☀️KS Daily View 24 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,620-1,650 จุด ตะวันออกกลางทวีความรุนแรง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนในประเทศจับตายอดส่งออกไทย กลยุทธ์รอย่อตั้งรับหุ้นคาดกำไรเด่น โดยวันนี้แนะ KCE, WHAUP
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,641.03 เพิ่มขึ้น +1.69 จุด (+0.10%) แรงซื้อกลุ่มธนาคาร และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงขายกลุ่มท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิ 1,891 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ในกรอบ 1,620 -1,650 จุด โดยในระยะสั้นยังเสียงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้พุ่งทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันต่อปัญหาเงินเฟ้อสูง และอาจนำไปสู่การดำเนินนโยบายทางการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นในช่วงถัดไป นอกจากนี้ตลาดยังมีความกังวลต่อประเด็นการลงทุนด้าน AI ซึ่งมีมูลค่าสูงว่าจะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ ยังเป็นแรงกดดันต่อหุ้นเทคโนโลยีต่อเนื่อง ส่วนด้านฝั่งยุโรปวานนี้มีการประชุม ECB มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด โดยส่งสัญญาณรอดูข้อมูลในช่วงถัดไป โดยเฉพาะประเด็นความเสี่ยงตะวันออกกลาง ซึ่งเราคาดว่า ECB มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. นี้ ส่วนในประเทศวันนี้แนะติดตามการรายงานยอดส่งออกไทย เดือน มิ.ย. คาด +15.2%YoY
สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่คาดกำไรแข็งแกร่ง โดยสำหรับวันนี้แนะนำ KCE, WHAUP
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ยกระดับการโจมตีอิหร่านและจะตอบโต้ครั้งใหญ่หากกลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดงอีก ขณะที่ฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ เนื่องจากละเมิดมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่กลุ่มฮูตีประกาศใช้ ทำให้ความขัดแย้งลุกลามและเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีท่าทีพร้อมกลับเข้าสู่การเจรจา มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานสูงและภาพรวมตลาดจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
- กบง. ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาท/ลิตร สำหรับดีเซล B0, B7 และ B20 มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.–15 ส.ค. 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจ โดยเป็นการยกเลิกประกาศเดิมเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ถือเป็นลบต่อหุ้นโรงกลั่นที่มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ดีเซลสูง เช่น TOP, SPRC, BCP และ IRPC จากการถูกกดดันส่วนต่างราคาดีเซลในประเทศ โดยคาดกระทบต่อประมาณกำไรของกลุ่มโรงกลั่นราว 1.1-2.0%
- ผู้แทนการค้าไทยหารือกับหอการค้าอังกฤษในไทย (BCCT) เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน พร้อมผลักดันการเจรจา FTA ไทย–สหราชอาณาจักร โดยหวังต่อยอดจากความคืบหน้า FTA ไทย–EU ขณะที่ BCCT พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และเสนอจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดสหราชอาณาจักร รวมถึงสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานตามแนวทาง ถือเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกและนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, WHA รวมถึงกลุ่มอาหาร ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์ หากการเจรจา FTA ไทย–UK มีความคืบหน้าในระยะต่อไป
- คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการมีมติผ่อนปรนเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 ด้าน ได้แก่ การถือครองรถเก่า/โอนลอย การเป็นกรรมการวิสาหกิจชุมชน การศึกษานอกระบบ และบัญชีหลักทรัพย์ที่ไม่มีความเคลื่อนไหว เพื่อคืนสิทธิให้ผู้ตกหล่น พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึง 31 ส.ค. 2569 โดยเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ถือเป็นบวกเล็กน้อยต่อภาคการบริโภคและอุปโภค รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ จากโอกาสที่ผู้ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนกำลังซื้อระดับล่าง
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท
- ต้นทุนลด–มาร์จิ้นฟื้นตัวแรง หลังราคาน้ำมันลดลงช่วยกดต้นทุนสารเคมี ขณะที่การปรับขึ้น ASP 10-15% ตั้งแต่กลางปี 2569 หนุน GPM ฟื้นจาก 18% ใน 1H69 สู่มากกว่า 25% ใน 2H69
- อุปสงค์ PCB เข้าสู่วัฏจักรฟื้นตัวชัดเจน ไม่ได้จำกัดเฉพาะ AI โดยคำสั่งซื้อ PCB ทั่วไปและ AI เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ Book-to-Bill ของอเมริกาเหนือแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี สะท้อนอุปทานตึงตัวและ Backlog ที่เพิ่มขึ้น
- คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45 บาท Valuation ยังน่าสนใจกว่าหุ้นอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นในกลุ่มเดียวกัน
🎯 WHAUP: ราคาพื้นฐาน 8.75 บาท
- คาดกำไรปกติ 2Q69 ที่ 385 ลบ. (+65% YoY,+82% QoQ) ส่วนแบ่งกำไรฟื้น ยอดขายน้ำแกร่ง และกำลังผลิตโซลาร์เพิ่ม
- ส่วนแบ่งกำไรกลับสู่ระดับปกติ คาดอยู่ที่ 325 ลบ. จากการกลับมาเดินเครื่อง GHECO-One ขณะที่รายได้โต YoY จากธุรกิจน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 8.75 บาท หลังรวม Upside จากโครงการ Direct PPA 200MW ซึ่งคาดเพิ่มกำไรราว 270 ลบ./ปี
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามปัจจัยในประเทศคาดประกาศงบ 2Q26 ของ BAREIT ส่วนสหรัฐฯ เกาะติดรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.11 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.08 แสนราย ทางฝั่งยุโรปจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งเงินกู้ เงินฝาก และรีไฟแนนซ์ ที่ 2.25%, 2.65% และ 2.40% ตามลำดับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ค. คาดที่ -17.0 จุด
✅วันศุกร์ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิต US เดือน ก.ค. คาดที่ 54.4 จาก 53.9 จุด ใน มิ.ย., PMI ภาคบริการ US เดือน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.2 จุด ใน มิ.ย., ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน มิ.ย. คาด +4.6%MoM จาก -7.3%MoM ในเดือน พ.ค. ส่วนฝั่งยุโรป จับตาPMI ภาคการผลิตยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.4 จุด ใน มิ.ย. และ PMI ภาคบริการยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 49.9 จาก 49.4 จุด ใน มิ.ย.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English