KS: KS FUND TOP PICK 12 - 16 ม.ค. 2026
📌 ชิปใหม่ NVIDIA ดันกลุ่ม semi equipment / memory พุ่ง เปิดฉาก Earnings season ติดตามงบกลุ่มแบงก์สหรัฐฯ
🌎ตลาดหุ้นโลก (ACWI +1.59%) ปรับตัวขึ้นทำระดับ all-time high โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นเอเชียเหนือซึ่งต่างทำสถิติใหม่ นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (Kospi +6.42%), ไต้หวัน (TWSE +3.20%) และญี่ปุ่น (Nikkei +3.18% และ Topix +3.08%) โดยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังตัวเลขส่งออกชิปเกาหลีใต้โตแรง 43% YoY และ 20% MoM, Nvidia เปิดตัว “Vera Rubin” platform AI รุ่นใหม่ที่หนุนความต้องการ memory เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับ Blackwell และข่าว Micron ประกาศลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ มูลค่า 100 พันล้านดอลลาร์ซึ่งจะเป็นฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
พร้อมกันนี้ Semiconductor Industry Association (SIA) หรือ สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เปิดเผยว่ายอดขายชิปทั่วโลกเดือนพฤศจิกายนแตะ 75.3 พันล้านดอลลาร์ (+29.8% YoY) และคาดว่าในปี 2026 อุตสาหกรรมจะเติบโตแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก หนุน demand สำหรับ semiconductor equipment และ supply chain ที่เกี่ยวข้องทั้งในเอเชียเหนือและยุโรป (ASML +9.66%) ปรับตัวขึ้นแรง นอกจากนี้ ผลประกอบการ 4Q25 ของ Samsung Electronics และ TSMC ต่างออกมาดีกว่าคาด โดย Samsung มีกำไรจากการดำเนินงานโต 208% (สูงกว่าคาดราว 12 pct point) ส่วน TSMC รายได้โต 20% YoY ทั้งหมดนี้สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่ม memory และ foundry ในรอบนี้
🌎ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทำสถิติ all-time high หลายรอบ ท่ามกลางความผันผวนจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจ สัญญาณนโยบายการเงิน และความกังวลภูมิรัฐศาสตร์ โดย Dow Jones +2.32%, S&P 500 +1.57%, Nasdaq Composite +1.88% และ Russell 2000 +4.62% สะท้อนภาพของการ rotation จากหุ้นเทคฯ ใหญ่ ไปยัง cyclicals และหุ้นขนาดเล็ก จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้ตลาดคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ยเพิ่มในปีนี้ ด้านหุ้นกลุ่ม Consumer discretionary (+5.77%) ปรับตัวขึ้นโดดเด่น จาก Amazon +9.22% หลัง AWS ได้ดีลใหม่กับ Aumovio (บริษัทพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ) จะใช้ AWS เป็นหลักในการประมวลผล AI ระบบรถบรรทุกขับขี่อัตโนมัติของ Aurora (บริษัทพัฒนารถบรรทุกขับเอง) ซึ่งหนุน narrative การเติบโต Cloud + AI ของ AWS และสร้างโอกาสในตลาดรถไร้คนขับ ขณะที่กลุ่ม Energy (+2.13%) ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นและทรัมป์ดันนโยบายสนับสนุนธุรกิจน้ำมันเวเนซุเอลา ส่วนกลุ่มกลาโหมปรับตัวขึ้นแรงหลังทรัมป์เตรียมเพิ่มงบอีก 50% จากงบปี 2026 ที่ 901 พันล้านดอลลาร์เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 ส่วนกลุ่มใหญ่อย่าง Technology (+0.02%) จากเทคฯ ใหญ่ที่ปรับตัวลง Apple -4.29% และ Nvidia -2.11% แต่หุ้นกลุ่ม Semiconductor Equipment โดดเด่นมาก จากความต้องการใช้อุปกรณ์เพื่อขยายกำลังการผลิต Lam Research +17.99%, Applied Materials +12.02% และ KLA +9.85% ขณะเดียวกันกลุ่ม memory เช่น Micron +9.41%, Seagate +5.73%, Western Digital +6.8% และ SanDisk +37.12% รับความต้องการใช้ memory ที่มากขึ้นจากการเปิดตัว “Vera Rubin” platform AI รุ่นใหม่ ของ Nvidia ในงาน CES 2026
🌎ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป (Stoxx 600 +2.27%) ขึ้นทำ all-time high หนุนโดยกลุ่มกลาโหมที่กระจายตัวในหลายประเทศในยุโรป รวมถึงกลุ่มเทคฯ ในตลาดหุ้นเยอรมนี (DAX +2.94%) อย่าง SAP (+4.92%) ที่กลับมาฟื้นตัวขึ้น และเนเธอแลนด์ (AEX +2.13%) จาก ASML ส่วนฝรั่งเศส (CAC 40 +2.04%) ได้แรงหนุนจากกลุ่ม Luxury goods ด้านตลาดหุ้นฮ่องกง (HSCEI -1.31%, HSTECH -0.86%) ปรับตัวลงจากแรงกดดันของกลุ่ม EVs หลังมาตรการ trade-in รอบใหม่มีส่วนลดน้อยลง และกลุ่ม e-commerce ที่ถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องกฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลจีนซึ่งเตรียมบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อควบคุมพฤติกรรมของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ เช่น Alibaba, Meituan, JD โดยเน้นห้ามบีบร้านค้าให้เข้าร่วมโปรโมชันหรือทำสงครามราคา ห้ามใช้วิธีบังคับลดราคาหรือกีดกันคู่แข่ง เป้าหมายเพื่อยกระดับการแข่งขันให้เป็นธรรม ลด price war และคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย แม้ตลาดจะมี narrative บวกจากกระแส AI จีน เช่น DeepSeek เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ หรือ IPO หุ้น AI อย่าง MiniMax ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ก็ยังไม่พอจะพยุงตลาดขึ้นมาได้ ตลาดหุ้นอินเดีย (Nifty 50 -2.45%) กลายเป็นตลาดที่ underperform ที่สุดตั้งแต่ต้นปี และสัปดาห์ที่แล้ว หลังสหรัฐฯ ขู่ใช้นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสูงสุด 500% กับประเทศที่ยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งอินเดียเป็นหนึ่งในนั้น
🌎ในสัปดาห์นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคอาจไม่ได้มากนัก แต่นับว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางของ Sentiment ด้านมหภาคในตลาดทั่วโลก ควบคู่ไปกับยอดค้าปลีกและถ้อยแถลงจากกรรมการเฟดซึ่งควรจับตาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขส่งออกของจีน อัตราเงินเฟ้ออินเดีย และการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ที่อาจมีนัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกัน สัปดาห์นี้ยังมีประเด็นสำคัญด้านนโยบาย เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) มีกำหนดวินิจฉัยคดีสำคัญในวันที่ 14 ม.ค. 2026 โดยตลาดยังจับตาว่าในรอบนี้จะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีทรัมป์ (IEEPA) หรือไม่ ซึ่งอาจสร้างความเคลื่อนไหวต่อบรรยากาศการลงทุน
นอกจากนี้ปัจจัยมหภาคแล้ว ตลาดยังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการ (Earnings season) โดยจะเริ่มต้นจากกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ได้แก่ JPMorgan, BofA, Wells Fargo, Citi, Goldman Sachs และ Morgan Stanley อีกทั้งยังมีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายสำคัญอย่าง TSMC ซึ่งจะสะท้อนภาพรวมของกลุ่ม AI และเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี สุดท้ายให้ติดตามผลประกอบการของหุ้น IT อินเดีย Infosys Tata Consultancy และ HCL Technologies ท่ามกลางแรงกดดันการลดค่าใช้จ่าย IT services และการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุนวีซ่า H-1B ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อกลุ่มนี้
🌎เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุน จากปัจจัยมหภาคที่เศรษฐกิจยังชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หนุนโอกาสเฟดลดดอกเบี้ยและไม่กังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (soft-landing) ขณะที่ความไม่แน่นอนเรื่องการพิจารณาคดีภาษีของทรัมป์ เรามองว่าตลาดรับรู้ไปแล้ว สะท้อนการ underperform ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา และจากการศึกษาพบว่าหลังศาลตัดสินไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ตลาดหุ้นมักกลับมาฟื้นตัวได้ ด้านปัจจัยจุลภาคยังแข็งแกร่งจากผลประกอบการ 4Q25 ของ Samsung Electronics, TSMC และบริษัทเทคฯ ในไต้หวันที่รายได้เติบโตโดดเด่น โดยกลุ่ม AI server อย่าง Wiwynn, Wistron, Quanta Computer และ Foxconn ต่างมีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงกลุ่มอื่นอย่าง Nanya Technology (memory DDR4), Delta Taiwan (Power supply & liquid cooling) และ ASE Technology (Assembly & testing) ต่างก็มีการเติบโตของรายได้ที่เร่งขึ้นแรง เราจึงแนะนำทยอยลงทุนหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBOND-UH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่อ 10Y UST อยู่เหนือระดับ 4.00% ในส่วนของ Satellite Portfolio 12 เดือน แนะนำลงทุนธีม AI ผ่านหุ้นเทคสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) หลังผลประกอบการใน 4Q25 น่าจะออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง, หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่เข้าสู่ภาวะ Wage-Price Spiral เพิ่มโอกาสที่การบริโภคในประเทศจะมาเป็น Growth engine ใหม่, หุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่ปรับตัวลงมามากตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จาก sentiment เชิงลบของสงครามการค้า ซึ่งเรามองเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนเพิ่ม
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
1️⃣𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅ 𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +1.38% จากตัวเลขส่งออกชิปเกาหลีใต้ยังพุ่งแรง, ผลประกอบการของ Samsung Electronics และรายได้เดือน ธ.ค.ของ TSMC ที่มากกว่าตลาดคาด และส่งยอดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในเดือน พ.ย. ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
✅ คงคำแนะนำซื้อ IGM (ETF) สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลประกอบการ 4Q25 ของ TSMC รวมถึงอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ
✅ 𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้วดัชนี Topix +3.08% จากการขึ้นของหุ้นในกลุ่มชิป, กลุ่มธนาคารจากเศรษฐกิจภายในที่แข็งแกร่ง, กลุ่มกลาโหมจากความตึงเครียดในเวเนซุเอลา และการที่ทรัมป์จะเพิ่มงบกลาโหมอีก 50% และ Fast Retailing (Uniqlo) ที่รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปีขึ้น
✅ คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามประเด็นการพิจารณายุบสภาของนายก Sanae Takaichi
✅ 𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้วดัชนี Nifty 50 -2.46% ปรับตัวลงในทุกวันทำการของสัปดาห์ที่แล้ว จากความกังวลว่ามาตรการภาษีที่สูงขึ้นอาจกระทบภาคการส่งออกของอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติกฎหมายที่เปิดทางให้เรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 500% กับประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
✅ คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามอัตราเงินเฟ้อ เดือน ธ.ค. รวมถึงผลประกอบการหุ้น IT อย่าง Tata Consultancy, HCL Technologies และ Infosys
✅ 𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +6.53% จากหุ้นในกลุ่ม memory ทั้ง Samsung Electronics +8.17% และ SK Hynix +9.90% หลังผลประกอบการเบื้องต้นของ Samsung ดีกว่าคาด โดยมีกำไรจากการดำเนินงานโต 208% YoY นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจาก Hyundai Motor +22.61% หลังจะร่วมมือกับ Nvidia เพื่อพัฒนา AI/robotics ร่วมกัน และ Hanwha Aerospace จากการที่อยู่ระหว่างเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายกำลังการผลิตเรือในสหรัฐฯ รองรับคำสั่งซื้อจากกองทัพสหรัฐฯ
✅ คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามตัวเลขส่งออก memory และราคาส่งออก, การประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) และผลประกอบการของ TSMC
2️⃣ 𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 3-6 เดือน)
✅𝐃𝐀𝐎𝐋-𝐂𝐇𝐈𝐍𝐀𝐓𝐄𝐂𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน ลงทุนผ่าน HSBC Hang Seng Tech ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -0.86% จากหุ้น E-Commerce ที่ปรับตัวลงจากการที่ทางการออกกฎระเบียบชุดใหม่ เพื่อสกัดกั้นการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปในธุรกิจนี้ และการที่ Nvidia อาจส่ง H200 เข้ามาขายในจีนได้ สร้างแรงกดดันแก่ผู้ผลิตชิปในประเทศ
✅ คงคำแนะนำซื้อ เมื่อ Hang Seng Tech (HSTECH) ซื้อขายในกรอบ 5,400 – 6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด และติดตามการส่งออกเดือน ธ.ค.
3️⃣ 𝐇𝐨𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅ 𝐓𝐔𝐒𝐅𝐈𝐍-𝐀: กองทุนหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน XLF (ETF) ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +1.46% จากกระแสการ rotation มากลุ่ม cyclical รวมถึงมุมมองที่ดีต่อผลประกอบการกลุ่มธนาคาร
✅ คงคำแนะนำ Let profits run และติดตามผลประกอบการกลุ่มธนาคารใหญ่ อย่าง JPMorgan, BofA, Wells Fargo, Citi, Goldman Sachs และ Morgan Stanley รวมถึงประเด็นที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าอยากให้ จำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต (APR) ไว้ที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี โดยให้มีผลตั้งแต่ 20 ม.ค. 2026

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
ภาษาไทย
English