KS Daily View 9.09.2026 >>>น้ำมันพุ่ง เสี่ยงเงินเฟ้อกลับมา! กระตุ้นโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย กรอบ SET วันนี้ที่ 1,610-1,630 จุด แนะนำ GULF, CENTEL
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,621.89 เพิ่มขึ้น +3.07 จุด (+0.19%) แรงซื้อกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และท่องเที่ยว โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 652 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,610-1,630 จุด สถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานล่าสุดว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายบริเวณใกล้เกาะ Kharg และเมืองท่า Jask ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ลูกเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณใกล้ท่าเรือของคูเวตและบาห์เรนควร “ออกจากเรือทันที” จากความตึงเครียดที่มากขึ้น หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดใกล้ระดับ 98 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในช่วงถัดไป และกระตุ้นโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ขึ้นสู่ระดับ 62.7% โดยยังคงต้องติดตามรายงาน US PPI & CPI เพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของ Fed ส่วนปัจจัยในประเทศ ยังมีปัจจัยพยุงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสที่จะเข้ามาหนุนภาคท่องเที่ยวไทยในช่วง 4Q26-1Q27 และแผน PDP2026 ที่คาดเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นกลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้นรอตั้งรับ หุ้นที่ได้อานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ GULF, CENTEL
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าดี โดยประเด็นสำคัญได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดด้านถ้อยคำและเอกสาร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และยังมั่นใจว่าอัตราภาษีเป้าหมายจะเป็นไปตามข้อตกลงเดิม ก่อนเสนอให้สหรัฐฯ พิจารณาและเตรียมให้นายกรัฐมนตรีหารือกับประธานาธิบดี Donald Trump เพื่อปิดการเจรจา มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกและนิคมฯ จากความเสี่ยงด้านภาษีการค้าที่ลดลงและความชัดเจนด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้น
- สนพ. มีแนวโน้มเลือก Scenario ที่ 4 (แบบไฮบริด) ในแผน PDP 2026 โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นราว 73% ควบคู่การใช้ CCS บางส่วน เพื่อรักษาสมดุลต้นทุนค่าไฟ ความมั่นคงระบบ และเป้าหมาย Net Zero พร้อมรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ราว 8,800MW นอกจากนี้ยังเตรียมลงทุน Smart Grid, BESS, Demand Response และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม ขณะที่ค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนคาดอยู่ที่ราว 3.88 บาท/หน่วย มองเป็นบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และผู้รับเหมาระบบไฟฟ้า จากโอกาสลงทุนใหม่ตาม PDP และดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.69 เพิ่มขึ้นเป็น 53.2 สูงสุดในรอบ 6 เดือน และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากแรงหนุนของมาตรการรัฐ การท่องเที่ยว การส่งออก และราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า อย่างไรก็ดี ช่วง ก.ย.-ต.ค. ยังเป็นจุดชี้ขาดจากความเสี่ยงด้านการเมือง ราคาน้ำมัน สถานการณ์ตะวันออกกลาง และผลเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อหุ้น Domestic Play โดยเฉพาะค้าปลีก ท่องเที่ยว และสินเชื่อผู้บริโภค จากสัญญาณกำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว แต่ Upside ยังจำกัดจากความเสี่ยงด้านน้ำมันและการเมือง
- รัฐบาลสรุปเงื่อนไขโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ ให้ประชาชนใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์/คน โดยสนับสนุนค่าที่พักสูงสุด 1,500 บาท/คืน และ E-Voucher แบบ Co-payment สูงสุด 2,000 บาท/สิทธิสำหรับเมืองรอง หรือรวมสูงสุด 17,500 บาท/คน เปิดลงทะเบียน 1 ต.ค. และเริ่มใช้สิทธิ์ 1 พ.ย. ใช้งบราว 3.5 พันลบ. คาดสร้างเงินหมุนเวียนในระบบราว 2.6 หมื่นลบ. มองเป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกในประเทศ จากการเร่งการเดินทางและการใช้จ่ายช่วง 4Q26-1Q27 โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มี Exposure ต่อเมืองรอง
Daily picks
GULF: ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท
• มุมมองเชิงบวกต่อ GULF จากโอกาสเติบโตในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะดีมานด์ไฟฟ้าจาก Data Center ที่เร่งตัวขึ้นในไทย
• Upside หลักมาจาก Renewable, Direct PPA และ Data Center โดย GULF ตั้งเป้า Direct PPA 2–3GW และพัฒนา Data Center มากกว่า 10 โครงการ พร้อมเป้ากำลังการผลิต 1–2GW ภายในปี 2573
• PDP2026 หนุนการเติบโตระยะยาว จากโอกาสเพิ่มกำลังผลิตทั้ง Renewable และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ; คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 79 บาท
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 48.11 บาท
• คาดผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยผู้บริหารให้แนวโน้มเชิงรุกว่า RevPar ในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตในระดับเลขสองหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง
• แรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการภาครัฐฯ เช่น ไทยเที่ยวไทยพลัส ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48.11 โดยใช้อัตราส่วน EV/EBITDA ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 12.3 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาราว 0.5 SD
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพุธ ติดตามดัชนี PPI ของจีน เดือน ส.ค. คาด +3.6%YoY เพิ่มจาก +3.5% ในเดือน ก.ค., ดัชนี CPI ของจีน เดือน ส.ค. คาดที่ +0.9%YoY เพิ่มจาก +0.5% ส่วน Core CPI คาดทรงตัวที่ +0.9%YoY
วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม ECB ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, ดัชนี US PPI เดือน ส.ค. คาด +5.2%YoY จาก +4.7% ในเดือน ก.ค., ยอดขายบ้านมือสอง สหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -1.6%MoM และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์
วันศุกร์ ติดตามดัชนี US CPI เดือน ส.ค. คาดทรงตัวที่ +3.4%YoY, ดัชนี US Core CPI เดือน ส.ค. คาด 2.4%YoY ชะลอจาก 2.5% ในเดือน ก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก ม.มิชิแกน ก.ย. คาดที่ 51.0 ลดลงจาก 51.7
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English