกาตะวันตก สหรัฐฯ ลาตินอเมริกา และตะวันออกไกล ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงน้อยกว่า 10 ppts โดยส่วนใหญ่ได้จัดหาน้ำมันดิบสำหรับการกลั่นระดับสูงไว้จนถึงสิ้นเดือนเม.ย. และกำลังจัดหาน้ำมันสำหรับเดือน พ.ค. ยกเว้น IRPC ทั้งนี้ ระดับการทำ hedging แตกต่างกัน โดย BCP มีสัดส่วนสูงสุดประมาณ 30% รองลงมาคือ TOP ประมาณ 15% ขณะที่ SPRC ไม่มีการทำ hedging

📍การหยุดชะงักในปิโตรเคมีหนุนให้ส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

✅ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบทำให้กำลังการผลิตโอเลฟินส์ในเอเชียประมาณ 25% ประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ขณะที่จีนมีการหยุดการผลิต PTA จำนวน 5.6 ล้านตัน และ PET จำนวน 5.9 ล้านตัน ส่งผลให้ส่วนต่างราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว (PE/PP ประมาณ 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน; PET/PTA ประมาณ 200-300 ดอลลาร์ฯ/ตัน) แม้คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะถัดไป

📍ความแตกต่างของการพึ่งพาวัตถุดิบเป็นปัจจัยแยกผู้เล่น

✅PTTGC (พึ่งพาตะวันออกกลาง <10%) และ IVL (พึ่งพาตะวันออกกลาง <10% โดยใช้โมเดลแบบ localized) อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบมากที่สุด ในขณะที่ IRPC (พึ่งพาตะวันออกกลาง 60–70%) เผชิญความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากต้องใช้น้ำมันดิบ Arab light สำหรับการผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยมีความชัดเจนของแหล่งน้ำมันดิบถึงเพียงกลางเดือน เม.ย. เท่านั้น ส่งผลให้ต้องให้มุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น

📍ปรับตัวคูณมูลค่าหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี…

✅เราปรับเป้าPBV สำหรับบริษัทปิโตรเคมีทั้งหมดขึ้น 0.25SD-1.0SD เพื่อสะท้อน upside ต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ โดยเราปรับคำแนะนำสำหรับ IVL จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2569 ที่ 25.7 บาท (+1.0SD เป็น +0.5SD) ขณะที่เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ PTTGC และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ใหม่ที่ 35.0 บาท (+0.75SD ถึง +0.25SD) นอกจากนี้ เราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ IRPC และ “ขาย” สำหรับ SCC เนื่องจากความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากความพร้อมของวัตถุดิบ แต่เราก็ปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 1.40 บาท (+0.25SD ถึง -0.75SD) และ 177.0 บาท (+0.25SD ถึง -0.75SD) ตามลำดับ

📍…ขณะเดียวกันคงมุมมองเชิงบวกต่อโรงกลั่น

✅เรายังคงเป้า PBV สำหรับโรงกลั่นทั้งหมด เนื่องจาก GRM ล่าสุดกลับมาอยู่ในระดับก่อนเกิดความขัดแย้งแล้ว (6-7 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล) อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของโรงกลั่นยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่า upside ต่อราคาเป้าหมายล่าสุดของเราจะค่อนข้างจำกัด ดังนั้น เราแนะนำให้นักลงทุนปล่อยให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มต่อไป

Energy-&-Petro-1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา