KS : สรุปกลุ่มแบงก์ 4Q68 สินเชื่อกลับมาฟื้นตัว แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตยังคงอยู่
📍กำไรไตรมาส 4/2568 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
✅กำไรรวมของธนาคาร 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของเราอยู่ที่ 4.45 หมื่นลบ. ในไตรมาส 4/2568 ลดลง 23% QoQ และ 6% YoY โดยกำไรรวมต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 6% และต่ำกว่าของตลาด 8% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ยสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่สูงกว่าคาด 8% และกำไรจากการลงทุนที่ต่ำกว่าคาด 21% โดย BAY และ KKP รายงานกำไรดีกว่าคาด จากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM)/ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคาด (BAY) และ credit cost ที่ลดลง รวมถึงผลขาดทุนจากรถถูกยึดที่น้อยลง (KKP) ขณะที่ผลงานของ KTB และ TTB ออกมาตามคาด จากแนวโน้มกำไรปกติที่ทรงตัว ในทางตรงกันข้าม BBL รายงานกำไรต่ำกว่าคาดอย่างมีนัย จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ที่สูงและ NIM ที่อ่อนแอ ส่วนของ SCB ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จาก credit cost ที่สูงขึ้น และ NIM/รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ชะลอลง
📍คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แต่มีบางกลุ่มที่เริ่มตึงตัว
✅โดยรวมแล้วระดับอัตราสำรองต่อหนี้สูญ (coverage ratio) ของทั้งกลุ่มธุรกิจยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล แต่วัฏจักรเครดิตยังคงไม่สม่ำเสมอและขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดย SCB รายงานอัตราหนี้เสีย (NPL ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการก่อ NPL ใหม่ที่สูงขึ้นในกลุ่ม SME สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อชั้นที่ 2 ของ KTB เพิ่มขึ้น แม้ NPL ratio โดยรวมยังทรงตัวและมี coverage ratio สูง ด้าน NPL ratio ของ BAY ที่ลดลงมาจากการตัดหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับ credit cost ที่สูงขึ้น สะท้อนการเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพงบดุลที่ต่อเนื่อง
📍แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อปรับดีขึ้น แต่ความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์เพิ่มขึ้น
✅หากมองไปยังปี 2569 เราคาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารโดยรวมจะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยชี้ขาดหลักคือทิศทาง credit cost เทียบกับแรงกดดันจาก NIM ที่ลดลง ธนาคารต่างๆ ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยเน้นกลุ่มคุณภาพสูง KKP ตั้งเป้าว่าสินเชื่อจะกลับมาฟื้นตัว (+3%) นำโดยลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยคุณภาพดี แม้จะมีแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ TTB ตั้งเป้าเติบโต 0-2% จากการกลับมาเน้นสินเชื่อ SME ผ่านโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการปล่อยสินเชื่อกู้เพิ่มรายย่อย (top-up) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ SCB ให้แนวทางการเติบโตของสินเชื่อในอัตราตัวเลขหลักเดียวต่ำถึงกลาง และการเติบโตของค่าธรรมเนียมในอัตราตัวเลขหลักเดียวกลางถึงสูง แต่คาดว่า NIM จะอ่อนตัวลงและ CIR สูงขึ้น ส่วน TISCO ยังคงเลือกปล่อยสินเชื่อเช่าซื้ออย่างระมัดระวัง โดยมี credit cost ทรงตัว และ NIM ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง
📍เราคงมุมมองที่เป็นกลาง โดยเลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 อาจไม่สดใสมากนัก แต่การบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลด downside risk ของราคาหุ้นกลุ่มธนาคารได้

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English