🤟🏿 KS: STGT จุดเปลี่ยนของวัฎจักรถุงมือ
✅ STGT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 384 ลบ. ลดลง 10% YoY แต่ฟื้นตัวจากผลขาดทุนสุทธิ 504 ลบ. ในไตรมาส 4/2568 กำไรปรับตัวดีขึ้น QoQ และกลับมามีกำไรในไตรมาส 1/2569 หนุนจากปริมาณขายถุงมือที่เพิ่มขึ้น 5% QoQ และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 157% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 97 ลบ. ลดลง 78% YoY และ 24% QoQ
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเล็กน้อยหลังเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ STGT สำหรับไตรมาส 1/2569 เมื่อวันที่ 21 พ.ค. โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
✅วัฏจักรอุปทานส่วนเกินของอุตสาหกรรมถุงมือกำลังผ่อนคลายลง ผู้บริหารยังคงเป้าปริมาณการขายถุงมือปี 2569 ที่ 4 หมื่นล้านชิ้น ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 8% YoY โดยผู้บริหารระบุว่าปัจจัยหลักที่สนับสนุนปริมาณการขายที่สูงขึ้นในปี 2569 จะมาจากฝั่งอุปทานเป็นหลัก ขณะที่อุปสงค์ถุงมือทั่วโลกคาดว่าจะยังเติบโตในระดับปกติ ผู้บริหารระบุว่าผู้ผลิตถุงมือรายเล็กและรายกลางจำนวนมากทั่วเอเชียกำลังทยอยออกจากอุตสาหกรรม หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ปรับตัวขึ้นแรงและอุปทานวัตถุดิบตึงตัว ทำให้กระทบต่อผู้ประกอบการรายเล็กเป็นพิเศษ เนื่องจากมีอำนาจต่อรองในการจัดหาวัตถุดิบน้อยกว่า และมีความสามารถจำกัดในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า ดังนั้น การออกจากตลาดของผู้ผลิตรายเล็กเหล่านี้ อาจช่วยบรรเทาภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมถุงมือได้
✅ผู้ที่ได้รับประโยชน์ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ผู้บริหารยังเชื่อว่าหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อเป็นเวลานาน อุปสงค์อาจทยอยเปลี่ยนไปสู่ถุงมือยางธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากส่วนต่างราคาระหว่างถุงมือไนไตรล์บิวทาไดอีน และถุงมือยางธรรมชาติขยายกว้างขึ้นสู่ราว 4-6 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในสถานการณ์ดังกล่าว STGT คาดว่าจะได้รับประโยชน์มากกว่าคู่แข่ง เนื่องจากถุงมือยางธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60-70% ของรายได้จากธุรกิจถุงมือทั้งหมดของบริษัท
✅คาดว่าปริมาณขายที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตรากำไรที่ดีขึ้นจะสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี 2569 ไม่เพียงแต่คาดว่าปริมาณการขายจะเติบโตในปี 2569 เท่านั้น แต่ผู้บริหารยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถุงมือจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะอุปทานส่วนเกินของอุตสาหกรรมที่ผ่อนคลายลง โดยเราเชื่อว่าการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น จะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในปี 2569
✅ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569/2570/2571 ขึ้น 51%/44%/43% เป็น 1.5 พันลบ./1.6 พันลบ./1.7 พันลบ. เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น 1 ppt เป็น 11.9%/12.3%/12.8% โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับเพิ่มสมมติฐาน ASP ขึ้น 8% เป็น 21.7/21.8/22.1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1,000 ชิ้น สำหรับปี 2569/2570/2571
มุมมอง KS
✍️ แนะนำ “ซื้อ” Target Price 13.00 บาท คำแนะนำของเราตั้งอยู่บนแนวโน้มที่สดใสขึ้นของอุตสาหกรรมถุงมือโลก ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของกำไร STGT ในปี 2569 ขณะที่ในระยะสั้น โครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่สองซึ่งดำเนินไปจนถึงวันที่ 7 พ.ย. คาดว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นที่สำคัญ

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #STGT #ถุงมือยาง
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English