KS: หุ้นสร้างบ้าน กำไรปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 14 ปี🏗

KS: หุ้นสร้างบ้าน กำไรปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 14 ปี🏗

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
11 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: หุ้นสร้างบ้าน กำไรปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 14 ปี🏗

✍️ปัจจัยลบหลายประการกดดันให้กำไรของกลุ่มในปี 2568 ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี โดยเราคาดเห็นการปรับตัวดีขึ้นในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายที่ยังคงอยู่

✍️กลยุทธ์การพัฒนาโครงการอย่างระมัดระวังเป็นธีมหลักของปี 2569 ผู้ประกอบการที่มีความยืดหยุ่นและฐานะการเงินแข็งแกร่งจะเป็นผู้ที่มีผลงานโดดเด่น

✍️คงมุมมอง “เป็นกลาง” โดยเลือก AP และ SC เป็นหุ้นเด่น ขณะเดียวกัน เรายังสนใจ SIRI และ SPALI จากอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูงและกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

Investment Highlight

📊กำไรไตรมาส 4/2568 ต่ำคาด ลดลงทั้ง YoY และ QoQ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย 10 รายภายใต้การวิเคราะห์ของเรา รายงานกำไรรวมไตรมาส 4/2568 ที่ 5.2 พันลบ. ลดลง 27.4% YoY และ 3% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 13% จากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าคาด การลดลง YoY สะท้อนให้เห็นถึงกำไรจำนวนมากของ LH จากการขาย เทอร์มินอล 21 พัทยา ในไตรมาส 4/2567 ขณะที่การลดลง QoQ มาจากแรงกดดันด้านอัตรากำไร แม้รายได้และรายได้ส่วนแบ่งกำไรจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำไรปี 2568 ลดลง 27.6% เป็น 2.01 หมื่นลบ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2554

📊อุปสงค์อ่อนแอ อุปทานสูง และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่สูง เป็นปัจจัยกดดันหลัก อุปสงค์ที่อยู่อาศัยในปี 2568 ยังคงถูกกดดันจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำถึงกลาง นอกจากนี้ ปัจจัยลบเพิ่มเติม เช่น เหตุแผ่นดินไหวในเดือนมี.ค. มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ และข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ล้วนกดดันอุปสงค์ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการในปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้จำกัด แม้ว่าอุปทานใหม่ในเขต กทม. ปี 2568 (41,500 ยูนิต) จะต่ำกว่าอุปสงค์ก็ตาม (50,500 ยูนิต)

📊คาดว่าผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายจะฟื้นตัวได้ในปี 2569 แม้การแข่งขันยังมีแนวโน้มรุนแรง แต่เราคาดว่าผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายจะกลับมามีกำไรเติบโตในปี 2569 การควบคุมตัวเองของผู้พัฒนาโครงการและการบริหารจัดการจากสถาบันการเงินเพื่อรักษาแนวโน้มการลดหนี้ในตลาดที่อยู่อาศัยจะช่วยคลายแรงกดดันในการแข่งขันเมื่อเทียบกับช่วงปี 2567–68 เรายังเห็นผู้เล่นรายใหญ่ขยายไปยังทำเลใหม่ เช่น ภูเก็ต และจังหวัดสำคัญอื่น ๆ รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม เช่น บ้านเดี่ยว 6 ชั้นของ AP และโครงการมิกซ์ยูสของ ORI เพื่อขยายพอร์ตและช่องทางการขาย อีกทั้งบางบริษัทเริ่มสร้างความร่วมมือระหว่างโครงการที่อยู่อาศัยกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรมและธุรกิจด้านสุขภาพ

มุมมอง KS

✍️เราคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย แม้ว่าราคาปิดล่าสุดของกลุ่มซื้อขายด้วยมูลค่าถูกที่ 0.4 เท่าของค่าเฉลี่ย PBV 5 ปี และเราคาดว่ากำไรปี 2569 จะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังมีความท้าทายหลายด้าน เช่น การกลับมาของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯและผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันใหม่ต่อผลการดำเนินงานของกลุ่ม

✍️ดังนั้น เราจึงเลือกเน้นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความยืดหยุ่นและฐานะการเงินแข็งแกร่ง ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการขยายส่วนแบ่งตลาด AP และ SC เป็นหุ้นเด่นของเรา จากราคาที่ไม่แพง ศักยภาพในการสร้างการเติบโตของกำไรและอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ดีในปี 2569 ขณะที่ SIRI และ SPALI ก็น่าสนใจจากอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง และกลยุทธ์การเติบโตที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น

Residential-Sector-1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #กลุ่มพลังงาน #AP #SC #SIRI SPALI

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา