KS Daily View 18 ก.พ. 2026

KS Daily View 18 ก.พ. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
18 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 18.02.2026 >>> มองบวก SET หลังยืนเหนือ 1,450 จุด ธีมการลงทุนยัง Focus ที่ Domestic play SET index วันนี้ ที่ 1,450-1,465 จุด แนะนำ SPA และ TURBO

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,459.68 เพิ่มขึ้น 21.59 (+1.50%) จากการปรับตัวขึ้นของกลุ่มธนาคาร กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงาน ได้แรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติมีมียอดซื้อสุทธิราว 3.3 พันลบ. ต่อเนื่องจากวันที่ผ่านมา โดยกลุ่มธนาคารได้แรงหนุนจากแนวโน้มของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง.จำกัดหลังตัวเลข GDP 2025 ออกมาดีกว่าที่คาดประกอบกับเก็งการทำ Capital management ของธนาคารอย่างซื้อหุ้นคืนและการเพิ่ม payout ratio วันนี้เราประเมิน SET index ที่ 1,450-1,465 จุด มองบรรยากาศการลงทุนยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง หลังSET index ปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวต้านสำคัญเชิงจิตวิทยาที่ระดับ 1,450 จุด ประกอบกับการรายงานผลประกอบการ 4Q25 ภายใต้ KS coverage ที่รายงานงบออกมาแล้ว 38 ตัว ซึ่งงบโดยรวมออกมาดีกว่าที่คาด 2.3% และมีจำนวนหุ้นออกมาดีกว่าที่คาด 14 หุ้น เทียบกับต่ำคาด 11 หุ้น ในขณะเดียวกันมองว่า Theme การลงทุนยัง Focus ในกลุ่ม Domestic play โดยเฉพาะกลุ่ม ธนาคาร, การเงิน, และท่องเที่ยว ที่ได้อานิสงส์ของเศรษฐกิจที่เติบโตการทำ Capital management รวมไปถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังเร่งตัวขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่เห็งนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง +31.9% WoW ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนตรุษจีนเป็น 200,440 คนเทียบกับ 178,762 คน ในปีก่อนหน้า สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ SPA เก็งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและ TURBO จากการกลับมาเติบโตของ loan portfolio และ valuation PBV ที่ต่ำกว่าผู้เล่นขนาดใหญ่

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน

  1. วิทยุการบินแห่งประเทศไทย คาดช่วงตรุษจีน 17–26 ก.พ. 2026 การเดินทางทางอากาศคึกคัก เที่ยวบินเข้า–ออกไทยรวมราว 29,096 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 2,910 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 8.3% จากปีก่อน สะท้อนดีมานด์ก่อนหยุดยาวจีนฟื้นชัด โดยเส้นทางไทย–จีนสูงสุดเฉลี่ยวันละ 330 เที่ยวบิน ตามด้วยไทย–อินเดีย 130 เที่ยวบิน และไทย–มาเลเซีย 98 เที่ยวบิน ทั้งนี้ ETSMOTS รายงานจำนวนนักท่องเที่ยววันที่ 9-15 ก.พ. ที่ 882,556 เพิ่มขึ้น 10.7% WoW ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง +31.9% WoW ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนตรุษจีนเป็น 200,440 คน โดย นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยสูงกว่าระดับตรุษจีนเมื่อปีที่แล้ว โดยในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลตรุษจีนในปี 2025 ชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยอยู่ที่ 178,762 คน โดยตัวเลขปี 2026 อยู่ที่ 200,440 คน +12% YoY มองเป็นบวกกับ CENTEL และ SHR
  2. CENTEL อนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ OR เพื่อรุกธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) โดย CENTEL หรือบริษัทย่อยถือหุ้น 51% และ OR ถือ 49% วงเงินลงทุนเริ่มต้นฝั่ง CENTEL ไม่เกิน 360 ล้านบาท ความร่วมมือนี้สอดคล้องกลยุทธ์ขยายพอร์ตโรงแรมให้ครอบคลุมเซกเมนต์มากขึ้น เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่ และต่อยอดซินเนอร์ยีกับเครือข่ายสถานีบริการ/รีเทลของ OR
  3. TTB ประกาศความคืบหน้าแผนบริหารส่วนทุน โดยบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท (จากวงเงินรวมเดิม 21,000 ล้านบาท) เริ่ม 20 ก.พ.–19 ส.ค. 2026 พร้อมเตรียมขออนุมัติ AGM วันที่ 21 เม.ย. 2026 สำหรับการจ่ายปันผลปี 2568 ในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิ คาดเงินปันผลรวมทั้งปีราว 0.134–0.137 บาทต่อหุ้น ให้ Dividend Yield ประมาณ 6–7% และแผนขยายเพดานซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุมปี 2025–2028 คิดเป็นราว 18% ของหุ้นทั้งหมด
  4. CPN แจ้งสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 5/2025 ซึ่งเดิมอนุมัติซื้อคืนไม่เกิน 111 ล้านหุ้น (2.47% ของหุ้นทั้งหมด) วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ในช่วง 18 ส.ค. 2025 – 17 ก.พ. 2026 โดยโครงการสิ้นสุดเมื่อ 17 ก.พ. 2026 และบริษัทไม่ได้มีการซื้อหุ้นคืนแต่อย่างใด เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานนั้นบรรลุผลแล้ว
  5. เดือนมกราคม 2026 ไทยอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนภายใต้ พ.ร.บ.ธุรกิจคนต่างด้าว รวม 113 ราย มูลค่า 33,779 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนผ่าน BOI ถึง 55 ราย มูลค่า 17,226 ล้านบาท และพื้นที่ EEC มีนักลงทุน 38 ราย คิดเป็น 34% ของทั้งหมด มูลค่า 14,637 ล้านบาท เทียบกับยอด 2 เดือนแรกของปี 2025 (มกราคม–กุมภาพันธ์ 2025) อยู่ที่ประมาณ 35,277 ล้านบาท มองเป็นบวกกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA และ AMATA

Daily pick

SPA: ราคาพื้นฐาน 6.47 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SPA จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรปี 2026 คาดที่ 36% YoY ด้วยการฟื้นตัวของรายได้เติบโต 11% YoY หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น และ อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัวเป็น 14.7% จาก 12.1% ในปี 2025 จาก operating leverage และการประหยัดต่อขนาดที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพระยะสั้นมองว่ากำไรใน 4Q25 จะฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยตามฤดูกาลของการท่องเที่ยวและต่อเนื่องไปยัง 1Q26

TURBO: ราคาพื้นฐาน 2.14 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TURBO และแนะนำเป็น speculative idea สำหรับ Non-banking ขนาดกลางที่มีอัตราการเติบโตในระดับสูงสำหรับปี 2026 ที่ 25% เมื่อเทียบกับ major player ที่จะมีการเติบโตในระดับ low double digit ขณะที่ระดับ valuation ส่วนของ PBV ของ TURBO ในปี 2026 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8 เท่า เมื่อเทียบกับผู้เล่นขนาดใหญ่ที่ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1-1.3 เท่า เราประเมินการเติบโตของ TURBO จะเข้าสู่การเร่งตัวในปี 2026 เป็นต้นไปโดยบริษัทตั้งเป้าการกลับมาเติบโตของ loan portfolio ตั้งแต่ 4Q25 และมอง target loan growth in 2026 at 15-25% จาก 1) การขยายตัวของสาขาที่ 120 สาขาต่อปี เพิ่มจาก 996 สาขาใน 3Q25 มาอยู่ที่ระดับ 1116 สาขา และ 1236 สาขา ในปี 2026-2027 ตามลำดับ 2) การเพิ่มของ loan per branch ในระยะยาว ซึ่ง TURBO เป็นบริษัทน้องใหม่ในธุรกิจ Asset title loan ที่ยังมี loan per branch ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ major operators ที่มีขนาดราว Bt16-59mn เมื่อเทียบกับ TURBO ที่อยู่เพียง Bt11.3mn ต่อสาขา ดังนั้นเราคาดว่าโอกาสในการเติบโตของ TURBO ยังมีอีกพอสมควรทั้งในแง่จำนวนสาขาและสินเชื่อต่อสาขาในอนาคต 3) การเติบโตของธุรกิจ Insurance brokerage ที่เป็นธุรกิจ high margin โดย เราประเมินการเติบโตของรายได้ประกันอยู่ที่ 6-7%

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (US Durable Goods Orders) ของสหรัฐในเดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ -1.9% MoM เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +5.3% MoM ต่อด้วยการรายงานจำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (US Housing Starts) ของสหรัฐ เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.31 ล้านหลัง และ รายงานใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน (US Building Permits) ของสหรัฐ เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.42 ล้านหลัง ปิดท้ายด้วยรายงานบันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐ (FOMC minutes)

วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 6.4 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 12.6 จุด ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.27 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.6% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.1% YoY และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานตลาดคาดการณ์ที่ +2.6% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.9% YoY ต่อด้วยติดตามการรายงานของ GDP ใน 4Q25 ของสหรัฐครั้งแรก ตลาดคาดการณ์ที่ 2.8% QoQ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.4% QoQ

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา