KS: KS FUND TOP PICK 7 - 11 ก.ย. 2026⛳️

KS: KS FUND TOP PICK 7 - 11 ก.ย. 2026⛳️

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
30 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 7 - 11 ก.ย. 2026⛳️

📌เกาะติดเงินเฟ้อสหรัฐฯ หัวใจสำคัญก่อนการประชุม Fed

📊ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาแทบทรงตัว แม้ระหว่างทางจะแกว่งตัว โดย S&P 500 ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1%WoW ขณะที่ Dow Jones ปรับลง 0.3%WoW และ Nasdaq ปรับขึ้น 0.4%WoW โดยต้นสัปดาห์ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์อิหร่านที่กลับมาปะทุเป็นเดือนที่ 7 ก่อนจะพลิกบวกแรงในวันพฤหัสฯ ดัชนีหลักปรับขึ้นกว่า 1% พร้อมกัน จน S&P 500 ใกล้ทำจุดสูงสุดใหม่ หลังถ้อยแถลงของ Fed Governor Waller ที่มีน้ำเสียงผ่อนคลายเรื่องดอกเบี้ย ทว่าภาพกลับพลิกอีกครั้งในวันศุกร์ เมื่อรายงานจ้างงานเดือน ส.ค. ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดมาก โดยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เพียง 55,000 ตำแหน่ง และตัวเลขเดือน ก.ค. ที่เคยติดลบ 23,000 ถูกปรับทบทวนเป็นบวก 21,000 ทำให้จ้างงานบวกต่อเนื่อง 6 เดือนติดต่อกัน ตลาดหุ้นจึงย่อตัวลงในวันศุกร์ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นกว่า 6%WoW ตามสถานการณ์อิหร่าน สวนทางทองคำที่ปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน

📊ด้านทิศทางดอกเบี้ยเผชิญแรงดึงสองทางในสัปดาห์เดียว โดยโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เคยลดลงมาราว 50% หลังถ้อยแถลง Waller แต่พุ่งกลับขึ้นไปที่ 58% ทันทีหลังตัวเลขจ้างงานประกาศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2568 ขณะที่ 10 ปีทะลุ 4.8% ในระหว่างวัน นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการประชุม Fed ครั้งหน้ายังเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก และตัวเลขเงินเฟ้อสัปดาห์หน้าจะเป็นตัวชี้ขาดที่แท้จริง ที่น่าสนใจคือสัปดาห์นี้ธนาคารกลางหลักทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณ Hawkish พร้อมกัน โดยตลาดให้น้ำหนักสูงว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 ก.ย. และ BOJ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 18 ก.ย. เช่นกัน สะท้อนความพยายามของธนาคารกลางทั่วโลกในการควบคุมเงินเฟ้อก่อนที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งสูงจนกระทบต้นทุนการลงทุน AI 

📊สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการวันจันทร์เนื่องในวัน Labor Day ก่อนไฮไลต์สำคัญจะทยอยมาในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ โดยวันพฤหัสฯ จะมีการประชุม ECB พร้อมตัวเลข PPI เดือน ส.ค. ของสหรัฐฯ และปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ CPI เดือน ส.ค. ในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่าโมเมนตัม Hawkish จากตัวเลขจ้างงานจะดำเนินต่อไปจนถึงการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย. หรือไม่ แนะจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดผันผวนระหว่างสัญญาณ Dovish และ Hawkish เงินเฟ้อจะเป็นตัวแปรสุดท้ายที่ตัดสินทิศทางที่แท้จริง

📊ด้านผลประกอบการ สัปดาห์หน้าค่อนข้างเบาบางเพราะพ้นช่วงพีคของฤดูกาลงบแล้ว โดยมี Oracle และ Adobe ในวันพฤหัสฯ เรามองว่า Oracle และ Adobe จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อเนื่องจากธีมที่เห็นมาตลอดหลายสัปดาห์ คือความแข็งแกร่งของงบลงทุนด้าน Cloud และ AI ในฝั่งองค์กรว่ายังดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นหรือไม่ 

💡 กองทุนแนะนำ

LHCOPPER

กองทุนหุ้นเหมืองทองแดง ลงทุนผ่าน Global X Copper Miners ETF (COPX)

📌จุดเด่นกองทุน

✅ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Global X Copper Miners ETF (COPX) กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำทั่วโลกกว่า 40 บริษัท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 7.97 พันล้านดอลลาร์ฯ อ้างอิงดัชนี Solactive Global Copper Miners Total Return Index

✅ทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ทองแดงทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านตันในปี 2025 เป็น 42 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่อุปทานอาจขยายตัวไม่ทันความต้องการ

✅ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 76.50% และเฉลี่ย 3 ปีล่าสุดอยู่ที่ 29.68% ต่อปี (NAV) สะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของราคาทองแดงและหุ้นเหมืองที่เกี่ยวข้อง

✅หุ้นในพอร์ตซื้อขายที่ Forward P/E 19.89 เท่า (ปี 2026) ลดลงจาก 30.76 เท่าในปี 2025 สะท้อนกำไรที่คาดว่าจะเติบโตแรง อย่างไรก็ตาม กองทุนมีความผันผวนสูง (Standard Deviation 29.2%) และมีค่า Beta เทียบ S&P 500 สูงถึง 2.29 เท่า เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่านั้น

✅กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำจากหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง

🎖️AI Data Center คือแรงขับเคลื่อนใหม่ของดีมานด์ทองแดง — S&P Global ระบุ Hyperscaler ใช้เงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และวางแผนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ดีมานด์ทองแดงจาก Data Center จะเพิ่มจาก 1.1 ล้านตัน (2025) เป็น 2.5 ล้านตัน (2040) โดย AI Training Data Center ในจีนมีความเข้มข้นการใช้ทองแดงสูงสุด 47 ตันต่อเมกะวัตต์ ขณะกำลังผลิตใหม่จะเพิ่มราว 30 กิกะวัตต์ต่อปีถึงปี 2030 หนุนดีมานด์ทองแดงระยะยาว

🎖️ทองแดงยังเผชิญ Supply Deficit เชิงโครงสร้าง S&P Global คาดว่าหากไม่มีการขยายกำลังผลิตเหมืองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จะเกิด Supply Shortfall ราว 10 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่ Primary Mined Supply มีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดที่ 27 ล้านตันในปี 2030 ก่อนลดลงเหลือ 22 ล้านตัน ส่วนการรีไซเคิลช่วยได้อย่างมากที่สุดเพียง 1 ใน 4 ของดีมานด์รวม ไม่สามารถทดแทน Primary Supply ได้

Source: KS Research, KS Mutual Fund as of 07/09/2026

KS-FUND-TOP-PICK_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน: กองทุนที่แนะนำเป็นความเห็นส่วนบุคคลของนักวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา Factsheet และหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับได้จากผู้แนะนำการลงทุน หรือดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)

ค้นหา