KS Daily View 7 ก.ย. 2026

KS Daily View 7 ก.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Sept 7, 2026
Back

KS Daily View 7.09.2026 >>>แรงงานสหรัฐฯ แกร่งเกินคาด จับตา CPI ชี้ทิศทาง Fed กลยุทธ์รอย่อสะสม Defensive กรอบ SET วันนี้ที่ 1,580 - 1,600 จุด แนะนำ BDMS, BBL

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,560–1,600 จุด ตลาดหุ้นทั่วโลกยังผันผวนตามโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ในการประชุม 15–16 ก.ย. โดยแม้ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของ Christopher Waller ที่มองเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง แต่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดมาก สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. กลับมาอยู่ราว 58% ดังนั้นสัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาตัวเลขเงินเฟ้อเป็นหลัก โดยไทยคาด CPI เดือน ส.ค. เร่งขึ้นเป็น +2.43%YoY แต่ยังอยู่ในกรอบ ธปท. ขณะที่จีนคาด CPI และ PPI ฟื้นตัว ส่วน Highlight อยู่ที่ US PPI และ CPI ซึ่งหากออกมาตามคาดหรือต่ำกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed นอกจากนี้แนะติดตามการประชุม ECB โดยตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และความคืบหน้า PDP2026 ด้านกลยุทธ์คาด SET แกว่งในกรอบ 1,560–1,600 จุด แนะทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว เน้นหุ้นกำไรเด่น ปันผลน่าสนใจ และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยหุ้นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่ BDMS, BBL, DELTA และ PSL

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,595.58 จุด +1.18% แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และท่องเที่ยว ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,580–1,600 จุด จากรายงานการจ้างงานสหรัฐฯในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่แข็งแกร่งกว่าคาดมาก ส่งผลให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯสูงขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ดังนั้นกลยุทธ์เน้นรอย่อสะสมกลุ่ม Defensive ที่คาดกำไร 2H26 ยังเด่น โดยวันนี้แนะนำ BDMS, BBL

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. เพิ่ม 162,000 ตำแหน่ง เทียบตลาดคาดเพียง 55,000 ตำแหน่ง ขณะที่ Unemployment Rate ทรงตัว 4.1% และตัวเลขเดือนก่อนถูกปรับขึ้น ส่งผลให้ตลาดเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. กลับมาราว 60% ก่อนรอดู CPI สัปดาห์หน้า กดดันตลาดหุ้นโลกติดลบ ส่วน US2Y/10Y & USD ปรับตัวขึ้น และ Gold ปรับตัวลง ประเมินเป็นแรงกดดันระยะสั้นตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ โดยคงต้องติดตาม CPI สหรัฐฯ ที่จะรายงานในช่วงปลายสัปดาห์เป็นตัวตัดสินรอบถัดไป
  2. ไทยและสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปในสาระสำคัญของความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) โดย USTR ส่งสัญญาณว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 ในระดับที่เป็นธรรมและแข่งขันได้ ขณะที่ทีมเทคนิคจะเร่งสรุปรายละเอียดที่เหลือ การบรรลุข้อตกลงมีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 และช่วยลดความเสี่ยงต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และความเชื่อมั่นการลงทุน มองเป็น sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ สูง จากความเสี่ยงด้านภาษีที่มีแนวโน้มลดลง
  3. การส่งออกรถยนต์ไทยปี 2569 มีความเสี่ยงลดลงเกือบ 50,000 คัน ส่งผลให้ปรับเป้าส่งออกเหลือ 900,000 คัน จาก 950,000 คัน โดยถูกกดดันจากปัญหาขนส่งในตะวันออกกลางและการแข่งขันรุนแรงจาก EV จีนในตลาดเอเชียและออสเตรเลีย ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ยังสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศ มองเป็นลบต่อกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และผู้ประกอบการที่พึ่งพาการส่งออกสูง เช่น SAT, AH และ STANLY จากความเสี่ยงด้านปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อที่ชะลอลง
  4. รัฐบาลมีมติชะลอการก่อสร้างและอนุญาตโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมดชั่วคราว เพื่อรอเกณฑ์มาตรฐานกลางด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงาน ซึ่งจะจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยย้ำว่าไม่ได้ปิดกั้นการลงทุน แต่ต้องการจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับต้นทุนไฟฟ้า น้ำ พลังงานสะอาด และยุทธศาสตร์ AI ของประเทศ มองเป็น sentiment ลบระยะสั้นต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และไฟฟ้าที่มีธีม Data Center จากความเสี่ยงการอนุมัติและก่อสร้างโครงการล่าช้า แต่อย่างไรก็ดีระยะกลาง-ยาวจะเป็นบวกจากความเชื่อมั่นการลงทุนที่จะดีขึ้นหลังทุกอย่างชัดเจน มองจังหวะย่อน่าทยอยสะสมหุ้นที่เกี่ยวข้อง

Daily pick

BDMS: ราคาพื้นฐาน 21.30 บาท
• ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2570 สู่ระดับ 21.30 บาท จาก 20.30 บาท ตามการปรับเพิ่มประมาณการกำไร โดยมองว่าหากราคาหุ้นอ่อนตัวลงเพิ่มเติมจะเป็นจังหวะสะสม
• แนวโน้ม 3Q69 แข็งแกร่ง มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ จากรายได้เดือน ส.ค. โตเร่งเป็น 10% หนุนทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง
• Margin มีแนวโน้มดีขึ้นใน 2H69 จากอัตราการใช้บริการสูงขึ้น รายได้เติบโต และการควบคุมต้นทุน ขณะที่ระยะยาวต้องติดตามการชะลอตัวของผู้ป่วยไทยหลังฐานไข้หวัดใหญ่หมดไป

BBL: ราคาพื้นฐาน 203.00 บาท
• FDI ที่เร่งตัวหนุนโอกาสสินเชื่อ Corporate และเพิ่มความเป็นไปได้ต่อเป้า Loan growth ปี 2569 ที่เราคาดที่ 3.57%
• นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังใช้เงินทุนตนเองในช่วงเริ่มต้น แต่คาดความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่เฟสขยายธุรกิจ ทำให้ FDI เป็น Loan pipeline สำคัญในปลายปี 2569-2570
• BBL ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยผ่านจุดต่ำสุด, Corporate loan ฟื้น, Credit cost มีแนวโน้มลดลง และ Valuation ยังไม่แพงที่ PBV ราว 0.6x พร้อม Upside จากการเพิ่ม Dividend payout ในอนาคต

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ไทย เดือน ส.ค. คาดที่ 2.43%YoY ขึ้นจาก 1.95% ส่วน Core CPI คาด 1.4% จาก 1.34% นอกจากนี้ยังแนะจับตา GDP 2Q69 ของยูโรโซน (รายงานครั้งสุดท้าย) คาดที่ 1.0%YoY

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน ส.ค. รวมทั้งยอดส่งออกจีน เดือน ส.ค. คาด +27.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก +23.9% ในเดือนก่อน

วันพุธ ติดตามดัชนี PPI ของจีน เดือน ส.ค. คาด +3.6%YoY เพิ่มจาก +3.5% ในเดือน ก.ค., ดัชนี CPI ของจีน เดือน ส.ค. คาดที่ +0.9%YoY เพิ่มจาก +0.5% ส่วน Core CPI คาดทรงตัวที่ +0.9%YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม ECB ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, ดัชนี US PPI เดือน ส.ค. คาด +5.2%YoY จาก +4.7% ในเดือน ก.ค., ยอดขายบ้านมือสอง สหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -1.6%MoM และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์

วันศุกร์ ติดตามดัชนี US CPI เดือน ส.ค. คาดทรงตัวที่ +3.4%YoY, ดัชนี US Core CPI เดือน ส.ค. คาด 2.4%YoY ชะลอจาก 2.5% ในเดือน ก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก ม.มิชิแกน ก.ย. คาดที่ 51.0 ลดลงจาก 51.7

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches