KS Daily View 11 ก.พ. 2026

KS Daily View 11 ก.พ. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
11 ก.พ. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 11.02.2026 >>> มอง SET อาจพักฐาน หลังยังไม่ผ่านแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่1,410 จุด ประเมิน SET index ที่ 1,400-1,420 จุด แนะนำ SCGP และ GULF

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,410.44 เพิ่มขึ้น 9.55 จุด (+0.68%) จากการปรับตัวขึ้นของกลุ่มสื่อสาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มค้าปลีก โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิราว 4.79 พันลบ. นับเป็นการซื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน วันนี้เราประเมิน SET index ที่ 1,400-1,420 จุด อาจเห็นการพักฐานของ SET index หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาประกอบกับ ดัชนียังไม่ผ่านแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ 1,410 จุด ซึ่งคาดว่าจุดสนใจของตลาดจะไปอยู่กับการรายงานผลประกอบการ 4Q25 ของบริษัทจดทะเบียนว่าไปเป็นตาม market sentiment ที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ในส่วนของปัจจัยในต่างประเทศติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อของจีน เดือน ม.ค. หากออกมาดีกว่าที่คาด อาจส่ง Sentiment เชิงบวกกับกลุ่ม China play หลังตัวเลขเงินเฟ้อติดลบในปีที่ผ่านมาสะท้อนภาพของเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาขยายตัวหลังเผชิญภาวะเงินฝืด ในส่วนของสหรัฐมีการรายงานตัวเลขภาคการจ้างงานเดือน ม.ค. ในคืนนี้อย่าง Nonfarm payrolls และ unemployment rate ที่ผลส่งต่อการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือน มี.ค. นี้ สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ SCGP เก็งตัวเลขเงินเฟ้อจีนที่กลับมาอยู่ในโซนบวก และ GULF เก็งแนวโน้มของกำไร 4Q25 คาดเติบโตแข็งแกร่ง 68% YoY และ 11% QoQ

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน

  1. เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2026 โดยเห็นพ้องว่างานตรุษจีนจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนตลอดทั้งปี ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดงาน Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026 มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับกลุ่มท่องเที่ยว อย่าง CENTEL SHR SPA
  2. กรุงเทพมหานครเตรียมผลักดันโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า–ตลิ่งชัน ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร 6 สถานี ด้วยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP โดยเสนอ 3 โมเดล ได้แก่ PPP Net Cost, PPP Gross Cost และ Modified Gross Cost เพื่อแบ่งบทบาทการลงทุน ก่อสร้าง และการเดินรถให้เหมาะสมกับศักยภาพเอกชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน EIA และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในปี 2028 มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ BTS และ STECON
  3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่ากระทรวงการคลังยังไม่มีแผนนำมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น เช่น “ช้อปดีมีคืน” หรือ “Easy E-Receipt” กลับมาใช้ เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาเห็นว่าไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้คุ้มค่ากับต้นทุนภาษีที่รัฐสูญเสีย พร้อมหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการที่สร้างผลยั่งยืนมากกว่า มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบเล็กน้อยกับกลุ่มค้าปลีก อย่างไรก็ดียังคงมีโครงการคนละครึ่งเฟสสอง ที่จะช่วยทดแทนมาตรการดังกล่าว
  4. ทั้งนี้กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ยังคงเดินหน้าโครงการเร่งด่วนอย่าง “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” การเร่งเบิกจ่ายและปลดล็อกการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 4.8 แสนล้านบาท การเสริมสภาพคล่อง SME ผ่านโครงการ SME Credit Boost และการเร่งคืนภาษี ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นและวางรากฐานระยะยาว พร้อมเชื่อว่ามาตรการ Quick Big Win จะหนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2025 เติบโตเกิน 1.8% และทั้งปีขยายตัวมากกว่า 2.2% ขณะที่ปี 2026 มองเป็นบวกเล็กน้อยกับ asset quality ของกลุ่มการเงิน
  5. บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเครดิตในการแก้ไขปัญหาหนี้เสียรายย่อย ช่วยให้ลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่สูงสามารถปรับโครงสร้างหนี้ ฟื้นฟูประวัติการชำระหนี้ หลุดพ้นจากสถานะ NPL และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ มองเป็นบวกเล็กน้อยกับ BAM

Daily pick

SCGP: ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SCGP จากแนวโน้มกำไรปี 2026 ที่จะฟื้นตัว 36% YoY จาก GPM ที่ปรับตัวดีขึ้นหลังราคากระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ลดลง ซึ่งราคาใน 4Q25 ปรับตัวลดลงกว่า 10% QoQ ประกอบกับ ASP คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 1Q26 ทั้งนี้แนวโน้มสภาพตลาดที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์จากจีนที่เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นราคา (ASP) ของผู้ผลิต ทำให้ผู้บริหารคาดว่า Fajar จะสามารถกลับมาสร้างกำไรสุทธิได้ภายในช่วงกลางปี 2026

GULF: ราคาพื้นฐาน 61.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF ที่เป็นโรงไฟฟ้ามีความ Defensive สำหรับมาตรการลดค่าไฟฟ้าในกรณีที่หากรัฐบาลใหม่มีการใช้นโยบายปรับลดค่า ft เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนเนื่องจาก GULF มีรายได้จาก IPP มากกว่า 90% ที่เป็นลักษณะ Cost pass through นอกนี้เราเชื่อว่า GULF จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยบริษัทมีการตั้งเป้าหมายการเติบโตของ Core EBITDA ในปี 2026 ราว 15% ซึ่งมาจาก 1) จำนวน MW capacity ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 683 MW หรือเพิ่มขึ้นราว 4% โดยหลักมาจากการ COD ของ 4 solar farms และ 2 solar farm with BESS 2) ส่วนแบ่งกำไรที่มากขึ้นจากโรงไฟฟ้า Jackson Generation ที่ GULF ถือหุ้นอยู่ 49% จำนวน 1200MW ได้รับอานิสงค์จาก demand การใช้ไฟฟ้าของ data center ใน US ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้ ค่า capacity payment ของการขายไฟฟ้าในตลาด PJM มีการปรับตัวขึ้นจาก USD270MW/day ในช่วง Jun’25-May’26 เป็น USD329MW/day ในช่วง Jun’26 – May’27 โดยคาดว่าจะส่งผลให้ กำไรเพิ่มขึ้นราว Bt1.2bn ในปี 2026 3) Equity income ที่มีโอกาสเติบโตขึ้นจาก ผลการดำเนินงานของ ADVANC (40%) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากทั้งการเพิ่ม Market share ในตลาด telecom ในไทยและผลของ cost saving

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อของจีน เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.30% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +0.80% YoY ต่อด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (China PPI) ของจีน สำหรับเดือน ม.ค. ตลาดคาดที่ -1.6% YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.9% YoY ขณะที่สหรัฐมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.71 แสนตำแหน่งเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.50 แสนตำแหน่ง และตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.4% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.24 ล้านหลังเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 4.35 ล้านหลัง ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.31 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.5% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.7% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US core CPI) ตลาดคาดที่ +2.5% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.6% YoY ปิดท้ายด้วยตัวเลขคาดการณ์ GDP ของฝั่งยุโรปไตรมาสที่สี่ปี 2025 ครั้งที่สองของโซนยุโรปเทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ 1.3% YoY

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา