KS: KS FUND TOP PICK 17-21 ส.ค. 2026⛳️

KS: KS FUND TOP PICK 17-21 ส.ค. 2026⛳️

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
17 ส.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS: KS FUND TOP PICK 17-21 ส.ค. 2026⛳️

📌กำไร 2Q69 แกร่งกว่าคาด

📊ตลาดหุ้นโลกปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาในแดนบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยไฮไลต์สำคัญคือ S&P 500 ที่ปิดทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ในวันพฤหัสฯ ทะลุระดับ 7,800 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยในวันศุกร์มาปิดที่ 7,786 จุด ปัจจัยหลักที่หนุนให้ดัชนีทะลุจุดสูงสุดใหม่คือรายงาน CPI เดือน ก.ค. ที่ประกาศเช้าวันพุธ ซึ่งออกมาตรงตามคาดทุกตัวชี้วัด โดยเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1%MoM และ 3.4%YoY ชะลอลงจาก 3.5%YoY ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.2%MoM และ 2.5%YoY ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ตัวเลขดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ย ทำให้ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง ด้านราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยกดดัน โดยกลุ่มพลังงานปรับขึ้นเกือบ 7%WoW ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนของข้อตกลงในตะวันออกกลาง ดัน Brent แตะ 90 เหรียญต่อบาร์เรลในช่วงกลางสัปดาห์

📊อย่างไรก็ดีบรรยากาศผ่อนคลายจาก CPI ถูกสั่นคลอนอย่างรวดเร็วในวันศุกร์ เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งผู้บริโภคออกมาผิดคาดพร้อมกันถึงสองตัว โดยยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. หดตัวลง 0.6%MoM สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 9 เดือนและแย่ที่สุดในรอบกว่าปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือน ส.ค. ร่วงลงมาที่ 51.0 จาก 55.2 ในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 55.0 สะท้อนความกังวลเรื่องค่าครองชีพและราคาพลังงานที่ทรงตัวสูง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองสะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัวจริง ลดความจำเป็นที่ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดปรับลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เหลือ 42% จาก 60%

📊สำหรับสัปดาห์หน้า ไฮไลต์สำคัญคือรายงานการประชุม FOMC จากการประชุมเดือน ก.ค. ที่จะเผยแพร่วันพุธ ตลาดจะจับตาเหตุผลของกรรมการที่ค้านมติขึ้นดอกเบี้ย 3 เสียง เพื่อประเมินทิศทางการประชุมเดือน ก.ย. ด้านตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ Empire State, NAHB Housing, Housing Starts ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ Philadelphia Fed Index

📊ด้านผลประกอบการ สัปดาห์หน้าเข้าสู่ช่วงพีคของฤดูกาลรายงานงบกลุ่มค้าปลีก ท่ามกลางสัญญาณอ่อนแรงของผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยเริ่มจาก Home Depot ในวันอังคาร ตามด้วย Target ในวันพุธ และ Walmart ในวันพฤหัสฯ เรามองว่าประเด็นที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือถ้อยแถลงของผู้บริหาร Walmart และ Target เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงปลายไตรมาส 2 ต่อไตรมาส 3 ว่าสอดคล้องกับสัญญาณอ่อนแรงเมื่อวันศุกร์หรือไม่ หากยืนยันภาพเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน อาจตอกย้ำมุมมอง Dovish ต่อ Fed เดือน ก.ย.

📌SanDisk Investor Day 2026 มองตลาด NAND โต 67% ในปี 2027 สู่ USD500bn

📊SNDK ได้จัด Investor Day 2026 เมื่อวันที่ 13 Aug ที่ผ่านมาเราเห็นความน่าสนใจและ Key Takeaway ดังนี้ 1) SNDK ตั้งเป้าเปลี่ยน Business Model ต้องการที่จะ Maximize Return Across All Time Horizon ผ่านการทำสัญญา NBM โดยตั้งเป้า Increase Profitability, Reduce Cyclicality และ Consistent Revenue Growth  ซึ่งใน Investor Day บริษัทมองภาพตลาดคือ ตลาด NAND ทั้งอุตสาหกรรมคาดมี Shipment รวม 1.2 Zettabytes ในปี 2026 และมูลค่าตลาดจะพุ่งจากเดิมที่เคยเฉลี่ยเพียง USD60bn (จาก cycle ก่อนหน้าที่อยู่ระดับ USD20bn) ขึ้นไปทะลุ USD300bn ในปี 2026 และเกือบ USD500bn ในปี 2027 โดยแรงขับเคลื่อนหลักคือสัดส่วน Data Center ต่อ TAM ทั้งอุตสาหกรรม (นับเป็น bits) ที่กระโดดจาก 20% (ต้นยุค 2020s) เป็น 30% (ปีก่อน) และ 50% ในปีนี้ สอดคล้องกับ Cloud CAPEX ของกลุ่ม Hyperscaler/Neo-cloud ที่ถูกปรับประมาณการขึ้นต่อเนื่อง 15 ไตรมาสติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2023 รวมเม็ดเงินคาด USD1.9 Trillion ในปี 2026-2027 โดยล่าสุดมอง USD842bn ในปี 2026 และ USD1,097bn ในปี 2027 ด้านฝั่ง Supply อุตสาหกรรมยังมีบทเรียนจากการ Overshoot ปี 2022 ที่ดัน Wafer Starts ถึง 1,830 Kwpm ช่วง peak ผ่านช่วง downcycle จนต้องลด Capacity ราว 500kwpm เพื่อรักษา U-rate จนปัจจุบันอุตสาหกรรมเน้นบริหาร Supply อย่างมีวินัยมากขึ้น นอกจากนี้ Khurram Ismail, Chief Product Officer มองโอกาสการเติบโตโดยเปรียบเทียบว่า สมองมนุษย์ 2.5 Petabytes/คน คูณประชากรทั้งหมดจะได้ราว 20 Yottabytes (1 yottabyte = 1,000 Zettabytes) ขณะที่ Cloud Infrastructure ทั้งโลกปัจจุบันมีความจุรวมเพียงหลักร้อย Exabytes ถึงราว 10 Zettabytes เท่านั้นซึ่งเชื่อว่าจะสามารถ scale memory จาก Cloud ได้มากกว่านี้อีกมหาศาล

📊Guidance FY2027 คาด Bit Growth Mid-teens และราคาขาย Sequential เพิ่มแบบ Modest ส่วน Long-term Model FY2028-2030 วางไว้ที่ Revenue Growth Mid-to-high Teens, Non-GAAP Gross Margin 80%, Operating Margin 75%, Adjusted FCF Margin 50% และ Gross CAPEX Intensity เพียง Mid-single Digits ของรายได้ (เทียบ HDD เดิมที่ 4-6%) ด้าน Capital Allocation บริษัทไม่มีหนี้สิน ไม่ใช้ Revolver Credit Rating BB+ และประกาศนโยบายคืนเงินสดส่วนเกิน 100% ผ่าน Buyback โดย Board อนุมัติเพิ่มอีก USD14bn รวมวงเงินคงเหลือที่อนุมัติแต่ยังไม่ใช้ USD15.5bn 

📊NBM (New Business Model) คือหัวใจของการลด Cyclicality บริษัทเซ็นสัญญา NBM กับลูกค้าแล้ว 8 ราย (เป็น US hyperscaler 3 ราย) สัญญาเก่าสุดเซ็นเพียงมกราคม 2026 และมี 2 รายกลับมาขอขยายสัญญาแล้ว ทำให้ระยะเวลาสัญญาเฉลี่ยขยับจากเดิมที่เจรจากันทุกไตรมาสอายุสัญญาเฉลี่ย 4 ปี (ยาวสุด 5 ปี) และสัดส่วน Bit ที่ขายอยู่ภายใต้ NBM จะเพิ่มจาก 50% ของ Volume ทั้งหมดในปี 2027FY เป็น 66% ในปี 2028FY ขนาดสัญญารวม Total Contract Value USD93.9bn และ RPO USD91.1bn คำนวณที่ Floor Pricing เท่านั้น (มี Upside หากราคาตลาดสูงกว่า) พร้อม Gross Margin ที่ Floor Pricing ยังคงสูงถึง 80% และมี Financial Guarantee รวม USD16.5bn ค้ำประกันไว้ 

📊SNDK และ Kioxia มี Capital Efficiency ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมโดยปี 2025 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเฉลี่ยใช้ CapEx มากกว่า SanDisk+Kioxia ถึง 2.66 เท่า เพื่อผลิต Bit Output เท่ากัน และช่วง 5 ปี (2021-2025) SanDisk+Kioxia ผลิตได้ 29% ของ Bit ทั้งอุตสาหกรรม แต่ใช้เงินลงทุนเพียง 13% Capital Efficiency สูงกว่าคู่แข่งใกล้เคียงที่สุด 2 เท่า โดย BiCS Roadmap คือ BiCS5, 6, 8, 10, 11 จะเป็น 5 Node หลักในช่วง 2020-2030 ซึ่ง Generation-to-Generation Bit Growth per Wafer เฉลี่ย 54% ต่อ Node เทียบเท่า CAGR Productivity 27% ต่อปี และสำหรับ BiCS9 จะใช้ Hybrid Bonding (CBA) นำ Cell Array BiCS8 เดิมผสาน CMOS Wafer Generation ใหม่ ได้ Performance สูงขึ้นด้วย แต่จะมี CAPEX น้อยมาก ในขณะที่ BiCS10 Product แรก 1Tb TLC Die เริ่ม Sampling ให้ลูกค้าแล้วเมื่อ Aug-26 ที่ผ่านมาและ Product ที่สอง 2Tb QLC Die เป็น Memory Chip ความหนาแน่นสูงสุดในโลก Density เพิ่มขึ้น >60% เทียบ BiCS8, Read/Write Bandwidth เพิ่ม >2 เท่า, Power Efficiency ดีขึ้น 75% โดย BiCS10 2Tb Wafer มี Bit มากกว่า BiCS8 2Tb Wafer 65% ส่วน BiCS11, BiCS13 อยู่ระหว่างพัฒนา Roadmap มองไปถึงหลังปี 2030

📊และสุดท้ายส่วนของ High-Bandwidth Flash (HBF) ที่ยังไม่รวมใน Guidance โดย SNDK เปิดเผยว่า HBF ให้ Read Bandwidth เทียบเท่า HBM แต่ความจุมากกว่า 8-16 เท่า ออกแบบรองรับ AI Inference โมเดลแบบ Mixture-of-Experts ที่มี Context Length ยาวและ KV cache ใหญ่ โดยผลทดสอบจำลอง (Model Qwen3 490B Parameters) พบว่าระบบ HBM-only ต้องใช้ขั้นต่ำ 8 GPU ขณะที่ระบบ HBF รันได้ด้วย GPU เดียว (ให้ CapEx Efficiency สูงกว่าถึง 8 เท่า สำหรับ Use Case ที่ต้องการ Minimum Spend) และเมื่อใช้ 4 HBF กับ GPU จะได้ Performance เทียบเท่า 8 HBM กับ GPU คิดเป็น Efficiency สูงกว่า 2 เท่า ด้าน Ecosystem มีพันธมิตร SK Hynix ตั้งแต่ ส.ค. 2025 ตั้ง Consortium ภายใต้ OCP ร่วม Google และ Tenstorrent ตั้งแต่ ก.พ. 2026 เปิด Public Specification ฉบับแรกแล้ว และล่าสุด Meta เข้าร่วม Consortium ซึ่งด้าน Product Timeline บริษัทประกาศ Tape-out ชิ้นแรกของ HBF Memory Die สำเร็จแล้ว (อิงจาก Array Technology ของ BiCS8) คาดส่ง Sample แรกให้ลูกค้ากลุ่ม Inference Device ได้ ในปี 2027 และมี HBF for the Edge (gen 2) อยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อรองรับโมเดล 100B+ Parameters บนอุปกรณ์ขนาดเล็กทั้งหมดนี้ ยังไม่ถูกรวมอยู่ใน Revenue Guidance FY2028-2030

💡 กองทุนแนะนำ

LHCOPPER

กองทุนหุ้นเหมืองทองแดง ลงทุนผ่าน Global X Copper Miners ETF (COPX)

📌จุดเด่นกองทุน

✅ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Global X Copper Miners ETF (COPX) กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำทั่วโลกกว่า 40 บริษัท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 7.97 พันล้านดอลลาร์ฯ อ้างอิงดัชนี Solactive Global Copper Miners Total Return Index

✅ทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ทองแดงทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านตันในปี 2025 เป็น 42 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่อุปทานอาจขยายตัวไม่ทันความต้องการ

✅ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 76.5% และเฉลี่ย 3 ปีล่าสุดอยู่ที่ 29.68% ต่อปี (NAV) สะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของราคาทองแดงและหุ้นเหมืองที่เกี่ยวข้อง

✅หุ้นในพอร์ตซื้อขายที่ Forward P/E 19.89 เท่า (ปี 2026) ลดลงจาก 30.76 เท่าในปี 2025 สะท้อนกำไรที่คาดว่าจะเติบโตแรง อย่างไรก็ตาม กองทุนมีความผันผวนสูง (Standard Deviation 29.2%) และมีค่า Beta เทียบ S&P 500 สูงถึง 2.29 เท่า เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่านั้น

✅กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำจากหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง

🎖️AI Data Center คือแรงขับเคลื่อนใหม่ของดีมานด์ทองแดง — S&P Global ระบุ Hyperscaler ใช้เงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และวางแผนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ดีมานด์ทองแดงจาก Data Center จะเพิ่มจาก 1.1 ล้านตัน (2025) เป็น 2.5 ล้านตัน (2040) โดย AI Training Data Center ในจีนมีความเข้มข้นการใช้ทองแดงสูงสุด 47 ตันต่อเมกะวัตต์ ขณะกำลังผลิตใหม่จะเพิ่มราว 30 กิกะวัตต์ต่อปีถึงปี 2030 หนุนดีมานด์ทองแดงระยะยาว

🎖️ทองแดงยังเผชิญ Supply Deficit เชิงโครงสร้าง S&P Global คาดว่าหากไม่มีการขยายกำลังผลิตเหมืองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จะเกิด Supply Shortfall ราว 10 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่ Primary Mined Supply มีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดที่ 27 ล้านตันในปี 2030 ก่อนลดลงเหลือ 22 ล้านตัน ส่วนการรีไซเคิลช่วยได้อย่างมากที่สุดเพียง 1 ใน 4 ของดีมานด์รวม ไม่สามารถทดแทน Primary Supply ได้

Source: KS Research, KS Mutual Fund as of 17/08/2026

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน: กองทุนที่แนะนำเป็นความเห็นส่วนบุคคลของนักวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา Factsheet และหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับได้จากผู้แนะนำการลงทุน หรือดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)

ค้นหา