KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายของ รัฐบาลชุดใหม่

KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายของ รัฐบาลชุดใหม่

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
15 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

🏗️ 👷 KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายของ รัฐบาลชุดใหม่

📌 นโยบายของพรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทยด้วยจำนวนที่นั่ง 194 ที่นั่ง ซึ่งมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองทั้งหมด ทำให้สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาคการก่อสร้าง ได้แก่

  1. รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยมีแผนเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนต่อวงเงินงบประมาณรวมจาก 24.8% ในปี 2568 เป็น 30% ในปี 2572 โดยหลักมาจากการเพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
  2. โครงการแลนด์บริดจ์ หรือสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่าโครงการระยะแรกทั้งหมด 6.17 แสนลบ.

📌 โครงการแลนด์บริดจ์

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งดำเนินการในช่วงปี 2564-68 โครงการจะพัฒนาเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกประกอบด้วย 3 เฟส และมีมูลค่าการลงทุนรวม 6.17 แสนลบ. แบ่งเป็น งานก่อสร้างท่าเรือ 1.77 แสนลบ. งานมอเตอร์เวย์และรถไฟ 2.2 แสนลบ. และพื้นที่อเนกประสงค์และการพัฒนาเชิงพาณิชย์ 2.2 แสนลบ. โครงการคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2575 ขณะเดียวกัน ตามข้อมูลจาก Policy Watch โครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดเตรียมร่าง พรบ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Act) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณา โดยคาดว่าจะเปิดประมูลในปี 2570

📌 โครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2569

โครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแล้วมีมูลค่ารวม 1.65 แสนลบ. ประกอบด้วย รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน เฟส 2 มอเตอร์เวย์ M5 และมอเตอร์เวย์ M9 ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก ครม.มีมูลค่ารวม 2.15 แสนลบ. ได้แก่ โครงการทางพิเศษ 2 ชั้น ทางพิเศษ N2 ทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง โครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 3 เส้นทาง สนามบินดอนเมืองเฟส 3 และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งตะวันออก

📌 มุมมองของเรา เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแผนของรัฐบาลในการเพิ่มงบลงทุน ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการเปิดประมูลโครงการภาครัฐที่ได้รับอนุมัติจาก ครม.แล้ว สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ เราคาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มในช่วงปลายปี 2570 ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย หลังจากนั้นรัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (SEC Act) ต่อ ครม. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 6-12 เดือนในการอนุมัติ จากนั้นจะใช้เวลาอีก 6-9 เดือนในการจัดทำ TOR โดย CK และ STECON เป็นผู้รับเหมาที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลในงานมอเตอร์เวย์ งานรถไฟ และโครงการพัฒนาพื้นที่

มุมมอง KS

📌 มุมมองเชิงบวก เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มธุรกิจนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายของรัฐบาลที่เอื้ออำนวยและแนวโน้มกำไรที่ดี สำหรับปี 2569 เราชอบ STECON และ PYLON ในเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนจากภาคเอกชนและการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายที่แข็งแกร่งกว่า

📌 เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ STECON (ราคาเป้าหมาย 10.52 บาท) และ PYLON (ราคาเป้าหมาย 3.38 บาท)

📌 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ CK (ราคาเป้าหมาย 23.4 บาท) และ SEAFCO (ราคาเป้าหมาย 3.01 บาท) และเป็นหุ้นเด่นของเรา จาก backlog ที่แข็งแกร่งและมีสัดส่วนโครงการของรัฐบาลสูง

Construction-Services-Sector-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย#รับเหมาก่อสร้าง #PYLON #SEAFCO #CK #STEC #TEAMG #MRT #BTS #รฟม #รถไฟฟ้าสายสีส้ม

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา