KS Daily View 8 ก.ย. 2026

KS Daily View 8 ก.ย. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
8 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 8.09.2026 >>>“น้ำมันขึ้น เงินเฟ้อเสี่ยงเด้ง” ตลาดเข้าสู่โหมดระวัง เน้นย่อตั้งรับ กรอบ SET วันนี้ที่ 1,610-1,630 จุด แนะนำ TOP, RBF

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,618.82 เพิ่มขึ้น +23.24 จุด (+1.46%) แรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, สื่อสาร และพลังงาน โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 2,765 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,610-1,630 จุด สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น หลังจากที่อิหร่านและสหรัฐฯกลับมาปะทะกัน นอกจากนี้ล่าสุดตลาดกำลังติดตามรายละเอียดข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการบริหารการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งโดยรวมยังคงหนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นต่อเนื่อง โดยวานนี้ปิดที่ระดับ 97 เหรียญต่อบาร์เรล อาจเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯอยู่ในระดับสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น โดยคาดการณ์ล่าสุดตลาดให้โอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. นี้ ราว 62% นอกจากนี้ตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาจะเป็นรายงาน US PPI & CPI ช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งต้องเกาะติดใกล้ชิด ดังนั้นสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นยังเน้นย่อตั้งรับ หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26 คาดเติบโตดี ผสาน Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ TOP, RBF

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. กระทรวงท่องเที่ยวฯ หารือกระทรวงการคลัง 8 ก.ย. เพื่อสรุปโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” วงเงิน 4,000 ลบ. จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ แบ่งเป็นส่วนลดที่พักสูงสุด 3,000 บาท และ Voucher 1,000 บาทต่อสิทธิ์ โดยสนับสนุนแนวทาง Co-payment เพื่อเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ หากได้ข้อสรุปคาดเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า และเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 มองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นท่องเที่ยว โรงแรม สปา และบริการในประเทศ อาทิ ERW, CENTEL, AWC และ SPA จากโอกาสฟื้นตัวของอุปสงค์และรายได้ในช่วง 4Q69
  2. อิหร่านเตรียมประกาศเขตหวงห้ามและเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่าจะเปิดช่องแคบเต็มที่ก็ต่อเมื่อสหรัฐยุติการโจมตีและแรงกดดัน ขณะที่ปริมาณเรือผ่านฮอร์มุซลดลงมากและ Brent ขยับเหนือ US$97/bbl สะท้อนความเสี่ยง supply disruption ที่ยังสูง แม้เศรษฐกิจอิหร่านเริ่มถูกกดดันหนักจากมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมของสหรัฐ มองเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP และอาจหนุน PTT จากราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่เป็นลบต่อหุ้นสายการบิน ขนส่ง และกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อ
  3. กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐ (ART) มีความคืบหน้าและได้ข้อสรุปในสาระสำคัญบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปิดดีล เนื่องจากอัตราภาษีขั้นสุดท้ายยังต้องรอผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยไทยจะเร่งเจรจารายละเอียดที่เหลือเพื่อผลักดันให้อัตราภาษีอยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับประเทศคู่แข่ง ถือเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นส่งออกและนิคมอุตสาหกรรม เช่น DELTA, KCE, HANA, WHA และ AMATA แต่ Upside ยังจำกัดจนกว่าจะเห็นอัตราภาษีสุดท้ายที่ชัดเจน
  4. FETCO Investor Confidence Index เดือน ส.ค. สำหรับ 3 เดือนข้างหน้าพุ่งสู่ 165.89 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” โดยแรงหนุนหลักมาจากความคาดหวัง Fund Flow ไหลเข้า ผลประกอบการ บจ. และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังเป็นการเมืองในประเทศ โดยต่างชาติมีความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 200.00 และมองกลุ่ม TRANS น่าสนใจที่สุด ส่วน MEDIA น่าสนใจน้อยที่สุดถือเป็นบวกต่อ Sentiment SET โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่และกลุ่ม TRANS ที่มีโอกาสได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ต้องระวังความผันผวนจากการเมืองในประเทศและความเสี่ยงภายนอก

Daily picks

TOP: ราคาพื้นฐาน 75.20 บาท
• ค่าการกลั่นในช่วง 3Q69 คาดยังได้แรงหนุนจากการหยุดชะงักของโรงกลั่นในรัสเซีย ช่วยชดเชยปัจจัยตามฤดูกาล
• ปรับเพิ่มกำไรปี 2569, 2570 ขึ้น +62%, +39%YoY สอดคล้องกับการปรับสมมติฐานค่าการกลั่นในช่วง 2569, 2570 สู่ระดับ 20.9 และ 10.3 เหรียญ จากคาดเดิมที่ 15.0 และ 8.3 เหรียญ ตามลำดับ
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 75.2 บาท ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดบริเวณ PBV 0.6 เท่า

RBF: ราคาพื้นฐาน 5.70 บาท
• มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของ RBF โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ อัตรากำไรที่ยังแข็งแกร่ง และความชัดเจนของแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น แม้อุปสงค์ในประเทศยังเผชิญกับความท้าทาย
• คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 165 ลบ. เพิ่มขึ้น 63% YoY และ 2% QoQ จากยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัวและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจต่างประเทศ
• ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ด้วย TP ที่ 5.7 บาท เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเปิด upside อีกครั้ง ขณะที่เรายังคงประมาณการกำไรไว้ตามเดิม

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน ส.ค. รวมทั้งยอดส่งออกจีน เดือน ส.ค. คาด +27.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก +23.9% ในเดือนก่อน

วันพุธ ติดตามดัชนี PPI ของจีน เดือน ส.ค. คาด +3.6%YoY เพิ่มจาก +3.5% ในเดือน ก.ค., ดัชนี CPI ของจีน เดือน ส.ค. คาดที่ +0.9%YoY เพิ่มจาก +0.5% ส่วน Core CPI คาดทรงตัวที่ +0.9%YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม ECB ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, ดัชนี US PPI เดือน ส.ค. คาด +5.2%YoY จาก +4.7% ในเดือน ก.ค., ยอดขายบ้านมือสอง สหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -1.6%MoM และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์

วันศุกร์ ติดตามดัชนี US CPI เดือน ส.ค. คาดทรงตัวที่ +3.4%YoY, ดัชนี US Core CPI เดือน ส.ค. คาด 2.4%YoY ชะลอจาก 2.5% ในเดือน ก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก ม.มิชิแกน ก.ย. คาดที่ 51.0 ลดลงจาก 51.7

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา