🎞️KS: MAJOR กำไรไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวจากภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง
📌 พรีวิวไตรมาส 3/2569
MAJOR มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ในวันที่ 9 พ.ย. เราคาดว่ากำไรปกติอยู่ที่ 197 ลบ. เพิ่มขึ้น 15.9% YoY และ 124.7% QoQ ได้แรงหนุนจากรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งและสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ที่ลดลง เราคาดว่ากำไรปกติช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 4.6% YoY คิดเป็น 66.7% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา (เทียบกับ 57.6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568) ทั้งนี้ MAJOR จะจัดประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 10 พ.ย.
📌 การดำเนินงาน
เราคาด MAJOR จะรายงานรายได้ไตรมาส 3/2569 ที่ 2.22 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12.9% YoY จากรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดและภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยม เราคาดรายได้จากธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ 1.23 พันลบ. เพิ่มขึ้น 14.5% YoY โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์สูงสุด 5 เรื่อง ได้แก่ Spider-Man: Brand New Day, The Odyssey, Confessions of a Shaman, Moana และ Resident Evil รวมอยู่ที่ 765 ลบ. เทียบกับ 582 ลบ. จากภาพยนตร์ 5 เรื่องที่ทำรายได้สูงสุดในไตรมาส 3/2568 เราคาดจำนวนบัตรชมภาพยนตร์ที่จำหน่ายเพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 6.68 ล้านใบ สะท้อนจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาบัตรเฉลี่ยคาดเพิ่มขึ้นเป็น 185 บาท จาก 181 บาทในไตรมาส 3/2568 โดยรวม เราคาดกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 237 ลบ. จาก 152 ลบ. ในไตรมาส 3/2568
📌 มุมมองของเรา
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ของ MAJOR โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งขึ้นและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับดีขึ้น สำหรับไตรมาส 4/2569 เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกำไร MAJOR โดยได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ไทยและฮอลลีวูดที่เตรียมเข้าฉาย เช่น Tee Yod: Saming Kao Kwang, Nakee 3, Inherit, Avengers: Doomsday และ Dune Part Three นอกจากนี้ เราคาดว่าจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลาง
📌 การบริหารจัดการเงินทุน
ในช่วงวันที่ 1–19 ต.ค. 2569 MAJOR ใช้เงิน 29.79 ลบ. ซื้อหุ้นคืนจำนวน 3.99 ล้านหุ้น (คิดเป็น 0.59% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว) ที่ราคาเฉลี่ย 7.46 บาทต่อหุ้น เราคาดว่าในท้ายที่สุด MAJOR จะดำเนินการยกเลิกหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนหุ้นลดลงอย่างถาวรและช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS)
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2569–71 ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 9.20 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MAJOR ปัจจัยกระตุ้นการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น ได้แก่
1) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ จากภาพยนตร์ฮอลลีวูดและภาพยนตร์ไทยที่แข็งแกร่ง
2) อัตรากำไรที่ปรับดีขึ้นจากประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่สูงขึ้น
3) จำนวนหุ้นที่ลดลงหลังการตัดหุ้นซื้อคืน ซึ่งจะช่วยเพิ่ม EPS ราคาหุ้น MAJOR เพิ่มขึ้น 6.3% YTD เทียบกับดัชนี SET ที่เพิ่มขึ้น 24.8% ขณะที่ราคาหุ้น PVR Inox Ltd. (PVR) ของอินเดียเพิ่มขึ้น 40.7% และ Cinema 21 (CNMA) ของอินโดนีเซียลดลง 42.5% ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ระดับ 9.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอยู่ 1SD และ PBV ปี 2569 ที่ 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีอยู่ 1SD
ปัจจัยเสี่ยง:
1) การฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่ล่าช้า
2) รายการภาพยนตร์จากฮอลลีวูดที่ไม่ค่อยน่าสนใจ
3) จำนวนและคุณภาพของภาพยนตร์ไทยที่ไม่เพียงพอ

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #MAJOR #โรงหนัง #ภาพยนต์
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English