KS Daily View 21 ก.ย. 2026

KS Daily View 21 ก.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Sept 21, 2026
Back

KS Daily View 21.09.2026 >>> จับตา Trump–Xi เปิดโต๊ะคุย Energy–AI–Trade ขณะที่ Tech เริ่มมีแรงเก็งกำไร กรอบ SET วันนี้ที่ 1,575 - 1,600 แนะนำ SCGP, WHA

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,560-1,620 จุด ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว หลังผ่านการประชุม Fed และเกิดแรง Buy on Fact แม้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ โดยราคาน้ำมันที่ชะลอลงช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อและหนุนสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี ต้องติดตามการโจมตีแหล่งน้ำมันและการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือของกลุ่มฮูตี ความตึงเครียดดังกล่าวอาจกระทบการส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดงและทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ด้าน US Bond Yield 10 ปีอ่อนเล็กน้อยหลังทดสอบ 5% ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีและ AI เริ่มฟื้น ส่วน Dollar Index ทรงตัวบริเวณ 100 จุด ทำให้เงินบาทอ่อนสู่ 33.3 บาท/ดอลลาร์ และเงินเยนอ่อนค่าหลัง BoJ ไม่ส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามโอกาสแทรกแซงค่าเงิน สำหรับไฮไลท์สำคัญสัปดาห์นี้แนะจับตาการหารือทรัมป์–สี จิ้นผิง วันที่ 24 ก.ย. ในประเด็นพลังงาน AI และการค้า ส่วนในประเทศติดตามการต่ออายุไทยช่วยไทย พลัส 2 เดือน และส่งออกเดือน ส.ค. ด้านกลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นที่คาดกำไรเติบโตดี โดยเลือก DELTA, SCC, SCGP และ BCH เป็นหุ้นเด่นประจำสัปดาห์

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,584.15 จุด +0.05% แรงซื้อมากในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,575–1,600 จุด ลุ้นรีบาวน์ โดยภาพตลาดโลกมีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่ม AI ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในประเทศ และแรงเก็งกำไรก่อนการประชุมทรัมป์-สีจิ้นผิง ในช่วงปลายสัปดาห์ ดังนั้นกลยุทธ์ยังเน้นย่อตั้งรับหุ้นที่คาดกำไรยังมีแนวโน้มเชิงบวก โดยวันนี้แนะนำ SCGP, WHA

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. รถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกมีงานโยธาเสร็จ 100% และงานระบบคืบหน้า 71.58% โดยขบวนแรกเตรียมถึงไทยปลายเดือน พ.ย. 2569 ก่อนทดลองให้บริการปลายปี 2570 และเปิดเต็มรูปแบบต้นปี 2571 คาดรองรับผู้โดยสารเริ่มต้น 1 แสนเที่ยวต่อวัน ส่วนฝั่งตะวันตกมีความคืบหน้าโดยรวม 35.52% และตั้งเป้าเปิดในปี 2573 มองเป็นบวกต่อ BEM ระยะกลางถึงยาว จากจำนวนผู้โดยสารและรายได้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ CK มีโอกาสรับรู้รายได้ก่อสร้างต่อเนื่องจากงานฝั่งตะวันตก
  2. ซาอุฯ เปิดไซเรนเตือนภัยในกรุงริยาดเป็นครั้งแรก หลังกลุ่มฮูตียกระดับโจมตีแหล่งน้ำมันและปิดล้อมเส้นทางเดินเรือ เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารในเยเมน ความขัดแย้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอาจซ้ำเติมราคาพลังงานและต้นทุนขนส่งทั่วโลก แม้ล่าสุดทางการซาอุฯ ยกเลิกสัญญาณเตือนแล้ว มองเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่เป็นลบต่อสายการบิน ปิโตรเคมี และกลุ่มขนส่งจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าระวางที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นโรงกลั่นอาจได้ Sentiment บวกจากค่าการกลั่น แต่ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมราคาน้ำมันในประเทศ
  3. กระทรวงพลังงานเตรียมบรรจุโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 MW ใน PDP ฉบับใหม่ กำหนดขนาดราว 5 kW ต่อครัวเรือน พร้อมเปิดให้ขายไฟส่วนเกินเพื่อนำไปหักค่าไฟ สนับสนุนเงินทุนและลดขั้นตอนอนุญาต โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดสู่เกือบ 50% ภายใน 10 ปี มองเป็นบวกต่อผู้จำหน่ายและติดตั้งระบบโซลาร์ เช่น GUNKUL, SPCG และ GULF แต่เพิ่มความเสี่ยงระยะยาวต่อโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมจากความต้องการซื้อไฟผ่านระบบที่อาจลดลง ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดอัตรารับซื้อและรูปแบบเงินสนับสนุนก่อนประเมินผลต่อกำไรชัดเจน
  4. รัฐบาลเร่งออกเกณฑ์กำกับดาต้าเซ็นเตอร์ภายใน 1 เดือน ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้า น้ำ อัตราค่าไฟเฉพาะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์ที่ใช้ไฟเกิน 2 MW จะจัดเป็นกิจการอุตสาหกรรมและต้องตั้งในพื้นที่เหมาะสม พร้อมใช้ระบบคัดเลือกโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุน Green Data Center ประเมินระยะสั้นเป็นกลางต่อหุ้นที่มีแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์โดยยังมีความไม่แน่นอนด้านต้นทุนและเกณฑ์อนุมัติ แต่เป็นบวกต่อ WHA และ AMATA จากข้อกำหนดทำเลในนิคมฯ รวมถึง GULF, GPSC และ BGRIM หากสามารถจัดหาไฟฟ้าสะอาดตามมาตรฐานใหม่ได้

Daily pick

SCGP: ราคาพื้นฐาน 37.30 บาท
• 2Q69 กำไร 2.3 พันลบ. (+128% YoY, +47% QoQ) ดีกว่าคาด หนุนจาก Fajar ฟื้นตัวและ EBITDA margin ธุรกิจเยื่อและกระดาษเพิ่มเป็น 9.5%
• 2H69 ยังมีโมเมนตัมบวก คาด Fajar ทำกำไรดีขึ้นต่อจากราคาขายที่ปรับเข้าใกล้ตลาด ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ฟื้น
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 37.30 บาท อิงฐานการประเมินมูลค่ากลางปี 2570 โดยใช้ PER เป้าหมายที่ 23.7 เท่า (+0.5SD)

WHA: ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท
• เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายของ WHA ที่ 6.25 บาท อิงวิธี SOTP สถานะที่มั่นคงในอุตสาหกรรม IE ซึ่งมีการเติบโตสูง จะช่วยให้ WHA สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนระยะยาว
• ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย หลังรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูล อาจกดดันราคาหุ้น
• ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 2H69 ความได้เปรียบของ WHA เมื่อกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจศูนย์ข้อมูลมีความชัดเจน และความคืบหน้าเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจยานยนต์ จะดึงความสนใจของนักลงทุนกลับมา

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตาม Loan Prime rate ของจีน อายุ 1 ปี และ 5 ปี คาดทรงตัวที่ระดับ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ย.

วันพุธ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. และสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

วันพฤหัสบดี ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ยอดขายบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด +1.3%MoM, ใบอนุญาตการก่อสร้าง ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. และ PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน เดือน ก.ย.

วันศุกร์ ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน ส.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -0.3%MoM และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ย.

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches