KS Daily View 14 ก.ย. 2026

KS Daily View 14 ก.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Sept 14, 2026
Back

KS Daily View 14.09.2026 >>>โอกาสขึ้นดอกเบี้ย Fed เพิ่มเป็น 88% กลยุทธ์รอย่อสะสมหุ้นกำไร 2H26 เด่น กรอบ SET วันนี้ที่ ที่ 1,590 - 1,620 จุด แนะนำ BBL, TOP

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,580-1,620 จุด หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางรวมถึง US PPI ที่เร่งตัวและสูงกว่าคาด ขณะที่ US CPI ออกมาตามคาดแต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง Fed Watch Tool สะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 ก.ย. เพิ่มเป็น 88% จากราว 60% ในสัปดาห์ก่อนนอกจากนี้ควรติดตามถ้อยแถลงของ Kevin Warsh และสัญญาณจาก Dot Plots ต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยเรามองว่าตลาดได้ลดความเสี่ยงก่อนการประชุมไปแล้วบางส่วน และมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับหากผลประชุมไม่ Hawkish เกินคาด ปลายสัปดาห์ติดตามการประชุม BoJ ซึ่งตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25% ส่วนปัจจัยในประเทศต้นสัปดาห์ติดตามมติ กกต. ในคดี “ฮั้ว สว.” ซึ่งอาจกระทบ Sentiment ด้านเสถียรภาพการเมืองสั้น ขณะที่ปลายสัปดาห์มี FTSE Rebalancing ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนของตลาด สำหรับกลยุทธ์ยังเน้นรอจังหวะย่อตัวเพื่อทยอยสะสมหุ้นคาดกำไร 2H26 เด่น โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ ได้แก่ BBL, BGRIM, DELTA และ SCGP

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,604.52 จุด -0.65% แรงขายกลุ่มปิโตรเคมี, ไฟแนนซ์, รับเหมาฯ ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,590–1,620 จุด รายงานเงินเฟ้อ US CPI เป็นไปตามคาด แต่โอกาสการขึ้นดอกเบี้ย US ในสัปดาห์นี้ยังเร่งขึ้น ผสานกับความเสี่ยงในประเทศต่อประเด็น กกต. เตรียมชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.” ดังนั้นระยะสั้นยังคงเน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งหลังยังน่าสนใจ โดยวันนี้แนะนำ BBL, TOP

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. กกต. เตรียมลงมติคดี “ฮั้ว สว.” วันที่ 14 ก.ย. ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ครอบคลุม สว. รัฐมนตรี สส. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยคาดจะแถลงผลในช่วงเย็นและเปิดเผยเพียงจำนวนผู้ที่อาจถูกส่งศาลฎีกาฯ โดยไม่เปิดรายชื่อหรือคะแนนเสียง ทั้งนี้ หากมีมติส่งศาล สำนักงาน กกต. จะใช้เวลาจัดทำคำร้องภายใน 60 วัน มองเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ระยะสั้นต่อหุ้นไทยจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะหุ้น Domestic Play หากผลคดีเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบาย
  2. ซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West ชั่วคราวหลังถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะที่กลุ่มฮูตียึดเกาะเปริมซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในทะเลแดง เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานทั้งฝั่งทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ โดยท่อดังกล่าวขนส่งน้ำมันราว 4-5 ล้านบาร์เรล/วัน หรือประมาณ 4-5% ของอุปทานโลก จึงมีโอกาสผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นต่อหากการหยุดชะงักยืดเยื้อ มองเป็นบวกต่อ PTTEP และหุ้นโรงกลั่นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เป็นลบต่อสายการบิน ขนส่ง และโรงไฟฟ้า SPP ที่อาจเผชิญต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น
  3. ททท. คาดช่วง Golden Week วันที่ 25 ก.ย.-7 ต.ค.69 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยราว 2.5 แสนคน เพิ่มขึ้น 24% YoY และสร้างรายได้ราว 1.15 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 37% โดยมีแรงหนุนจากวันพักที่ยาวขึ้น ยอดจองล่วงหน้าเดือนต.ค.ที่เพิ่ม 16% และการค้นหาเที่ยวบินเข้าไทยที่เพิ่ม 24% ขณะที่จำนวนเที่ยวบินตรงจากจีนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มองเป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยว โรงแรม สนามบิน สายการบิน และค้าปลีก โดยเฉพาะบริษัทที่มี Exposure ต่อนักท่องเที่ยวจีนสูง จากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและ Spending ต่อทริปที่มีแนวโน้มดีขึ้น
  4. นายกฯ สั่งกระทรวงการคลังพิจารณาขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 1-2 เดือน หลังยังมีงบเหลือราว 4-5 หมื่นลบ. เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และประคองกำลังซื้อในช่วง 4Q69 โดยระยะเวลาขยายจะขึ้นอยู่กับวงเงินคงเหลือและรายละเอียดที่กระทรวงการคลังพิจารณา มองเป็นบวกต่อหุ้น Domestic Play โดยเฉพาะค้าปลีก อาหาร เครื่องดื่ม และสินเชื่อรายย่อย จากแรงหนุนต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงปลายปี

Daily pick

BBL: ราคาพื้นฐาน 203.00 บาท
• FDI ที่เร่งตัวหนุนโอกาสสินเชื่อ Corporate และเพิ่มความเป็นไปได้ต่อเป้า Loan growth ปี 2569 ที่เราคาดที่ 3.57%
• นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังใช้เงินทุนตนเองในช่วงเริ่มต้น แต่คาดความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่เฟสขยายธุรกิจ ทำให้ FDI เป็น Loan pipeline สำคัญในปลายปี 2569-2570
• BBL ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยผ่านจุดต่ำสุด, Corporate loan ฟื้น, Credit cost มีแนวโน้มลดลง และ Valuation ยังไม่แพงที่ PBV ราว 0.6x พร้อม Upside จากการเพิ่ม Dividend payout ในอนาคต

TOP: ราคาพื้นฐาน 75.20 บาท
• ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา จากมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ขณะที่ในระยะสั้นยังได้ประโยชน์จากสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลที่สูง
• ส่วนในระยะยาว ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่การดำเนินโครงการ CFP ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงกลั่นอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการเพิ่มกำลังการกลั่น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันกลั่นกึ่งกลาง และการเพิ่มขีดความสามารถในการนำน้ำมันดิบชนิดหนักที่มีราคาต่ำมาผ่านกระบวนการกลั่นได้มากขึ้น
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 75.2 บาท ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดบริเวณ PBV 0.6 เท่า

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตาม กกต. ลงมติคดี “ฮั้ว สว.” ส่วนด้านญี่ปุ่นเกาะติดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เดือน ก.ค.

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม.ส่วนฝั่งจีน จับตายอดค้าปลีกจีน เดือน ส.ค. คาด +0.8%YoY เพิ่มจาก +0.6% ในเดือน ก.ค. และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน เดือน ส.ค. คาด +4.8%YoY เพิ่มจาก 4.5% ในเดือนก่อนหน้า

วันพุธ ติดตามการประชุม Fed รวมทั้งจับตายอดค้าปลีก US เดือน ส.ค. คาด +0.9%MoM พลิกจาก -0.6%MoM, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน เดือน ก.ค. คาด -0.8%YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม BoE (คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%), ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ยอดการเริ่มสร้างบ้าน ส.ค. คาด +6.9%MoM, ใบอนุญาตก่อสร้าง ส.ค. ของ US คาด -0.9%MoM และดัชนี CPI และ Core CPIของยูโรโซน ส.ค.

วันศุกร์ ติดตามการปรับดัชนี FTSE Rebalancing, ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นเกาะติดการประชุม BOJ (ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%) และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน ส.ค. คาด +0.3%MoM

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches