KS Daily View 03.08.2026 >>> 3 ปัจจัยต้องติดตาม! ตะวันออกกลาง–Bond Yield–งบ 2Q26 กลยุทธ์เน้นรอย่อ กรอบ SET วันนี้ 1,610 - 1,635 จุด แนะนำ EASTW, GULF
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET แกว่งในกรอบ 1,600–1,650 จุด โดยคาดว่าความผันผวนของตลาดจะเริ่มลดลง หลังแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้เริ่มคลี่คลายจากการถูก Forced Sell ของ Leveraged ETF ในระดับสูง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัว ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการประกาศงบ 2Q26 ของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งภายใต้ KS Coverage (คิดเป็น 87.4% ของมูลค่าตลาด) คาดมีกำไรรวม 2.95 แสนล้านบาท (+0.1% QoQ, -3.4% YoY) อยู่ในระดับแข็งแกร่ง และอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไร (EPS Upgrade) หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดด้านปัจจัยเศรษฐกิจ นักลงทุนควรติดตามตัวเลข CPI ไทย, ดัชนี PMI/ISM ของประเทศหลัก รวมถึง US Nonfarm Payrolls และอัตราว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป ขณะเดียวกันยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และ US Bond Yield ที่ทะลุระดับ 4.7% โดยกลยุทธ์แนะรอย่อตั้งรับเน้นหุ้นคาดกำไรโตแข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นเดือนนี้ แนะนำ DELTA, BCH, EASTW, CREDIT
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,623.64 จุด +1.6% แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,610–1,635 จุด ยังคงเกาะติดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมอาจมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่กำลังเร่งตัวขึ้น เป็นจุดที่ต้องจับตาใกล้ชิด ส่วนในประเทศเน้นการรายงานงบ ดังนั้นกลยุทธ์รอจังหวะย่อ ตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำ EASTW, GULF
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- รัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้ง 5 คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ ครอบคลุมอุตสาหกรรม, AI & Digital, Green Economy, Financial และ Medical Hub ตั้งเป้าภายในปี 2572 ผลักดัน GDP โตเกิน 3% การลงทุนเพิ่มเป็น 30% ของ GDP และยกระดับไทยสู่ Top 20 ด้านขีดความสามารถแข่งขันของโลก โดยใช้เครื่องมือทั้ง BOI ภาษี งบประมาณ PPP และ Thailand Future Fund ถือเป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA, WHA), สาธารณูปโภคและพลังงาน (GULF, GPSC, BGRIM), โรงพยาบาล (BH) และกลุ่มการเงิน หากมาตรการต่าง ๆ ถูกผลักดันสู่การปฏิบัติและเร่งการลงทุนได้ตามเป้าหมาย
- รัฐบาลเร่งโครงการ BOI to IPO เปิดช่องทาง Fast Track ให้บริษัทเทคโนโลยีที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายใน 1-2 ปี โดยผ่อนปรนเกณฑ์ Track Record 3 ปี และพิจารณาจากความแข็งแกร่งของบริษัทแม่และมูลค่าการลงทุน พร้อมเชิญ Changan และ InnoLight เข้าจดทะเบียน ถือเป็นบวกต่อ SET และบริษัทในห่วงโซ่ EV, Semiconductor และ Data Center รวมถึงผู้พัฒนานิคมฯ อย่าง AMATA, WHA จากโอกาสดึงดูด FDI และเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว แม้ผลเชิงรูปธรรมยังต้องติดตามการปรับเกณฑ์และการเข้าจดทะเบียนจริง
- สภาเกษตรกรฯ ยืนยันให้กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ความชื้น 30%) ไม่ต่ำกว่า 7.50 บาท/กก. พร้อมคัดค้านการนำเข้าข้าวโพด GMO จากสหรัฐฯ เพราะกังวลกดราคาผลผลิตในประเทศ ท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเสนอให้ใช้ราคารับซื้อเดียวทุกเกรด และติดตามความเข้มงวดของมาตรการรับซื้อข้าวโพดในประเทศควบคู่การนำเข้า (3:1) โดยหากภาครัฐคงมาตรการคุ้มครองราคาข้าวโพดในประเทศ จะเป็นบวกต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรต้นน้ำ แต่หากเปิดนำเข้าเพิ่ม อาจบวกต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ (CPF, BTG, GFPT) จากต้นทุนวัตถุดิบที่มีโอกาสลดลง
- ส.อ.ท.ปรับลดเป้าการผลิตรถยนต์ปี 2569 เหลือ 1.45 ล้านคันจาก 1.50 ล้านคัน โดยลดเป้าการส่งออกเป็นหลัก หลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก สงครามตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันจาก EV จีน ขณะที่ยอดขายในประเทศยังเติบโต 14.6% จากแรงหนุนรถ EV และโตโยต้าคาดตลาดรถครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มองเป็นลบต่อกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่พึ่งพาการส่งออก (SAT, AH, STANLY) ขณะที่การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศอาจช่วยจำกัด Downside ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
Daily pick
EASTW: ราคาพื้นฐาน 6.70 บาท
• คาด EASTW จะกลับมาครองส่วนแบ่งความต้องการใช้น้ำจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยได้เปรียบจากโครงข่ายท่อส่งน้ำที่ครอบคลุมและกำลังการผลิตน้ำที่สูงกว่าความ
• ต้องการใช้น้ำจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น จะหนุนปริมาณขายและผลักดันกำไรเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 41% ในช่วงปี 2569–73 ขณะที่การใช้เงินลงทุนที่จำกัดจะช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มกระแสเงินสด
• เริ่มต้นคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท โดยมองว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ EASTW จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเต็มที่
GULF: ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท
• คาดกำไรปกติ 2Q69 แข็งแกร่ง อยู่ที่ 1.17 หมื่นลบ. (+64% YoY, +34% QoQ) หนุนจากโรงไฟฟ้า IPP เดินเครื่องดีขึ้น ส่วนแบ่งกำไรเพิ่ม และรับเงินปันผล KBANK 2.8 พันลบ.
• กำไรสุทธิโตแรง QoQ แม้ลดลง YoY จากฐานสูงของกำไรพิเศษปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากเงินปันผล KBANK และกำไรขายเงินลงทุนโครงการ Pak Lay
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 79 บาท มองแนวโน้มผลประกอบการยังแข็งแกร่ง จากรายได้ GPM และส่วนแบ่งกำไรที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันจันทร์ ติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตของไทย เดือน ก.ค. และคาดประกาศงบ 2Q26 ของ TU ส่วนตลาดต่างประเทศจับตา ดัชนี PMI ภาคการผลิตของ US และ Eurozone เดือน ก.ค. คาดที่ 53.8 และ 52.0 จุด ตามลำดับ, ดัชนี ISM ภาคการผลิตของ US เดือน ก.ค. คาดที่ 53.9 เพิ่มจาก 53.3 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนี RatingDog PMI ภาคการผลิตของจีน ก.ค. คาดที่ 52.0 เร่งขึ้นจาก 51.7 ในเดือน มิ.ย.
วันอังคาร ติดตามประกาศงบ 2Q26 ของ DCC, GLOBAL, TRUE ส่วนฝั่งสหรัฐฯจับตายอดสั่งซื้อภาคโรงงาน US เดือน มิ.ย. คาด +0.2%MoM จาก -1.3% ในเดือน พ.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US เดือน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ +0.3%MoM
วันพุธ ติดตามประกาศงบ 2Q26 ของ 3BBIF, BCPG, SYNEX ส่วนตลาดต่างประเทศจับตา การจ้างงานภาคเอกชน US เดือน ก.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.8 หมื่นราย ลดลงจากเดือน มิ.ย. ที่ 9.8 หมื่นราย, ดัชนี PMI ภาคบริการของ US และ Eurozone เดือน ก.ค. คาดที่ 53.6 และ 51.9 จุด ตามลำดับ, ดัชนี ISM ภาคการผลิตของ US เดือน ก.ค. คาดที่ 54.5 เพิ่มจาก 54.0 ในเดือนก่อนหน้า, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของ US และ ดัชนี RatingDog PMI ภาคบริการจีน ก.ค. คาดที่ 53.7 ลดจาก 54.1 ในเดือน มิ.ย.
วันพฤหัส ติดตามดัชนี CPI ของไทย เดือน ก.ค. คาด +2.6%YoY เพิ่มจากเดือน มิ.ย. ที่ +2.42%, ดัชนี Core CPI ของไทย เดือน ก.ค. คาด +1.41%YoY เพิ่มจากเดือน มิ.ย. ที่ +1.23% และคาดประกาศงบ 2Q26 ของ ADVANC, FPT, GPSC, GULF, OR, PSL, THCOM ส่วนตลาดต่างประเทศจับตา ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาด 2.02 แสนราย เพิ่มจาก 1.97 แสนราย ในสัปดาห์ก่อน และยอดขายปลีกของยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาด +0.1%MoM ลดจาก +0.2%MoM ในเดือน พ.ค.
วันศุกร์ ติดตามคาดประกาศงบ 2Q26: CPAXT, FTREIT, MRDIYT, PTTGC, RCL, SIS, WHART นอกจากนี้จับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน ก.ค. คาดที่ 8.5 หมื่นราย เร่งขึ้นจาก 5.7 หมื่นราย ในเดือน มิ.ย., อัตราการว่างงาน US เดือน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2% และยอดส่งออกและนำเข้าของจีน เดือน ก.ค.
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English