💋💄 KS: KISS เป้าธุรกิจเชิงรุกสะท้อนโอกาสการเติบโตอีกมาก
📌 KISS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 44 ลบ. (+29% YoY, -28% QoQ) หากไม่รวมผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 4 ลบ. กำไรปกติอยู่ที่ 49 ลบ. เพิ่มขึ้น 75% YoY จากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงขึ้น แต่ลดลง 8% QoQ จากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น กำไรปกติไตรมาส 4/2568 สูงกว่าประมาณการของเรา 8% KISS ประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 2568 ที่ 0.1 บาท/หุ้น (ขึ้น XD วันที่ 30 เม.ย.) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 57% และอัตราตอบแทนเงินปันผลต่อปีที่ 7.6%
📌 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 ก.พ. KISS จัดการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการปี 2568 โดยผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายปี 2569 ซึ่งประกอบด้วยรายได้และกำไรสุทธิเติบโต 10–15% YoY การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 300bps และสัดส่วนยอดขายส่งออก 8–10% ของยอดขายรวม เทียบกับสัดส่วนยอดขายส่งออก 6% ในปี 2568 ยอดขายและกำไรเดือน ม.ค. และ ก.พ. คาดว่าจะเติบโตในอัตราตัวเลข 2 หลัก YoY โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่แข็งแกร่ง จากกระแสตอบรับเชิงบวกของสินค้า SKU ใหม่ ได้แก่ กลุ่มมาสก์หน้าและเซรั่ม การปรับตัวดีขึ้นของ GPM ในปี 2569 คาดว่าจะมาจากสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น เงื่อนไขการเจรจากับซัพพลายเออร์เกาหลีที่ดีขึ้น และไม่มีผลขาดทุนจากผลิตภัณฑ์ COVI Trap ในปีนี้ โดย KISS มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 50–60 SKU และคาดว่ายอดขายจากสินค้าใหม่จะอยู่ที่ 300–400 ลบ. เทียบกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ 36 SKU ในปี 2568 ซึ่งสร้างยอดขาย 282 ลบ.
📌 แนวทางธุรกิจ เป้าการเติบโตของยอดขายปี 2569 ในกรอบล่างและกรอบบนของบริษัทฯ สะท้อนยอดขายที่ 1.3 พันลบ. และ 1.4 พันลบ. เทียบกับประมาณการยอดขายปี 2569 ของเราที่ 1.3 พันลบ. ซึ่งสะท้อน upside ต่อประมาณการยอดขายปี 2569 ของเราที่ -1.1% ถึง 7.9% ในทำนองเดียวกัน เป้าการเติบโตของกำไรปี 2569 ของบริษัทฯ สะท้อนกำไรปี 2569 ที่ 182–199 ลบ. เทียบกับประมาณการกำไรปี 2569 ของเราที่ 173 ลบ. โดยมี upside ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของเราที่ 5–15%
📌 มุมมองของเรา เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ KISS ประการแรก ภายใต้ซีอีโอคนใหม่อย่าง คุณคอร์ราโด จาควินโต เราเห็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 ทั้งในด้านการเติบโตของยอดขายสกินแคร์และการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น โดยในปี 2568 ยอดขายสกินแคร์เพิ่มขึ้น 12% YoY สู่ระดับ 1.1 พันลบ. ขณะที่ SG&A เพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY ซึ่งสะท้อนการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากทั้งคู่แข่งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพซึ่งสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย ประการที่สอง เป้าหมายปี 2569 ของบริษัทฯ ดูมีแนวโน้มเชิงบวก และยังสะท้อน upside ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของเรา ขณะเดียวกัน เป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ในการสร้างยอดขายจำนวน 4 พันลบ. ภายในปี 2573 และการขยายการจำหน่ายในต่างประเทศไปยัง 30 ประเทศภายในปี 2573 สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่ยังมีอีกมากในตลาดเครื่องสำอางในช่วงหลายปีข้างหน้า
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 3.53 บาท ณ ปัจจุบัน การประเมินมูลค่าหุ้นของ KISS ถูกกว่าของ KAMART ขณะที่มีการเติบโตของกำไรปกติแข็งแกร่งกว่าและอัตราตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า โดย KAMART ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 13.9 เท่า เทียบกับประมาณการอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของ core EPS ในช่วง3 ปีของเราที่ 12% และอัตราตอบแทนเงินปันผลปี 2569 ที่ 4.5% ในทางกลับกัน KISS ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 11.2 เท่า เทียบกับสมมติฐาน CAGR ของ core EPS ในช่วง 3 ปีของเราที่ 12% และอัตราตอบแทนเงินปันผลปี 2569 ที่ 7% ดังนั้น เรายังคงชอบ KISS มากกว่า KAMART นอกจากนี้ หาก KISS สามารถทำได้ตามเป้าการเติบโตของกำไรปี 2569 ที่ 10–20% YoY จะสะท้อน PER ปี 2569 ที่ 9.7–9.0 เท่า ซึ่งยิ่งสนับสนุนความน่าสนใจของการประเมินมูลค่าหุ้น
🎯 Downside risk ได้แก่
1) การควบคุมต้นทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพจากการพึ่งพาค่าใช้จ่าย SG&A มากขึ้นเพื่อผลักดันการเติบโตของยอดขาย
2) การแข่งขันที่รุนแรงทั้งในตลาดเครื่องสำอางในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด
3) ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้แนวโน้มการเติบโตของยอดขายอ่อนแอลง

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English