☀️KS Daily View 30.07.2026 >>> สงครามตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หนุนน้ำมันดิบฟื้นตัว เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ SET วันนี้ 1,615 - 1,640 จุด แนะนำ SJWD, KTB
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วันจันทร์ปิดตลาดที่ 1,624.47 ลดลง -19.92 จุด (-1.21%) แรงขายหนักในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี ขณะที่มีแรงซื้อในกลุ่มท่องเที่ยว โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1,664 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ในกรอบ 1,615 -1,640 จุด ตลาดยังคงมีความเสี่ยงจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรง โดยทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่าน หลังเกิดเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเมื่อไม่นานมานี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งกลับขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ซึ่งเพิ่มแรงกดดันด้านปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ Fed ให้ความสำคัญ โดยการประชุม Fed ล่าสุดในคืนวันพุธ มีมติ 9 ต่อ 3 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50- 3.75% โดยกรรมการบางส่วนลงมติไม่เห็นด้วยและสนับสนุนให้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นจึงต้องเกาะติดประเด็นเงินเฟ้อช่วงถัดไปอย่างใกล้ชิด โดยคืนนี้จับตาตัวเลข US PCE & Core PCE เดือน มิ.ย. ซึ่งตลาดคาดชะลอลงสู่ระดับ 3.7%YoY และ 3.3% ตามลำดับ สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นยังแนะเพิ่มความระมัดระวัง เน้นรอจังหวะย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรเติบโตดี และมีปันผลสูงโดยสำหรับวันนี้แนะนำSJWD, KTB
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
📉ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง โดย WTI ยืนเหนือ 84 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent ใกล้ 91 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ประกาศพร้อมโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน สะท้อนตลาดน้ำมันที่ตึงตัว ด้านอิหรานยังยืนยันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกังวลว่าสงครามและความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันอาจยืดเยื้อต่อไป ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนหลักและเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อในภาพรวม
📉หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชียถูกเทขายหนัก นำโดย Samsung และ SK Hynix หลังนักลงทุนกังวลการแข่งขันจากจีนที่เร่งพัฒนาเครื่องจักรผลิตชิป โมเดล AI ต้นทุนต่ำ และขยายกำลังผลิตหน่วยความจำผ่านผู้เล่นอย่าง CXMT ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงอุปทานล้นตลาดและกดดันความต้องการชิปขั้นสูง ส่งผลให้แรงขายลุกลามไปยังหุ้นชิปในญี่ปุ่นและไต้หวัน ถือเป็น sentiment ลบต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทย เช่น DELTA ในระยะสั้น จากแรงลดความเสี่ยงในหุ้น AI และความกังวลต่อการแข่งขันด้านเทคโนโลยีจากจีน
📉รัฐบาลย้ำภาษีสหรัฐฯ 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยไทยตั้งเป้าให้ภาษีรวมไม่เกิน 19% และเพิ่มสินค้ายกเว้น ซึ่งปัจจุบันมี 2,120 รายการ ครอบคลุมราว 62% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ พร้อมเร่งผลักดันกฎหมายห้ามสินค้าจากแรงงานบังคับและชี้แจงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ขณะเดียวกันยืนยันไม่ยอมรับเงื่อนไขที่กระทบเกษตรกรและผู้บริโภคไทย ถือเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ยาง และอุปกรณ์การแพทย์ หากไทยรักษากรอบภาษีและเพิ่มรายการยกเว้นได้ แต่ความไม่แน่นอนจากการเจรจายังอาจกดดัน sentiment ระยะสั้น
📉ททท. เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซันผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ ไทยเที่ยวไทย พลัส (Co-pay กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ), Fly Thai มอบส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 400,000 ที่นั่งร่วมกับ 6 สายการบิน และ Thailand Air Connect เพิ่มเที่ยวบินและที่นั่งรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมผลักดันไทยสู่ Event Hub ผ่านโครงการ Tomorrowland และนโยบายยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ เน้นกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชน ถือเป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยว (AOT, AAV, BA, CENTEL, ERW, MINT, AWC) รวมถึงผู้ประกอบการค้าปลีกในเมืองท่องเที่ยว จากแนวโน้มการเดินทางและการใช้จ่ายที่มีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
Daily picks
SJWD: ราคาพื้นฐาน 11.00 บาท
📌ได้อานิสงส์การค้าโลกเปลี่ยน การย้ายฐานการผลิตและเส้นทางขนส่งยาวขึ้น หนุนดีมานด์คลังสินค้าและโลจิสติกส์ครบวงจร โดยอัตราใช้พื้นที่คลังเพิ่มเป็น 95% ใน 2Q26
📌คาดกำไร 2Q26 ทำ All-time High คาดกำไรปกติ 366 ลบ. (+35% YoY, +37%QoQ) จากธุรกิจขนส่งและคลังสินค้าแข็งแกร่ง พร้อม GPM และ Operating Leverage ดีขึ้น
📌ปรับเพิ่มประมาณการ-ราคาเป้าหมาย ปรับกำไรปี 2026-28 ขึ้น และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 11.00 บาท มองกำไรโตเฉลี่ย (CAGR) 10% พร้อมอัพไซด์จาก M&A และการขายสินทรัพย์ในอนาคต
KTB: ราคาพื้นฐาน 47.00 บาท
📌คาดกำไรไตรมาส 3Q69 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยคาดจะเติบโต QoQ หนุนจาก credit cost ที่คาดว่าจะลดลง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เพิ่มขึ้นจากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ซึ่งเริ่มทรงตัวในไตรมาส 3Q69 ควบคู่กับการเติบโตของสินเชื่อ QoQ และคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะปรับลดลง
📌คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีโอกาสปรับลด coverage ratio เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกำไรในอนาคต
📌อีกทั้งยังคาดว่าจะมีอัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่โดดเด่นที่ 6.4–6.6% ในปี 2569–70
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามปัจจัยในประเทศคาดรายงานงบ 2Q26 ของ ITC ส่วนฝั่ง US จับตา US PCE มิ.ย. คาดที่ +3.7%YoY จาก +4.1%YoY ในเดือน พ.ค. ส่วน US Core PCE คาดที่ +3.3%YoY จาก +3.4%YoY ในเดือน พ.ค. ด้านยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.0 แสนตำแหน่ง เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่ 1.87 แสนตำแหน่ง และ 2Q26 US GDP คาดที่ +2.1%QoQ ส่วนฝั่งยุโรป จับตา 2Q26Eurozone GDP คาดที่ +0.5%YoY
✅วันศุกร์ ติดตามรายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท. และคาดรายงานงบ 2Q26 ของPTTEP, TFM ส่วนฝั่ง US เกาะติดดัชนีความเชื่อมั่น US จาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ค. คาดที่ 54.0 ลดลงจาก 54.4 ในเดือน มิ.ย. ด้านยุโรป ติดตามCPI ยูโรโซน ก.ค. คาด +2.9%YoY จาก +2.8%YoY ส่วน Core CPI คาดทรงตัวที่ +2.4%YoY ด้านจีนมี PMI ภาคการผลิตของจีน ก.ค. คาดที่ 50.0 ลดจาก 50.3 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 50.0 จาก 50.2 จุด และปิดท้ายที่ญี่ปุ่น ติดตามการประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.00% ตามเดิม

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English