KS: KS FUND TOP PICK 31 ส.ค. - 4 ก.ย. 2026⛳️
📌ปรับฐานตอบรับถ้อยแถลงประธาน Fed เข้มงวดมากขึ้น
📊ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาในแดนบวกเล็กน้อย โดย S&P 500 ปิดที่ 7,711.76 จุด (+0.5%WoW) และ Nasdaq ปิดที่ 26,402.42 จุด (+0.8%WoW) ขณะที่ Dow Jones ปิดที่ 53,559.99 จุด แทบทรงตัว ส่วนหุ้นกลุ่ม Small Cap อย่าง Russell 2000 กลับร่วงแรงกว่า 1.37% ในวันศุกร์เดียว ชี้ว่าหุ้นขนาดเล็กเจอแรงขายหนักกว่าตลาดโดยรวม ไฮไลต์กลางสัปดาห์คือ Nvidia ที่รายงานงบคืนวันพุธด้วยมุมมองอนาคตที่แข็งแกร่งเกินคาด ดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับขึ้นในวันพฤหัสฯ ขณะที่กลุ่มอื่นแทบไม่ขยับตาม สะท้อนว่าตลาดยังคงระมัดระวังในการให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอื่นนอกเหนือจาก AI Champion
📊ประเด็นใหญ่ที่สุดของสัปดาห์คือถ้อยแถลงครั้งแรกของประธาน Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole วันศุกร์ ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจ "แข็งแกร่งขึ้น" และตลาดแรงงานยังมั่นคง แต่เงินเฟ้อยังคง "สูงเกินไป" และ Fed ยังมีงานต้องทำเพื่อดึงกลับสู่เป้าหมาย 2% พร้อมย้ำว่า "มีหลักคิดชัดเจน แต่ยังไม่ฟันธงว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่" ตลาดตีความว่าเป็นโทน Hawkish ทำให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. พุ่งจาก 35% เป็นกว่า 57% ภายในวันเดียว ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีปรับขึ้นแตะ 4.35% ขณะที่ฝั่งยาวกลับอ่อนตัวลง เกิดภาวะ Bear Flattening ส่งผลให้ทองคำร่วง 3.26% และ Bitcoin ร่วง 3.2% ในวันเดียว สะท้อนแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงเมื่อดอกเบี้ยกลับมาเป็นประเด็น นอกจากนี้ดัชนี Chicago Business Barometer เดือน ส.ค. ร่วงเหลือ 47.1 ต่ำกว่าระดับ 50 ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าต่อภาคการผลิตที่แนะจับตาในสัปดาห์หน้า
📊สำหรับสัปดาห์นี้ ปฏิทินเศรษฐกิจจะไต่ระดับความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดวันศุกร์ โดยวันอังคารเริ่มด้วยดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือน ส.ค. ซึ่งต้องจับตาเป็นพิเศษหลัง Chicago PMI ส่งสัญญาณหดตัวไปก่อนแล้ว ตามด้วยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP ในวันพุธ (ตลาดคาด +75,000 ตำแหน่ง) และดัชนี ISM ภาคบริการในวันพฤหัสฯ (คาด 54.4) ก่อนปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญที่สุดคือรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. ในวันศุกร์ ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 85,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ข้อมูลชุดนี้ทั้งหมดจะเป็นตัวกำหนดทิศทางก่อนการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย.
📊ด้านผลประกอบการ สัปดาห์หน้าเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลรายงานงบ ไม่มีบริษัทขนาดใหญ่รายงานเพิ่มเติมมากนัก ทำให้ตลาดหันความสนใจกลับไปที่ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคเต็มตัว เรามองว่าจุดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือความสอดคล้องกันระหว่างตัวเลขจ้างงานวันศุกร์กับโทน Hawkish ที่ Warsh เพิ่งส่งสัญญาณไป หากตัวเลขจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดจะยิ่งตอกย้ำโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. แต่หากอ่อนแอกว่าคาดมาก อาจสร้างความขัดแย้งกับท่าทีของ Fed และเพิ่มความผันผวนในตลาดได้
📌Key takeaways from NVDA earning calls 2Q70FY
📊การเติบโตเร่งตัวและมองเห็นรายได้ไกลขึ้น แต่ข้อจำกัดหลักคือ Supply ไม่ใช่ Demand โดย 2Q70FY รายได้ทำสถิติที่ USD96bn เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% YoY จาก Data Center อยู่ที่ USD89bn เพิ่มขึ้น 18% QoQ ขณะที่ 3Q70FY บริษัทให้ guidance รายได้ USD108bn +89%YoY และ Vera Rubin จะคิดเป็นประมาณ 20% ของรายได้ Data Center และสำหรับ 2571FY บริษัทให้ Preliminary Guidance ว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 70% YoY ซึ่งถือเป็นครั้งสำคัญที่ NVDA ให้มุมมองล่วงหน้าระดับปี เหตุผลที่มั่นใจมาจาก Visibility ทั้งคำสั่งซื้อ ลูกค้า โครงสร้างพื้นฐาน และ Supply Commitment ที่เตรียมไว้ โดย Management ระบุว่า Forecast ของลูกค้าสะท้อนความต้องการที่อาจทำให้ธุรกิจ โตเกือบ 100% แต่บริษัทรับรู้รายได้ได้เพียงราว 70% เพราะยังติดข้อจำกัดด้าน Supply และหากไม่มีข้อจำกัด การเติบโตจะ “สูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ” ทั้งนี้ Supply chain ทุกส่วนยังตึงตัว ตั้งแต่ Wafer, Memory, ระบบประกอบ ไปจนถึงที่ Land Power Shell (LPS) โดย Management ไม่ได้ระบุว่าจุดใดเป็นคอขวดที่รุนแรงที่สุด และคาดว่า Supply จะยังเป็นข้อจำกัดอย่างน้อยจนถึงสิ้น FY2571 แม้กำลังการผลิตใหม่และ yield จะทยอยดีขึ้นตลอดปี
📊ลูกค้ากระจายออกจาก Hyperscaler อย่างชัดเจน ขณะที่ CAPEX ของ Cloud ยังเร่งขึ้นมากในไตรมาสล่าสุดรายได้ Hyperscale อยู่ที่ USD49bn เพิ่มขึ้น 104% YoY ส่วน ACIE ซึ่งรวม NeoCloud, Sovereign, Industrial และ Enterprise อยู่ที่ USD40bn เพิ่มขึ้น 138% YoY หรือคิดเป็นประมาณ 45% ของรายได้ Data Center แล้ว และบริษัทคาดว่ากลุ่ม Non-Hyperscaler จะมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของธุรกิจ Data Center ต่อไป Jensen ระบุว่าธุรกิจส่วนนี้กำลังเติบโตราว 100% ต่อปี เพราะลูกค้าเหล่านี้ไม่ต้องการออกแบบ custom chip และต้องการซื้อ AI factory แบบครบระบบจาก NVDA ด้าน NeoCloud คาดว่าจะเพิ่ม installed capacity จากประมาณ 3GW ณ สิ้นปี 2568 เป็น 8GW ณ สิ้นปี 2569 ขณะที่ Sovereign AI โต 35% QoQ และมากกว่า 3 เท่า YoY แรงสนับสนุนจาก Hyperscaler ยังแข็งแกร่ง โดย Backlog ของอุตสาหกรรม Cloud สูงกว่า USD2tn และ CAPEX ของ Hyperscaler รายใหญ่ 5 แห่งคาดว่าจะเพิ่มจากเกือบ USD800bn ในปี 2569 เป็น USD1.3tn ในปี 2570 นอกจากนี้ AWS จะติดตั้ง NVIDIA GPU เพิ่มอีก 2 ล้านตัวตั้งแต่ไตรมาสนี้ถึง 2QFY72 พร้อมใช้ Vera CPU ทั้งแบบ Standalone และรวมกับ Rubin จากเดิมที่เคยทำสัญญาไว้ 1GW
📊NVDA กำลังเพิ่มรายได้ต่อ GW ด้วยการขายทั้ง AI Factory ไม่ใช่เฉพาะ GPU โดย Revenue Opportunity ของ NVDA ต่อกำลังไฟ 1GW เพิ่มจากประมาณ USD18bn ในยุค Hopper เป็น USD25bn ใน Grace Blackwell และ USD40bn ใน Vera Rubin เนื่องจากบริษัทขยายสิ่งที่ขายไปยัง GPU, Vera CPU, NVLink, InfiniBand/Ethernet, Systems, Software และ Groq LPU โดยตัวเลขนี้เป็น “โอกาสรายได้ของ NVDA ต่อ GW” ไม่ใช่ต้นทุน Data Center ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน Jensen ประเมินว่า Data Center ขนาด 1GW อาจต้องลงทุนรวมประมาณ USD60bn Vera Rubin เริ่ม Production Shipment แล้ว ได้รับ PO จาก Hyperscaler, AI Cloud และ System OEM รายใหญ่ครบถ้วน และคาดว่าจะเป็น Product Ramp ที่เร็วที่สุดของบริษัท ด้วย Throughput ต่อ MW สูงกว่า Grace Blackwell Ultra 30 เท่า และต้นทุนต่อ Token ต่ำกว่า 35 เท่า ด้าน CPU รายได้ Grace ในช่วง 12 เดือนล่าสุดเกิน USD5bn ส่วน Vera CPU เริ่มส่งมอบให้ OCI, SpaceX AI และ AWS แล้ว โดยบริษัทคาดรายได้ CPU จะ มากกว่าเท่าตัวใน FY2571 ท่ามกลางความต้องการ Server CPU ราว USD20bn ขณะที่ Networking โต 18% QoQ, Spectrum-X โต 2.6 เท่า YoY และ Groq 3 LPX ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการ Token Generation ความเร็วและ Latency ต่ำ จะเริ่มส่งจำนวนมากช่วงปลายไตรมาส โดยมี Nebius เป็นลูกค้ารายแรก
📊“Fungible Compute” เป็นทั้งข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีและกลไกลดความเสี่ยงจากการ Financing โดย NVDA มองว่า GPU Systemเป็น Asset ที่ Fungible, Durable, Rentable และ Redeployable เพราะสามารถใช้ได้ตลอด AI Lifecycle ตั้งแต่ Data Preparation, Pre-Training, Post-Training ไปจนถึง Agentic Inference รวมถึงรองรับทั้งโมเดล Closed และ Open แทบทุกประเภท จึงไม่ผูกติดกับลูกค้า โมเดล หรือ Workload เดียว และหากลูกค้ารายหนึ่งมีปัญหา Compute สามารถย้ายไปให้ลูกค้ารายอื่นใช้ได้ คุณสมบัตินี้มีความสำคัญมาก เพราะ Frontier AI Labs มี Demand และรายได้เติบโตเร็ว แต่ Balance Sheet และ Credit Profile ยังไม่แข็งแรงพอรองรับโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวเอง NVDA ลงทุนใน AI Labs ไปแล้วเกือบ USD50bn และร่วมกับ Apollo, BlackRock, Blackstone, Brookfield, Goldman Sachs และ KKR จัดตั้ง Financing Platforms เพื่อระดม เงินทุนจากบุคคลที่สามมากกว่า USD500bn ซึ่งไม่ใช่วงเงินค้ำประกันทั้งหมดของ NVDA สำหรับ OpenAI นั้น Existing และ Planned Commitments คิดเป็น NVIDIA Compute ประมาณ 12GW ถึงปี 2030 รวมถึงพื้นที่ PORTS-Pike ขนาดเริ่มต้น 4.25GW ซึ่งแต่ละรอบการติดตั้งอาจรองรับ NVIDIA GPU ประมาณ 1.5 ล้านตัว และอัปเกรดได้หลายรอบตลอดอายุพื้นที่ 20 ปี นอกจากนี้ NVDA จะให้ Selective Credit Enhancement แก่ AI Lab อีกรายที่ไม่เปิดชื่อสำหรับ Compute เกือบ 2GW โดย Demand จาก AI Labs ที่ NVDA ต้องใช้ Balance Sheet สนับสนุนอาจสร้างรายได้ประมาณ 25% ของธุรกิจในปีหน้า
📊โมเดลรายได้ใหม่เพิ่ม Recurring Revenue แต่ต้นทุน Memory จะกด GPM ลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น สำหรับ NeoCloud บริษัทเริ่มใช้โครงสร้างที่ NVDA ให้ Take-Or-Pay Commitment เฉพาะบางส่วนของ Capacity ซึ่งทำหน้าที่เป็น Minimum Revenue Guarantee เพื่อช่วยให้ผู้ให้กู้มั่นใจ จากนั้น NVDA จะได้รับรายได้สองชั้น คือรายได้จากการขาย Hardware และส่วนแบ่งรายได้ค่าเช่าที่ NeoCloud ทำได้เหนือขั้นต่ำ บริษัทไม่ได้ปล่อยกู้เอง และผู้ให้ทุนภายนอกยังต้องพิจารณาแต่ละโครงการตามความเหมาะสม Management มองว่าโมเดลนี้สามารถสร้าง Recurring, Usage-Linked Revenue ระดับ Billion Dollar ในระยะกลางถึงยาว แต่ก็เพิ่ม Exposure ต่อ Utilization และ Credit ของ Ecosystem ขณะเดียวกันภาวะขาดแคลน Memory รุนแรงและราคาปรับขึ้นสูงกว่าที่คาด รวมถึงมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในปีหน้า ทำให้ GPM จาก 75% ใน 2QFY70 ลดเป็น 74% ใน 3Q, แตะจุดต่ำสุดที่ 71–72% ใน 4Q ก่อนฟื้นและทรงตัวที่ 72–73% ใน FY2571 หลังการขึ้นราคาขายมีผลตั้งแต่ 1Q71FY บริษัทกำลังทำงานกับผู้ผลิต Memory รายใหญ่ทั้งสามเพื่อเพิ่ม Capacity ส่วนยอดขาย H200 ให้จีนต่ำกว่า 1% ของรายได้ Data Center
💡 กองทุนแนะนำ
LHCOPPER
กองทุนหุ้นเหมืองทองแดง ลงทุนผ่าน Global X Copper Miners ETF (COPX)
📌จุดเด่นกองทุน
✅ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Global X Copper Miners ETF (COPX) กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำทั่วโลกกว่า 40 บริษัท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 7.97 พันล้านดอลลาร์ฯ อ้างอิงดัชนี Solactive Global Copper Miners Total Return Index
✅ทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ทองแดงทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านตันในปี 2025 เป็น 42 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่อุปทานอาจขยายตัวไม่ทันความต้องการ
✅ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 76.50% และเฉลี่ย 3 ปีล่าสุดอยู่ที่ 29.68% ต่อปี (NAV) สะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของราคาทองแดงและหุ้นเหมืองที่เกี่ยวข้อง
✅หุ้นในพอร์ตซื้อขายที่ Forward P/E 19.89 เท่า (ปี 2026) ลดลงจาก 30.76 เท่าในปี 2025 สะท้อนกำไรที่คาดว่าจะเติบโตแรง อย่างไรก็ตาม กองทุนมีความผันผวนสูง (Standard Deviation 29.2%) และมีค่า Beta เทียบ S&P 500 สูงถึง 2.29 เท่า เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่านั้น
✅กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำจากหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง
🎖️AI Data Center คือแรงขับเคลื่อนใหม่ของดีมานด์ทองแดง — S&P Global ระบุ Hyperscaler ใช้เงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และวางแผนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ดีมานด์ทองแดงจาก Data Center จะเพิ่มจาก 1.1 ล้านตัน (2025) เป็น 2.5 ล้านตัน (2040) โดย AI Training Data Center ในจีนมีความเข้มข้นการใช้ทองแดงสูงสุด 47 ตันต่อเมกะวัตต์ ขณะกำลังผลิตใหม่จะเพิ่มราว 30 กิกะวัตต์ต่อปีถึงปี 2030 หนุนดีมานด์ทองแดงระยะยาว
🎖️ทองแดงยังเผชิญ Supply Deficit เชิงโครงสร้าง S&P Global คาดว่าหากไม่มีการขยายกำลังผลิตเหมืองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จะเกิด Supply Shortfall ราว 10 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่ Primary Mined Supply มีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดที่ 27 ล้านตันในปี 2030 ก่อนลดลงเหลือ 22 ล้านตัน ส่วนการรีไซเคิลช่วยได้อย่างมากที่สุดเพียง 1 ใน 4 ของดีมานด์รวม ไม่สามารถทดแทน Primary Supply ได้
Source: KS Research, KS Mutual Fund as of 31/08/2026

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน: กองทุนที่แนะนำเป็นความเห็นส่วนบุคคลของนักวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา Factsheet และหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับได้จากผู้แนะนำการลงทุน หรือดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)
ภาษาไทย
English